xs
xsm
sm
md
lg

หัวมันสดราคาพุ่งสูงสุดรอบ 12 ปี เกษตรกรยิ้ม-โรงงานอยากร้องไห้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน- ข่าวดีเกษตรกร แต่เป็นข่าวร้ายอุตสาหกรรมที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ หลังเพลี้ยแป้งระบาด ทำผลผลิตหาย 30% คาดราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 12 ปี หัวมันสดทะลุกิโลละ 2.25 บาท

นายเสรี เด่นวรลักษณ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผยว่า จากนี้ไปมีแนวโน้มว่าอุตสาหกรรมมันสำปะหลังภายในประเทศจะได้รับความเดือดร้อน จากผลผลิตมันสำปะหลังปี 2552/53 ที่คาดว่า จะลดลงถึง 25-30% หรือมีหัวมันสดเหลือเพียง 20 ล้านตัน จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิต 27.7 ล้านตัน เพราะได้รับผลกระทบจากการระบาดอย่างหนักของเพลี้ยแป้ง สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตเป็นอย่างมาก

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหัวมันสดขณะนี้ ปรับตัวสูงสุดในรอบ 12 ปี นับจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจไทยเมื่อปี 2540 โดยหัวมันสดอยู่ที่ กก.ละ 2.25 บาท สูงกว่าราคาประกันรายได้เกษตรกรที่กำหนดราคาไว้ กก.ละ 1.70 บาท และยังสูงกว่าราคารับจำนำหัวมันสดฤดูกาล 2551/52 ที่รับจำนำสูงสุด กก.ละ 2.05 บาท ซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่จะขายหัวมันสดได้ราคาดี

“ราคาหัวมันสดที่พุ่งสูงสุดในรอบ 12 ปี เป็นผลดีต่อเกษตรกรที่จะขายหัวมันสดได้ราคาดีขึ้น และยังส่งผลดีต่อรัฐบาลที่ไม่ต้องชดเชยประกันรายได้ให้กับเกษตรกร แต่ส่งผลให้อุตสาหกรรมที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ เช่น เอทานอล อาหารสัตว์ ขนม โรงงานผงชูรส ประสบปัญหาด้านวัตถุดิบในอนาคต ซึ่งหากแก้ปัญหาไม่ได้อาจทำให้ไทยต้องนำเข้าหัวมันสดจากต่างประเทศในอนาคตก็ได้” นายเสรี กล่าว

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ราคาหัวมันสดเท่านั้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยแป้งมัน ราคาเอฟ.โอ.บี.อยู่ที่ตันละ 380 เหรียญสหรัฐฯ จากราคาส่งออกช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ตันละ 230 เหรียญสหรัฐฯ ส่วนมันเส้นอยู่ที่ตันละ 170 เหรียญสหรัฐฯ จากช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาส่งออกอยู่ที่ตันละ 120 เหรียญสหรัฐฯ

นายเสรี กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเพลี้ยแป้งระบาด โดยขอให้รัฐบาลนำงบประมาณจากโครงการประกันรายได้ที่ขณะนี้ไม่ต้องจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรมาเยียวยาผลกระทบ และขอให้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้เตรียมพร้อมกับผลกระทบครั้งนี้ เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีงบในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเพลี้ยแป้งระบาดเพียงแค่ 60 ล้านบาทเท่านั้น

“จะต้องแก้ปัญหาให้ได้ภายใน 2 ปี ไม่เช่นนั้นจะมีโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังปิดกิจการจำนวนมาก เพราะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจะหันไปใช้พืชชนิดอื่นทดแทนมันสำปะหลัง ซึ่งรวมถึงตลาดต่างประเทศที่จะลดการนำเข้าจากไทย และหันไปใช้พืชชนิดอื่นแทนเช่นกัน เพราะขณะนี้เริ่มรับกับราคาผลิตภัณฑ์มันที่สูงขึ้นไม่ไหวแล้วซึ่งจะมีการประเมินผลกระทบจากการส่งออกอีกครั้ง” นายเสรี กล่าว

สำหรับปริมาณความต้องการใช้มันสำปะหลังปี 2553 คาดว่า อุตสาหกรรมภายในประเทศจะใช้หัวมันสดถึง 10.8 ล้านตัน แบ่งเป็น ใช้ทำมันเส้น 2.42 ล้านตัน แป้งมัน 5.46 ล้านตัน เอทานอล 3 ล้านตัน และส่งออกประมาณ 16.37 ล้านตัน จากการแปรรูปเพื่อส่งออกเป็นมันเส้น 5.5 ล้านตัน แป้งมัน 10 ล้านตัน และมันอัดเม็ด 7.92 แสนตัน รวมปริมาณความต้องการใช้ภายในและส่งออกในปีหน้าต้องใช้หัวมันสดถึง 27.2 ล้านตัน