xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ดวัตถุอันตรายเคาะแล้ว! ยึดมติเดิมแบน 2 สารพิษ 1 มิ.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สุริยะ” นั่งหัวโต๊ะบอร์ดวัตถุอันตรายเสียงส่วนใหญ่ 17 เสียงหนุนยึดมติเดิมให้คงการแบน 2 สารได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 มีผล 1 มิ.ย. 2563 พร้อมมอบกรมวิชาการเกษตรเร่งหาสารทดแทนกลับมาเสนอในการประชุมครั้งหน้า

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอัตรายวันนี้ (30 เม.ย.)
ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เป็นกรรมการ 28 ท่าน ได้มาเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 24 ท่าน และได้ลงมติอย่างเปิดเผยด้วยเสียงส่วนใหญ่ 17 เสียงให้ยึดมติเดิมเมื่อ 27 พ.ย. 2562 ที่กำหนดให้ 2 สารเคมีทางการเกษตร คือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง) มีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2563

“เสียงส่วนใหญ่ 17 เสียงให้คงการแบน 2 สารตามมติเดิม ขณะที่กรรมการอีก 6 ท่านไม่เห็นด้วยที่จะคงมติเดิม และอีก 1 ท่านที่งดออกเสียงเพราะขอกลับก่อนเนื่องจากติดภารกิจ ส่วนตัวผมนั้นยืนยันว่าเห็นด้วยกับการยึดมติเดิม” นายสุริยะกล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปหาสารทดแทนเพื่อที่จะนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมในเดือน พ.ค.เพื่อที่จะให้เกษตรกรมีทางเลือก อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ทางกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งว่ามีสารทดแทนเบื้องต้นแล้วแต่ยอมรับว่ามีราคาแพง ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรจะไปจัดทำเว็บไซต์เพื่อป้อนข้อมูลเกี่ยวกับสารที่จะมาทดแทนและวิธีดำเนินงานต่างๆ ให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาดูแนวทางดำเนินการต่อไป


นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการรับรองมติการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 62 ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โดยมติเสียงส่วนใหญ่รับรองรายงานที่ประชุมดังกล่าว โดยมีกรรมการบางท่านแจ้งขอสงวนสิทธิไม่รับรองรายงาน

นางอุมาพร พิมลบุตร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สต๊อก 2 สารไ ด้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอสที่มีอยู่ขณะนี้ประมาณ 10,000 ตันนั้น เบื้องต้นกระจายอยู่ในร้านค้า ผู้ผลิต เกษตรกร เมื่อถึงกำหนดการแบน 1 มิ.ย.นี้หากยังเหลือตามกฎหมายจะต้องส่งคืนสารดังกล่าวให้แก่กรมวิชาการเกษตรเพื่อนำไปทำลายอย่างถูกวิธี


“กรมวิชาการเกษตรได้ระบุว่า สารที่จะมาทดแทนการใช้ 2 สารที่จะถูกแบนนั้นก็มีอยู่ 2-3 ตัว แต่ละพืชที่จะใช้สารทดแทนก็จะต่างกันไป แต่ยอมรับว่ามีหลายราคาแต่ภาพรวมจะมีราคาสูงกว่า” นางอุมาพรกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...