xs
xsm
sm
md
lg

“สหพัฒน์” ร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น รุก “ชาบู บุฟเฟต์” ก่อนตะลุย AEC

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

(จากซ้าย) นายกิตติ อุรพัฒนาการ ประธานบริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด, นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์, นายโยะชิทะกะ ชิเงะซาโตะ ประธาน ซาโต เรสเตอเรสเตอรองต์ ซิสเท็มส์ และ นางสาวสุนทรี ลี้โกมลชัย  กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิปปอนเต ซาโต จำกัด
“สหพัฒน์” รุกธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ดึงร้าน “นิปปอน เทอิ” ของไทยผนึกกลุ่มซาโต ญี่ปุ่น ตั้งบริษัทร่วมทุน ปั้นแบรนด์ “วาโชกุ ซาโต” ลุยชาบู บุฟเฟต์ แผน 8 สาขาใน 5 ปีก่อนขยายต่างประเทศในเออีซี

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เครือสหพัฒน์ได้ร่วมทุนกับทางฝ่ายไทยคือ นายกิตติ อุรุพัฒนาการ ประธานบริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยชื่อ “นิปปอน เทอิ” ถือหุ้น 61% และทางญี่ปุ่นคือ บริษัท ซาโต เรสเตอรองต์ ซิสเท็มส์ จำกัด เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ “วาโชกุ ซาโต” ถือหุ้น 19% ส่วนสหพัฒน์ถือหุ้น 20% จัดตั้ง บริษัท นิปปอนเต ซาโต จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท เพื่อนำเข้าและบริหารจัดการร้าน “วาโชกุ ซาโต” ในไทย เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทชาบู บุฟเฟต์

ทั้งนี้ แผนธุรกิจในไทยจะเปิดสาขาให้ครบ 8 สาขาภายใน 5 ปี ลงทุนสาขาละประมาณ 30 ล้านบาท โดยสาขาแรกตั้งอยู่ที่ “เจ ปาร์ค” คอมมูนิตี้มอลล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ของสหพัฒน์ คาดเปิดตุลาคม ศกนี้ เนื่องจากในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีชาวญี่ปุ่นอาศัยและทำงานอยู่ไม่น้อยกว่า 6 พันคน และคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคนในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะเวลานี้บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งย้ายฐานผลิตไปอยู่ที่ชลบุรีมากขึ้นหลังจากที่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 แต่ภาคตะวันออกน้ำท่วมน้อยที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ก่อนหน้านี้ทางสหพัฒน์โดยบริษัท เพรซิเดนท์ฟู้ด จำกัด บริษัทในเครือสหพัฒน์ก็ร่วมทุนกับญี่ปุ่นทำร้านอาหาร “ชาโบเตน” ประเภทข้าวหน้าหมูทอดมาแล้วหลายปี โดยปัจจุบันประเทศไทยถือว่าร้านอาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมาก ถือเป็นอันดับที่ 5 ในโลกที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากที่สุด รองจากสหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน

ด้าน นายกิตติ อุรพัฒนาการ ประธานบริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำอาหารญี่ปุ่นมากว่า 26 ปีพบว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยได้รับความนิยมไม่น้อย มีมูลค่ารวมมากกว่า 1.7 หมื่นบาท เติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตเรื่อยๆ จึงร่วมทุนตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้นมา โดยช่วงแรกจะเน้นการขยายสาขาในต่างจังหวัด โดยเฉพาะ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง เนื่องจากตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นยังเปิดกว้างและมีชาวญี่ปุ่นอาศัยทำงานจำนวนมาก ขณะที่ในกรุงเทพฯ มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากแล้วแต่ในอนาคตจะขยายเข้ากรุงเทพฯ ด้วย ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 200 ล้านบาท ภายใน 5 ปีครบ 8 สาขา รวมทั้งศึกษาการขยายธุรกิจไปในกลุ่มประเทศเออีซีด้วย เบื้องต้นมองประเทศพม่า กัมพูชา ลาว

ปัจจุบันบริษัทฯ บริหาร้าน “นิปปอน เทอิ” มากกว่า 26 ปี มีสาขา เช่น ตึกนันทวัน โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล สยามพารากอน นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เจปาร์ค ศรีราชา เป็นต้น

นายโยะชิทะกะ ชิเงะซาโตะ ประธาน ซาโต เรสเตอเรสเตอรองต์ ซิสเท็มส์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือหลายแบรนด์และหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการขยายแบรนด์ “วาโชกุ ซาโต” เข้ามาในใทยนี้ถือเป็นประเทศที่สามนอกจากญี่ปุ่น โดยที่ญี่ปุ่นมีแบรนด์ “วาโชกุ ซาโต” มากกว่า 197 สาขาแล้ว มีรายได้สัดส่วนมากกว่า 30% ของเครือ และหากประสบความสำเร็จก็อาจจะพิจารณานำแบรนด์อื่นที่มีความเหมาะสมเข้ามาเปิดในไทยก็ได้

ทั้งนี้ “ซาโต” เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ญี่ปุ่น มีรายรับ 32.8 พันล้านเยน หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท มีพนักงานกว่า 854 คน นอกจากประเทศไทยและญี่ปุ่นแล้วก่อนหน้านี้ได้ขยายไปที่ประเทศไต้หวัน 2 สาขา เปิดสาขาแรกปี 2010 และที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เปิดสาขาแรกเมื่อปีที่แล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น