xs
sm
md
lg

เจาะลึก "Social Craft Network" กับการสร้างเครือข่ายบนเส้นทางธุรกิจคราฟต์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


งาน Craft Bangkok 2018 ที่จัดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. 2561ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาฮอลล์ EH 103 -104 ที่ผ่านมานั้น เป็นงานที่รวบรวมศิลปิน  นักออกแบบ และผู้ประกอบการด้านงานหัตถศิลป์ ทั้งไทยและต่างชาติเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยน ทักษะความชำนาญองค์ความรู้ ตลอดจนไอเดียและความคิดสร้างสรรค์   เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ของบุคคลในวงการศิลหัตถกรรม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด  Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน

งานหัตถศิลป์... เป็นงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ผู้ผลิตงานคราฟต์สร้างสรรค์ขึ้นจากความชื่นชอบและทักษะฝีมือเฉพาะตัว ผลิตเป็นผลงานหัตถกรรมที่โดดเด่น แตกต่างกันไป  งานหัตถศิลป์...มีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย  ซึ่งงานหัตถศิลป์ในปัจจุบัน มีความทันสมัย และได้รับอิทธิพลจากการรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ในยุคที่ Social Network เข้ามามีอิทธิพลกับคนในสังคมโดยเฉพาะด้านการติดต่อสื่อสาร วงการหัตถศิลป์ ได้มีพัฒนาการและมีการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านโลกสังคมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งทำให้ Social Network เข้ามาบทบาทสำคัญต่อคนในวงการหัตถศิลป์ในปัจจุบัน
 
สำหรับงาน Crafts Bangkok 2018 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงาน Fair งานหนึ่งที่รวบรวมเหล่านักออกแบบ ทายาทครูช่าง ศิลปิน ผู้ประกอบการ และหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้อง เปิดมุมมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์การทำงานต่างๆ ของรุ่นพี่ถ่ายทอดสู่รุ่นน้องเมื่อเกิดการแบ่งปันกัน ทำให้สามารถพัฒนาผลงานก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และสามารถต่อยอดธุรกิจคราฟต์ได้เป็นอย่างดี

"นภดล สังวาลเพ็ชร "และ "คุณธีรศักดิ์ ลิ้มทัตธนกุล" เจ้าของแบรนด์ CHAR CO (ชาโคล) กล่าววถึง การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้างว่า เราจะไม่เป็นนักออกแบบที่ออกแบบแล้วจบงานเพียงคนเดียวแต่เราจะได้แนวคิดและประสบการณ์ของผู้ที่ร่วมเครือข่ายกับเรามาด้วย ดังนั้นเราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างซึ่งมีความเป็น Unique และอาจเป็นนวัตกรรมใหม่ได้ นี่คือการสร้างเครือข่ายทางความคิดซึ่งปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจที่เป็นผลิตภัณฑ์ เพราะความต้องการของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการใช้ทรัพยากร ซึ่งเป็นการลดต้นทุนด้านการผลิต  ลดขั้นตอนการทำงานแบ่งปันประสบการณ์ แลกความรู้ซึ่งกันและกัน Social CraftNetwork เป็นการต่อยอดธุรกิจทำให้เรามีนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น
 
นอกจากนี้มองว่า งาน Crafts Bangkok 2018 เปิดช่องทางทางการตลาด ช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ และตัวสินค้าของผู้ประกอบการในแต่ละแบรนด์ รวมถึงเป็นการทำให้เราเปิดโลกทัศน์ในเรื่องของกิจกรรมต่างๆเช่น กิจกรรมWorkshop กิจกรรมเสวนา และการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมไทย มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันระหว่างผู้ประกอบการงานหัตถกรรมของแต่ละแบรนด์ แต่ละผู้ผลิต ทำให้เรามีความสนิทสนมรู้จักกันมากขึ้น ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ และต่อยอดธุรกิจคราฟต์ในอนาคตได้

สำหรับ "ปราชญ์  นิยมค้า"เจ้าของแบรนด์ "Mann Craft" กล่าวว่าสำหรับการสร้างเครือข่ายส่งผลดีต่อธุรกิจคราฟต์คือทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตงานหัตถกรรม ในแต่ละกลุ่มแต่ละแบรนด์รู้จักกันมากขึ้น   ได้แลกเปลี่ยนถ่ายทอดองค์ความรู้ซึ่งกันและกันทั้งองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับงานของตนเอง และองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายด้วย ทำให้เราสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนาเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจรวมถึงการพัฒนาด้านการตลาดด้วย และได้โอกาสทางการตลาด ที่เป็นตลาดเฉพาะ สินค้าที่สอดคล้องกับผู้ซื้อ ได้ต่อยอดเรื่องงานจากการได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเครือข่ายต่างๆ
 
เช่นเดียวกับ "ปิลันธน์ ไทยสรวง" เจ้าของร้าน ภูคราม จ.สกลนคร ที่เห็นด้วยกับ การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ว่า การมีเครือข่าย ที่ทำงานในแนวทางเดียวกัน ทำให้มีตัวอย่างและแนวทางในการทำงานและได้ช่วยเหลือกันและกัน ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ ปรึกษาหารือ ช่วยต่อยอดการทำงานในธุรกิจคราฟต์ได้

สำคัญที่สุดของการสร้างเครือข่าย  สร้างคุณค่า  สร้างโอกาส เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจคราฟต์ไทยเติบใหญ่อย่างยั่งยืน แล้วพบกันอีกครั้งกับงาน Crafts Bangkok 2019
กำลังโหลดความคิดเห็น...