xs
sm
md
lg

“อโรม่า” แยกทาง ปตท. เพิ่มผลิตกาแฟลุย ปั้นแบรนด์เครื่องชง

เผยแพร่:

“อโรม่า” ยันสัมพันธัซัปพลายกับร้านกาแฟอะเมซอนยุติบทบาทแล้ว รอคำบัญชาเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ยอมรับสูญ 200 ล้านบาทต่อปี เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง 100 ล้านบาท สยายปีกลุยตลาดเครื่องชงกาแฟเลเซอร์

นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร บริษัทในเครืออโรม่ากรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจกาแฟคั่่่วบดครบวงจร เปิดเผยว่า การร่วมมือระหว่างเครืออโรม่ากับร้านกาแฟอะเมซอนของ ปตท. ที่อโรม่าเป็นผู้ซัปพลายเมล็ดกาแฟให้ร้านอะเมซอนนั้นจะสิ้นสุดตามสัญญาเดิมในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 ซึ่งขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการต่อสัญญาในการซัปพลายอีกหลังจากที่การเจรจาไม่สามารถสรุปผลที่ลงตัวได้

เนื่องจากทาง ปตท.ได้ทำการลงทุนก่อสร้างโรงคั่่วบดกาแฟเองเป็นที่่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อนำผลผลิตนั้นป้อนให้กับร้านอะเมซอนคาเฟ่แทนเครืออโรม่าทั้งหมดกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ แต่หากถึงเวลานั้นแล้วทาง ปตท.ยังไม่พร้อมที่่จะผลิต บริษัทฯ ก็พร้อมที่จะซัปพลายวัตถุดิบให้ตามเดิมก่อนในช่วงแรก และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยอมรับว่าหลังจากที่่ต้องสูญลูกค้าออเดอร์รายใหญ่อย่างร้านกาแฟอะเมซอนไปนั้น กระทบต่อรายได้รวมบ้างแต่ก็ไม่มากนัก แม้ว่าจะมีรายได้จากตรงนี้ประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ทำให้ต้องขาดรายได้ในส่วนนี้ไป เนื่องจากธุรกิจของเครืออโรม่า้ยังมีการขยายตัวและเติบโตต่อเนื่อง สามารถเข้ามาทดแทนได้ตอบรับกับการเติบโตขอนนงตลาดกาแฟไทยที่มีมูลค่าประมา้ณ 6,000 ล้านบาต่่อปี เติบโต 20% ต่อปี

ทั้งนี้ ปีนี้้้เครืออโรม่าวา่งแผนใช้งบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท แบ่งเป็น งบ 50 ล้านบาทใช้ในการขยายโรงงานที่เดิมที่ฉะเชิงเทราเพิ่มอีก 2,000 ตารางเมตร เพิ่มกำลังผลิตเมล็ดกาแฟคั่วบดอีก 50% รวมเป็น 4,000 ตันต่อปี จากเดิมมี 2,000 ตันต่อปี และเพิ่มไลน์ผลิตเครื่องดื่มที่ไมใช่กาแฟ (Non Coffee) เช่น ผงผสมเครื่องดื่่มต่างๆ ชา โกโก้ และเครื่่องดื่มเทรนด์ใหม่ ชานมไข่มุก ซึ่งจะมีการแยกไลน์ผลิตระหว่างเครื่องดื่มกาแฟกับไม่ใช่กาแฟออกจากกันอย่างชัดเจน คาดว่าโรงงานเฟสที่ 2 จะเสร็จสมบูรณ์เดินเครื่องผลิตได้ประมาณเดือนพฤศจิกายนปีนี้

งบอีก 10 ล้านบาทลงทุนทำตลาดเครื่่่องชงกาแฟ และเครื่องบดเมล็ดกาแฟ สร้างแบรนด์ตัวเองแบบจ้างผลิต หรือโออีเอ็ม จากโรงงานในยุโรป คาดว่าเปิดตัวได้ในเดือนกรกฎาคมนี้จากเดิมที่บริษัทฯ ก็เป็นผู้นำเข้าสินค้าประเภทนี้ทำตลาดอยู่แล้ว เช่น แบรนด์เอ็กซ์โพบาร์จากสเปน บริษัทฯ มียอดจำหน่ายสูงสุดในเอเชียเกือบ 3,000 เครื่องต่อปี หรือแบรนด์เฟม่า และเวก้าจากอิตาลี

การรุกตลาดด้วยแบรนด์ตัวเองเพราะต้องการลดปัญหาการขายซ้ำซ้อนระหว่างดีลเลอร์กับร้านอโรม่าชอป ที่มีสินค้าจำกัดไม่กี่แบรนด์จะทำให้ดีลเลอร์มียอดขายเพิ่มขึ้น และมั่นใจว่าร้านอโรม่าชอปจะมียอดขายเครื่องชงกาแฟเพิ่มขึ้น 25% จากปีที่แล้วที่บริษัทฯ มีส่วนแบ่งตลาดนี้ประมาณ 225 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวมปีละประมาณ 500 ล้านบาท

สำหรับเครื่องชงกาแฟและเครื่่องบดเมล็ดกาแฟของบริษัทฯ มีแผนที่่จะทำตลาดต่างประเทศด้วย เช่น ในตลาดยุโรปคือที่อิตาลี และสเปน เอเชีย เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย และจีนที่คาดว่าจะเป็นประเทศสุดท้ายเพราะเป็นตลาดที่ใหญ่และยากที่สุด

สำหรับงบที่่เหลือจะลงทุนขยายสาขาร้านกาแฟ ไนน์ตี้โฟร์คอฟฟี่ 5 สาขา จากขณะนี้มี 35 สาขา เป็นสาขาแฟรนไชส์ 80% ร้านชาวดอย เพิ่มอีก 100 สาขา จากขณะนี้มี 300 สาขา เป็นแฟรนไชส์ 90% และร้านแบรนด์ใหม่่คือร้านบับเบิ้ลที ร้านชานมไข่มุก 20 สาขาในปีนี้แรกนี้ รวมทั้งขยายนอโรม่าชอปอีก 11 สาขา รวมเป็น 35 สาขาในปีนี้ จากเดิมมีอยู่ 24 สาขา ตั้งเป้าเปิดอโรม่าชอปให้ครบ 50 สาขาแบ่งเป็นต่างจังหวัด 30 สาขาและกรุงเทพฯ 20 สาขา

นายกิจจากล่าวต่อว่า จากแผนการลงทุนและแผนการตลาดนีี้้ มั่่นใจว่าจะส่งผลให้เครืออโรม่าสามารถก้าวขึ้นเป็นู้้นำตลาดธุรกิจกาแฟครบวงจรได้ภายใน 3-5 ปีจากนี้อย่างชัดเจน และมั่นใจว่าปีนี้จะมีรายได้รวมเติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 30-40% ที่มีรายได้รวมประมาณ 1,300 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...