xs
xsm
sm
md
lg

มาตรการ “เข้าไทย ไม่ต้องใช้วีซ่า” ยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ กรณีศึกษาความสำเร็จของญี่ปุ่น!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในขณะที่ภาคการส่งออกคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่อง เพราะตลาดส่งออกหลักยังมีทิศทางชะลอตัว ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนน่าจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในอนาคตอันใกล้

ธุรกิจที่ยังไปได้ คงเป็นธุรกิจท่องเที่ยว ที่แม้จะเห็นอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะชะลอลงมาที่ประมาณ 2-3% จากที่ประมาณการไว้ว่าจะขยายตัวราว 4% ในปี 2562 แต่ก็ยังมีตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สร้างโอกาสทางธุรกิจได้ ทั้งนักท่องเที่ยวจีน อาเซียน และอินเดีย รวมถึงตลาดไทยเที่ยวไทย ซึ่งภาครัฐสามารถส่งเสริมหรือออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือหนุนเศรษฐกิจไทยปีหน้าได้ เพราะมีสัดส่วนต่อจีดีพีรวมถึง 18%

มาตรการที่สำคัญคือเรื่องของวีซ่าในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งก็เคยคุยกันมาเป็นระยะอยู่แล้วในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง e-Visa, ฟรีวีซ่า, double entry visa หรือ multiple visa หรือการกระตุ้นในรูปแบบให้งบประมาณสนับสนุน ฯลฯ ซึ่งประเด็นสำคัญที่ยังพูดไม่ได้คือ ต้องนำมาตรการดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อน และมาตรการต่าง ๆ จะออกมาได้เมื่อไร

แต่หากพิจารณายาแรงที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ทำสำเร็จมาแล้ว โดยประเทศญี่ปุ่น คือการที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาใช้มาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยคนไทยนั้น ทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นเติบโตมาก ซึ่งหากไทยนำมาใช้บ้าง ในการเปิดให้นักท่องเที่ยวมาไทย โดยไม่ต้องทำวีซ่า โดยเฉพาะประเทศจีน ก็จะกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างมาก และผู้ที่จะเข้าประเทศได้นั้น จะต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อนจึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (เช่นเดียวกับผู้ที่ยื่นขอวีซ่ากับทางสถานเอกอัครราชทูต) ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ หรือขอตรวจเอกสารที่จำเป็น เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หรืออื่น ๆ


ซึ่งมีมาตรการในการควบคุมควบคู่ เช่น กรณีผู้ที่เคยมีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศไทย ผู้ที่อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศไทย ผู้ที่เคยละเมิดกฎหมายของประเทศไทย หรือประเทศอื่น และถูกศาลตัดสินลงโทษให้จำคุกมากกว่า 1 ปีจะไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดใหญ่และมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 และสร้างรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีอัตราการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดมาต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หากเปิดมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมาสดใส ชดเชยการถดถอยของการส่งออก

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ปี 2553 มีนักท่องเที่ยวจีน 1.12 ล้านคน ปี 2554 จำนวน 1.7 ล้านคน ปี 2555 จำนวน 2.78 ล้านคน ปี 2556 จำนวน 4.7 ล้านคน ปี 2557 จำนวน 4.63 ล้านคน ปี 2558 จำนวน 7.93 ล้านคน ปี 2559 จำนวน 8.75 ล้านคน ปี 2560 จำนวน 9.8 ล้านคน ปี 2561 จำนวน 10.5 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 11 ล้านคนในปี 2562 นี้

และหากดูสถิติของปี 2561 ที่ผ่านมา จะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนประเทศเดียวมีจำนวนเท่ากับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน 9 ประเทศรวมกัน และยังมากกว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปถึงราว 4 ล้านคน

จากรายงานของกองเศรษฐกิจ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 19.6 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสร้างรายได้คิดเป็นมูลค่า 1.01 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.3% โดยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนสูงสุด 3 อันดับแรกคือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย

สำหรับภาพรวมทั้งปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 40.5 ล้านคน สร้างรายได้รวมที่ 3.4 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2.2 ล้านล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...