เอเอฟพี - ทรัมป์อ้างบรรลุกรอบข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และยอมยกเลิกการขู่ใช้กำลังบุกยึดเกาะดังกล่าวจากเดนมาร์ก รวมทั้งระงับการรีดภาษีเพื่อบีบชาติยุโรปที่ร่วมกันปกป้องกรีนแลนด์ ด้านเลขาธิการนาโตเผยไม่ได้คุยเรื่องอธิปไตยกรีนแลนด์กับทรัมป์ และยังต้องหารือต่อเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่แท้จริง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับลำกะทันหัน หลังหารือกับมาร์ก รึตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่งานประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัมในเมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพุธ (21 ม.ค.)
หลังจากการหารือดังกล่าว ทรัมป์โพสต์บนทรูธ โซเชียลว่า ตนและรึตเตอบรรลุกรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ หรืออาจรวมถึงอาร์กติกทั้งหมด และตัดสินใจยกเลิกแผนการเก็บภาษีศุลกากร 25% กับเดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปอีกหลายชาติที่รวมถึงอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่ส่งทหารไปยังกรีนแลนด์ ซึ่งเดิมจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ.
ต่อมาทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงที่บรรลุครอบคลุมทุกสิ่งที่อเมริกาต้องการและจะมีผลบังคับใช้ “ตลอดกาล”
อย่างไรก็ดี เขาลังเลที่จะตอบคำถามว่า อเมริกาจะได้สิทธิ์อธิปไตยเหนือกรีนแลนด์หรือไม่ โดยบอกว่า ข้อตกลงดังกล่าวทำให้ทุกฝ่ายอยู่ในสถานะที่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความมั่นคง แร่ธาตุ และทุกสิ่ง
ทางด้านรึตเตอให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า การประชุมกับทรัมป์เป็นการประชุมที่ดีมาก แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับกรีนแลนด์เพื่อบรรลุข้อตกลงที่แท้จริง และสำทับว่า ไม่ได้หารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือกรีนแลนด์ ทว่า ทรัมป์โฟกัสที่สิ่งที่นาโตต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่า สามารถปกป้องภูมิภาคอาร์กติกที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลง และจีนกับรัสเซียเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น
แอลลิสัน ฮาร์ต โฆษกนาโต แถลงว่า ชาติสมาชิกจะหารือเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงเพื่อมุ่งแก้ไขประเด็นที่ทรัมป์ระบุว่า กรีนแลนด์ไม่ได้รับการปกป้องจากการรุกรานของรัสเซียหรือจีน และเสริมว่า เดนมาร์ก
กรีนแลนด์ และอเมริกาจะหารือกันต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่า รัสเซียและจีนจะไม่สามารถเข้าไปสร้างฐานที่มั่นทางเศรษฐกิจหรือการทหารในกรีนแลนด์ได้
คำขู่ของทรัมป์ก่อนหน้านี้จุดชนวนวิกฤตระหว่างสองฝั่งแอตแลนติกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ท่ามกลางคำเตือนว่า เขากำลังจะทำลายนาโตด้วยการรุกรานกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์กที่เป็นสมาชิกนาโตเช่นเดียวกับสหรัฐฯ
ด้วยเหตุนี้ การที่ทรัมป์ยอมยกเลิกคำขู่และการกดดันเกี่ยวกับกรีนแลนด์ จึงทำให้เดนมาร์ก รวมถึงยุโรปโล่งใจอย่างมาก นอกจากนั้นยังทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผ่อนคลาย
ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า การที่ทรัมป์ประกาศว่า จะระงับสงครามการค้าและไม่โจมตีกรีนแลนด์ ถือเป็นเรื่องที่ดี
ก่อนที่ทรัมป์จะเปลี่ยนท่าที รัฐบาลกรีนแลนด์ได้เผยแพร่โบรชัวร์ใหม่ให้คำแนะนำประชาชนหากเกิด “วิกฤตการณ์” บนเกาะ
อย่างไรก็ตาม อานู แบรดฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ เตือนผ่านรายการเอเชีย เฟิร์สต์ของซีเอ็นเอว่า สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง
แบรดฟอร์ดแจงว่า การเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์บ่งชี้ว่า ผู้นำสหรัฐฯ กำลังเผชิญความกดดัน ซึ่งอาจเป็นความกดดันจากตลาดหรือจากภายในพรรครีพับลิกันเองที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจบางอย่าง และอาจตีความได้ว่า ตอนนี้ทรัมป์เข้าใจมากขึ้นว่า การเดินหน้าขู่ใช้กำลังทหารควบคู่กับสงครามการค้าเต็มรูปแบบก่อให้เกิดความเสี่ยงและต้นทุนที่อเมริกาต้องจ่ายมากน้อยแค่ไหน
ถึงกระนั้น การที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า ดีลดังกล่าวอาจครอบคลุมมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันภัยด้วยขีปนาวุธและการยกระดับการดำเนินการด้านความมั่นคง ซึ่งยังไม่รู้ว่า กรีนแลนด์ เดนมาร์ก และยุโรป จะยอมรับได้หรือไม่
แบรดฟอร์ดเสริมว่า แม้ความไว้วางใจระหว่างอเมริกากับยุโรปไม่ได้สูญเสียไปเป็นการถาวร แต่คงต้องใช้เวลานานในการฟื้นความไว้วางใจเหล่านั้น


