xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น 2 พันล้านซึม สตีเบลฯ ลุยสินค้าเอเนอร์จีเซฟวิง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จากซ้ายไปขวา มร. ฟลอเรี่ยน ชูมาเคอร์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตสินค้าประหยัดพลังงาน มร. โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเชีย จำกัด คุณพัลลภ เชี่ยวชาญวิทยเวช ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด
ผู้จัดการรายวัน 360 - ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นชะงัก คาดทรงตัวที่ 2,000 ล้านบาทเท่าปีก่อน “สตีเบล” ทุ่ม 100 ล้านบาทลุย ส่งสินค้าใหม่สร้างยอดขาย กรุยตลาดประหยัดพลังงานปั๊มยอดขายในอนาคต หวังรักษาบัลลังก์เครื่องทำน้ำอุ่นที่ 25% ในสิ้นปีนี้ พร้อมยอดขายโตเพิ่มอีก 5% จาก 1,000 ล้านบาทในปีก่อน

นายโรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นมูลค่า 2,000 ล้านบาท ปีนี้น่าจะทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย หรือยังมีความต้องการอยู่ที่ประมาณ 600,000 เครื่อง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ราคายังมีผล โปรโมชันส่งเสริมการขายยังถูกนำมาใช้ โดยกลุ่มสินค้าระดับ 3,000-4,000 บาท เป็นกลุ่มที่ขายดีสุด บวกกับในแต่ละปียังมีผู้เล่นเข้ามาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโลคัลแบรนด์

ในส่วนของสตีเบลฯ ปีนี้ยังทำการตลาดเต็มที่ ภายใต้งบการตลาด 100 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนเล็กน้อย มุ่งเน้นช่องทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้น จากปัจจุบันทำรายได้น้อยกว่า 5% ของรายได้รวมทั้งหมด และวางแผนขยายช่องทางการขายใน กทม.ให้มากขึ้น จากปัจจุบันมี 200 พาร์ตเนอร์ และ 600 เอาต์เล็ต
.โรลันด์ เฮิน กับ เครื่องทำน้ำอุ่น XG Limited Gold Edition
รวมถึงมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 6 รายการ ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1. เครื่องทำน้ำอุ่น XG LIMITED GOLD EDITION ราคา 5,990 บาท 2. เครื่องทำน้ำอุ่น DX H2OT ราคา 2,990 บาท เริ่มจำหน่ายในไตรมาสสี่ 3. เครื่องทำน้ำอุ่น WL SERIES 2 รุ่น เริ่มจำหน่ายในไตรมาสสี่ 4. เครื่องกรองน้ำ NATURE ราคา 9,900 บาท 5. เครื่องกรองน้ำสำหรับฝักบัว VITA-C และ 6. หม้อต้มน้ำ EVS VERTICAL STORAGE

อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทฯ ยังได้เริ่มสร้างตลาดใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เอเนอร์จี เซฟวิง ในการนำ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ฮีตปั๊ม และระบายอากาศ เข้ามาในตลาดโปรเจกต์ จากในยุโรปเป็นเจ้าตลาดนี้มากว่า 40 ปี และมีผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กว่า 100 รายการ ส่วนในไทยอยู่ในช่วงพัฒนาทำตลาดร่วมกับผู้ประกอบการบ้านจัดสรร เช่น พฤกษา, แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ SCG มุ่งเน้นในเรื่องประหยัดพลังงาน หากได้รับความใจจะเป็นตลาดที่สำคัญในอนาคต โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้เป็นการนำเข้าจากเยอรมันและนำมาประกอบในไทย

นายโรลันด์กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานที่กล่าวมาเชื่อว่าปีนี้ สตีเบลฯ จะมีรายได้เติบโตขึ้น 5% จากปีก่อนทำได้ 1,000 ล้านบาท มาจากส่งออก 37% และจำหน่ายในประเทศ 63% โดยรายได้กว่า 95% มาจากกลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นหลัก ทั้งนี้มั่นใจว่าจะยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ 25% และเป็นผู้นำตลาดได้อีกครั้ง จากปัจจุบันอันดับสองในตลาดมีแชร์ห่างกันประมาณ 5%

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา สตีเบลฯ ทั่วโลกมีรายได้ 17,400 ล้านบาท มาจากกลุ่มเอเชียแปซิฟิก 1,932 ล้านบาท และกว่า 1,000 ล้านบาทมาจากไทย ซึ่งเป็นเฮดควอเตอร์ในภูมิภาคนี้ ส่วนยอดขายรองลงมาคือ ฟิลิปปินส์



กำลังโหลดความคิดเห็น