xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. ดึงสมาคมฟินเทค สร้างผู้ประกอบการผ่านโครงการ “FinTech Challenge”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ก.ล.ต. และสมาคมฟินเทค ผนึกกำลังสร้างผู้ประกอบธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัพหน้าใหม่ผ่านโครงการ “FinTech Challenge” ครั้งที่ 3 เปิดรับสมัครงแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม ศกนี้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมฟินเทคประเทศไทยร่วมกันจัดแถลงข่าวโครงการประกวดผลงานนวัตกรรมทางการเงิน FinTech Challenge ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Discovery เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 14.00-16.30 น. ณ ชั้น 13 อาคาร KX center เพื่อค้นหาผู้ประกอบธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัปหน้าใหม่ ที่จะปฏิวัติวงการทางการเงิน ปีนี้เตรียมพบกับคอร์สบ่มเพาะจากกูรูในวงการสตาร์ทอัปรุ่นพี่ และหน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง พร้อมชิงเงินรางวัลมากมาย มูลค่ารวมกันกว่า 400,000 บาท

นายเจษฎา สุขทิศ นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมฟินเทคฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ ก.ล.ต. ในโครงการ FinTech Challenge เพื่อผนึกกำลังสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัปหน้าใหม่ ขอเชิญชวนสตาร์ทอัป หรือผู้ที่สนใจส่งไอเดีย แนวคิด หรือผลงานที่เกี่ยวข้องกับฟินเทคเข้าประกวด หรือใครที่ยังมองหาโจทย์ สมาคมฟินเทคฯ ได้ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการ ผู้สนับสนุนโครงการ เพื่อหาโจทย์ ก็สามารถเสนอทางออกของโจทย์นั้นๆ มาได้ สมาคมฟินเทคฯ เชื่อว่า การบ่มเพาะจะช่วยสร้างสตาร์ทอัป และส่งผลให้ระบบนิเวศด้านฟินเทคในประเทศไทยเติบโต”

นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายนโยบายตลาดทุน สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า “โครงการ FinTech Challenge ซึ่งปีนี้เป็นปีที่สาม สอดคล้องกับนโยบาย ก.ล.ต. ที่ต้องการสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม และส่งเสริมทั้งผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ประกอบการรายใหม่ ได้นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาให้บริการในตลาดทุน และสำหรับโครงการปีนี้มีความพิเศษกว่าทั้งสองครั้งที่ผ่านมา โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการบ่มเพาะ และได้รับคำแนะนำทั้งในด้านเทคโนโลยี การทำฟินเทคสตาร์ทอัปจากทีมผู้เชี่ยวชาญผู้ที่ประสบความสำเร็จ และมากด้วยประสบการณ์ รวมทั้งได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบการกำกับดูแลที่อาจเกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับประโยชน์ และเพิ่มโอกาส
ในการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ และนำไปใช้ได้ในระบบการเงิน และตลาดทุนของประเทศอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ก็จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และแนวคิดกับผู้ประกอบการ เพื่อปรับปรุงการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา”

นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ FinTech Challenge : “The Startup fast-track gateway โดยนายปรมินทร์ อินโสม นางสาวมณีรัตน์ ศรีปริวาทิน ผู้ชนะการประกวดโครงการ Fintech Challenge ครั้งที่ 1 และ 2 และนางสาวอาจารีย์ ศุภพิโรจน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเงิน สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นว่า “ประเทศไทยยังมีปัญหาอุปสรรคหลักสำหรับสตาร์ทอัป คือ กฎหมาย แหล่งเงินทุน และบุคลากรที่มีศักยภาพ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหา สำหรับสตาร์ทอัปที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมองเห็นปัญหาของผู้บริโภค และมีไอเดียที่ตอบโจทย์ มีทีมต้องมุ่งมั่นพร้อมที่ทำให้ไอเดียเป็นจริง และมีงบประมาณที่เพียงพอในการดำเนินธุรกิจ”

ก่อนจบนายปรมินทร์ อินโสม ได้ทิ้งท้ายว่า “สิ่งสำคัญที่ได้จากโครงการ Fintech Challenge คือ คำแนะนำจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนของกฎเกณฑ์บางเรื่องที่ยังเป็นอุปสรรค” และนางสาวมณีรัตน์ ศรีปริวาทิน เสริมว่า “นอกจากเงินรางวัลแล้ว ทีม noon ยังได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่นำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ได้รับความรู้จากผู้ให้คำปรึกษา (mentor) ที่เชี่ยวชาญ ได้ปรึกษากฎเกณฑ์กับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และแลกเปลี่ยนแนวคิดจากเพื่อนๆ ในโครงการอีกด้วย” 


ธพว.ติดปีกสตาร์ทอัพ ปั้นหลักสูตร SME-D Scale UP พร้อมอัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ธพว.ติดปีกสตาร์ทอัพ ปั้นหลักสูตร SME-D Scale UP พร้อมอัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME Development Bank) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดโครงการอบรมหลักสูตร“SME-D Scale UP” โดยการอบรมดังกล่าวเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ จาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ได้เติมเต็มความรู้ในหลักสูตรการสร้างพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการตลาดในยุค 4.0 และเพื่อต่อยอดแนวความคิดสร้างสรรค์สร้างโมเดลธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถออกตลาดได้จริง และทางธพว.ยังได้ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
กำลังโหลดความคิดเห็น...