xs
xsm
sm
md
lg

กรมการค้าภายในประกาศ ประเทศไทยพ้นภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย ล่าสุดสาธารณสุขมีตุนไว้สำรองเกิน 1 เดือนแล้ว!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประเทศไทยพ้นภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย และเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หน่วยงานรัฐ มหาดไทย สาธารณสุข มีหน้ากากสำรองไว้เพียงพอ ด้านสาธารณสุขมีตุนสำรองไว้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลทั่วประเทศเกิน 1 เดือน

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้การผลิตหน้ากากอนามัยของไทยเพิ่มขึ้นมาก มาอยู่ที่วันละประมาณ 4.2 ล้านชิ้น เพราะมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยตั้งใหม่หลายราย ล่าสุดมีโรงงานที่ผลิตได้มาตรฐานและขายให้แก่รัฐรวม 16 ราย ซึ่งรัฐรับซื้อวันละ 3 ล้านชิ้น จัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข 1.8 ล้านชิ้น และกระทรวงมหาดไทย 1.2 ล้านชิ้น ขณะเดียวกัน วัตถุดิบสำคัญโดยเฉพาะเมลท์โบลนที่เป็นแผ่นกรองเชื้อโรคหาซื้อได้ง่ายขึ้นและราคาถูกลง เพราะจีนกลับมาส่งออกมากขึ้นจากที่จำกัดการส่งออกเพื่อให้มีเพียงพอในประเทศ

จากสถานการณ์การผลิตที่ดีขึ้น รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยเริ่มดีขึ้น ส่งผลให้มีหน้ากากอนามัยส่วนเกินมากถึงวันละ 1.2 ล้านชิ้น ดังนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติให้กรมการค้าภายใน หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม

“จากการหารือกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เห็นตรงกันว่ารัฐจะรับซื้อหน้ากากอนามัยส่วนเกินวันละ 1.2 ล้านชิ้น เพื่อนำมาขายให้หน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ในราคาต้นทุน เช่น บริษัท การบินไทย, สายการบินต่างๆ, สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ส่วน 3 ล้านชิ้น ที่จัดสรรให้สาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ได้รับแจ้งว่าสาธารณสุขตุนไว้เกิน 1 เดือนแล้ว จังหวัดต่างๆ ก็เช่นกัน”

เดิมรัฐออกประกาศรับซื้อ 100% จากโรงงาน หรือประมาณ 3 ล้านชิ้นต่อวัน แต่วันนี้สถานการณ์ขาดแคลนหน้ากากอนามัยได้หมดไปแล้ว จากวันนี้ไปรัฐจะรับซื้อจากโรงงานทั้งหมดเพียงแค่ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน (40%) ทำให้หน้ากากอนามัยมีโอกาสที่จะจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชนมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารจัดการพัสดุ สำหรับการป้องกันควบคุมหรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้เสนอให้คณะกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ใหม่ จากในช่วงก่อนหน้า รัฐรับซื้อจากโรงงานทุกวันที่ชิ้นละ 4.28 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มาเป็นวิธีการประมูล โดยให้โรงงานเสนอราคาขายมา รายใดเสนอต่ำสุด รัฐจึงจะรับซื้อ ทำให้การซื้อเดือน มิ.ย.ซื้อได้ในราคาต่ำลงที่ชิ้นละ 4-4.15 บาท ส่วนเดือน ก.ค.เหลือเพียงชิ้นละ 3.65 บาท และคาดว่าราคาในเดือน ส.ค.นี้จะต่ำลงอีก นอกจากนี้ คณะกรรมการเฉพาะกิจยังเห็นชอบให้ต่ออายุการห้ามส่งออกต่อไปอีก จนถึงสิ้นสุดวันที่ 3 ก.พ. 2564


กำลังโหลดความคิดเห็น...