xs
xsm
sm
md
lg

“เบบี้เลิฟ” รุกกลุ่มพรีเมียมดันแชร์ เขย่าผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปหมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ชัชณี อนันต์วัตนพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เบบี้เลิฟ
ผู้จัดการรายวัน 360 - “เบบี้เลิฟ” เขย่าตลาดผ้าอ้อมเด็กหมื่นล้าน อัดงบเพิ่ม 3 เท่าตัว ส่ง “เบบี้เลิฟ พรีเมียมโกลด์” พร้อมควง ชมพู่-อารยา และคู่แฝดสายฟ้า-พายุ ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ หวังรั้งบัลลังก์ผู้นำตลาดรวมใน 2-3 ปี

นางชัชณี อนันต์วัตนพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเบบี้เลิฟมีผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็กใน 2 กลุ่มหลัก คือ สแตนดาร์ด และอีโคโนมี ส่งผลให้เป็นอันดับสองของตลาดรวม โดยบริษัทฯ ต้องการที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรวมปี 2561 นี้จึงพร้อมรุกในกลุ่มตลาดพรีเมียม และตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดภายใน 2-3 ปี

“ที่ผ่านมาเบบี้เลิฟยังไม่มีสินค้าในกลุ่มพรีเมียมอย่างชัดเจน ยอดขายมีน้อยมาก แต่จากที่มีสินค้าในกลุ่มสแตนด์ดาร์ด และอีโคโนมี ทำให้เป็นที่ 2 ของตลาดรวมหรือมีส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่า 20% การรุกกลุ่มพรีเมียมครั้งนี้ มั่นใจว่าจะทำให้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของตลาดรวมได้ใน 3 ปี”

ส่งผลให้ปีนี้บริษัทฯ พร้อมใช้งบการตลาดสูงสุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา ไม่ต่ำกว่า 3 เท่าตัว หรือมากกว่า 100 ล้านบาท ในการเปิดตัวผ้าอ้อมเด็กในกบุ่มพรีเมียม คือ เบบี้เลิฟ พรีเมียมโกลด์ ระดับ 5ดาว มีให้เลือก 2 แบบ คือ เบบี้เลิฟ พรีเมียมโกลด์ เทป และเบบี้เลิฟ พรีเมียม โกลด์ แพ้นส์ โดยได้ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต และคู่แฝด สายฟ้า-พายุ ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ เชื่อว่าจะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง พร้อมทำให้เบบี้เลิฟขึ้นมาเป็นอันดับสองในกลุ่มพรีเมียมภายใน 1-2 ปีแรก

นางชัชนีกล่าวต่อว่า สำหรับตลาดผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปปี 2561 นี้คาดว่าจะโตขึ้นไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่มีมูลค่า 9,910 ล้านบาท โต 6% ประกอบด้วยกลุ่มเทป 10% และแบบกางเกง 90% หรือสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ พรีเมี่ยม 42% สแตนดาร์ด 19% และอีโคโนมี 39% ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากลุ่มพรีเมี่ยมไม่โต เนื่องจากไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามา แต่จากทิศทางที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ต้องการความสะดวกสบาย การมีลูกน้อยลงทำให้เลือกสินค้าที่ดีที่สุด สินค้าหาซื้อง่ายขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น จีดีพีของประเทศดีขึ้น กลุ่มผ้าอ้อมเด็กพรีเมียมจึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่าปีนี้กลุ่มพรีเมี่ยมน่าจะโตขึ้นได้ 5-6% ตามภาพรวมตลาดได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...