xs
xsm
sm
md
lg

ครม.ส่ง เสธ.หนั่น ล็อบบี้สหภาพ ร.ฟ.ท.“ซาเล้ง” ลั่น! วันนี้ต้องจบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คลังแจง การแปรรูป-แผนฟื้นฟู ร.ฟ.ท.คนละเรื่องเดียวกัน ยันการตั้ง บ.ลูก 2 แห่ง เพื่อหารายได้เพิ่ม-ดูแลสวัสดิการ พนง.พร้อมยกตัวอย่าง บ.ไปรษณีย์ไทย มีกำไรเป็นพันล้าน ขณะที่มติ ครม.เห็นชอบส่ง เสธ.หนั่น เจรจาหยวนสหภาพ พบกันครึ่งทาง “ซาเล้ง” ประกาศศักดานุภาพ ลั่นวันนี้ ทุกอย่างต้องจบ

นายอารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวชี้แจงยืนยันว่า แผนฟื้นฟูการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยให้ตั้งบริษัทลูก 2 แห่ง คือ บริษัท เดินรถ และบริษัท บริหารสินทรัพย์ เป็นการปรับโครงสร้างองค์กร ไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท.เข้าใจ แต่การตั้งบริษัทลูกขึ้นมาจะทำให้เกิดความชัดเจนในการบริหารองค์กร เพื่อให้ ร.ฟ.ท.สามารถทำรายได้ เพื่อลดภาระเงินงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพ โดยที่พนักงานไม่ได้เสียประโยชน์ใดๆ

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรไปแล้ว และสามารถสร้างผลกำไร อยู่ได้ด้วยตนเอง เช่น กรณีของการสื่อสารแห่งประเทศไทยที่แปรสภาพปรับโครงสร้างองค์กร แยกจัดตั้งเป็น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากเดิมที่เคยมีผลดำเนินงานขาดทุน กลับสามารถสร้างผลกำไรได้เป็นหลักพันล้านบาท โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลการดำเนินกิจการเป็นการเฉพาะ

ดังนั้น ในส่วนของ ร.ฟ.ท.จะมีรูปแบบดำเนินการในลักษณะเดียวกัน โดยจะมีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลกิจการด้านการบริหารทรัพย์สิน มุ่งหารายได้จากทรัพย์สิน ส่วนบริษัท เดินรถ ก็เร่งสร้างระบบราง รองรับการขยายการคมนาคมขนส่งระบบราง

“ถ้ากลัวการแปรรูป น่าจะคุยกัน และรัฐบาลเองยินดีที่จะพูดให้ชัดเจน เพราะแผนฟื้นฟูการรถไฟ ก็มีมติ ครม.และจะออกเป็นกฎหมายไม่ให้แปรรูป เพียงแต่ต้องใช้เวลา การเจรจาชี้แจงคิดว่าจะมีสิ่งที่ดีๆ เพราะนอกจากหนี้สิน 7,000 ล้านบาท ผลขาดทุนอีก 10,000 ล้านบาท พนักงานที่ต้องจ่ายบำนาญ จะตั้งกองทุนดูแลพนักงานการรถไฟ ซึ่งเมื่อตั้งบริษัทลูกก็มีเงินมาช่วยตั้งกองทุนดูแลบำนาญ บริษัทลูกจะหารายได้ดีขึ้น ลดภาระการรถไฟฯ พนักงานไมได้เสียประโยชน์ มีการแยกบัญชีชัดเจน”

ด้าน นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานและผู้อำนวยการโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกลับมาพิจารณาและให้ความสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนารัฐวิสาหกิจไทยในรูปแบบที่ได้รับการยอมรับกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและชัดเจน ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นจะเห็นการประท้วงหยุดให้บริการของพนักงานรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะไม่มีนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่รัฐวิสาหกิจไทยก็จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันได้ด้วยตัวเอง เป็นการลดภาระของภาครัฐที่จะต้องนำรายได้มาสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่ที่ผ่านมา การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจยังประสบปัญหาขาดทุน ไม่สามารถส่งรายได้ให้กับภาครัฐได้เต็มที่ และการบริการประชาชนก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องมีจุดยืนเพื่อรักษาประโยชน์ของชาติ อยากให้รัฐบาลหันมาพิจารณาอย่างจริงจัง โดยอาจใช้แนวทางที่อยู่ในสมุดปกขาวที่ได้เคยยื่นไปมาดำเนินการโดยเร่งด่วน ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถชี้ทางออกในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการชี้แจงและรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มสหภาพแรงงาน ร.ฟ.ท.โดยเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหา และมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ในคณะทำงานเจรจาหาข้อยุติร่วมกัน

ล่าสุด มีรายงานว่า พล.ต.สนั่น ได้เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือร่วมกับ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการ ร.ฟ.ท. และกลุ่มสหภาพแรงงาน ร.ฟ.ท.เพื่อเจรจาหาข้อยุติร่วมกัน

ขณะที่ รมว.คมนาคม กล่าวกับสื่อมวลชนประจำกระทรวง โดยระบุว่า ปัญหาทุกอย่างต้องได้ข้อยุติ และรถไฟต้องสามารถบริการเดินรถได้ภายในวันนี้ พร้อมกล่าวย้ำว่า แผนการปรับโครงสร้างของการรถไฟฯ จะมีประโยชนต์ต่อการรถไฟฯมาก ทั้งการชดใช้หนี้สินเก่า และการรับภาระการลงทุนในอนาคต ซึ่งมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นความสับสน และเข้าใจผิดของพนักงาน และไม่ต้องการให้ใช้วิธีการประท้วงหยุดงานมาเป็นเครื่องต่อรอง
กำลังโหลดความคิดเห็น