xs
xsm
sm
md
lg

“ตะวันแดง” ผุดโรงเบียร์อีก 3 แห่ง จ่อผนึก “บาวแดง” ลุยตลาดอังกฤษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” ทุ่มงบ 600 ล้านบาทผุดโรงเบียร์อีก 3 สาขาใน 5 ปี สู่ฝัน 5 สาขา พร้อมรายได้ทะลุ 1,500 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิดม่านสาขาที่ 3 ที่แจ้งวัฒนะ ส.ค.นี้ ตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทในสิ้นปี แย้มขยายสาขาในอังกฤษตามรอยคาราบาวแดงที่ปูทางไว้ให้ในลักษณะร่วมทุน

นายสุพจน์ ธีระวัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง 1999 จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมกำลังซื้อในกรุงเทพฯ ค่อนข้างดี ส่วนสำคัญมาจากภาพรวมการเมืองค่อนข้างนิ่ง คนไม่เครียด ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อธุรกิจโรงเบียร์ เพราะถ้าหากบรรยากาศโดยรวมดีธุรกิจก็จะเติบโต แต่ถ้ามีปัญหาการเมือง มีการประท้วงทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อรายได้ ส่งผลให้ปีนี้เชื่อว่ารายได้จาก 2 สาขา รวมกันจะมีการเติบโต 15% จาก 600 ล้านบาทในปีก่อน ที่จากปกติโตประมาณ 10%

ล่าสุดบริษัทฯ วางแผนงานภายใน 5 ปีนี้ พร้อมใช้งบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท ขยายเพิ่มอีก 3 สาขา เฉลี่ยสาขาละ 200 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทฯ ใช้งบลงทุน 200 ล้านบาทสำหรับเปิดโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงสาขาที่ 3 ที่ถนนแจ้งวัฒนะ พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ บนที่ดิน 7 ไร่ พื้นที่กว่า 5,000 ตร.ม. และพื้นที่ด้านหน้าจอดรถได้ 250 คัน และชั้นใต้ดินจอดรถได้อีก 100 คัน

สาขานี้ก่อสร้างภายใต้คอนเซ็ปต์ Boutique Industrial Design จุคนได้กว่า 1,200 ที่นั่ง เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยกลยุทธ์เน้นกลุ่มลูกค้าประจำและมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกที่มีฐานอยู่กว่า 6,000 คน ตั้งเป้ารายได้ถึงสิ้นปีนี้ 100 ล้านบาท หรือต่อปีน่าจะมีรายได้ 300 ล้านบาท และน่าจะคืนทุนภายใน 3 ปี

นายสุพจน์กล่าวต่อว่า การทำธุรกิจโรงเบียร์เป็นธุรกิจที่ต้องลงทุนสูงและไม่ควรเน้นขยายสาขา ดังนั้น ตามแผนการลงทุนต้องการมีจำนวนสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพียง 5 สาขาเท่านั้น โดยภายใน 5 ปีเตรียมขยายเพิ่มอีก 2 สาขา ทำเลที่สนใจคือ ย่านบางแค และถนนศรีนครินทร์ ซึ่งขณะนี้กำลังมองหาที่ดินอยู่ ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 7 ไร่ การลงทุนต้องควบคุมให้อยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อสาขาด้วย ส่วนต่างจังหวัดยังไม่มีแผนที่จะไปลงทุนเปิดแต่อย่างใด

“การขยายสาขาแต่ละสาขาต้องขึ้นอยู่กับค่าแรงงานขั้นต่ำด้วย เพราะส่งผลต่อกำไรที่น้อยลง ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้มีการปรับราคาอาหารมากว่า 3 ปีแล้ว หากค่าแรงมีการปรับขึ้นอีกอาจส่งผลต่อการลงทุนการคุ้มทุนอาจจะช้าลงจากที่วางไว้ 3 ปี บวกกับปัจจุบันกำลังซื้อเฉลี่ยมีการใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 600-650 บาทต่อคน เป็นคนไทย 70% ต่างชาติ 30% แต่พฤติกรรมการใช้เงินหรือสั่งอาหารลดลง ทำให้ต้องมีกลยุทธ์การทำตลาดมากขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ หากเปิดครบ 3 สาขาซึ่งรวมถึงสาขาแรกที่ถนนพระรามสาม ถนนเกษตร-นวมินทร์ และถนนแจ้งวัฒนะ คาดว่าจะมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทภายในปี 2559 และหากเปิดครบ 5 สาขาต่อปีน่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท

สำหรับสาขาในต่างประเทศปัจจุบันนี้มีอยู่ 2โมเดล คือ 1. รูปแบบโมเดลโรงเบียร์ มีอยู่ 2 แห่ง คือ สิงคโปร์ และพนมเปญที่เขมร 2 สาขารวมกันทำรายได้ 30 ล้านบาท โดยประเทศที่มีแผนลงทุนต่อคือ พม่า ซึ่งกำลังศึกษาหาพื้นที่อยู่ ส่วน 2. โมเดลร้านอาหารที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม จากการที่เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดงมีการลงทุนและเปิดตลาดในอังกฤษ ทางบริษัทฯ ยังมีแผนงานที่จะขยายสาขาการลงทุนในประเทศอังกฤษร่วมกับทางคาราบาวแดงเตรียมไว้เช่นกัน แต่ยังต้องรอดูก่อน เพราะต้องมีการเตรียมการ รวมถึงเรื่องของการบริหารและการลงทุนว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการหรือดูแลต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น