ราคาน้ำมันขยับขึ้นมากกว่า 2% ในวันอังคาร(13ม.ค.) จากแนวโน้มความปั่นป่วนที่จะเกิดขึ้นกับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอควบคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขณะที่ทองคำปรับลด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ ปิดที่ 61.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 65.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อิหร่าน หนึ่งในผู้ผลิตลำดับต้นๆของโอเปก กำลังเผชิญกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี มีรายงานข่าวการปราบปรามผู้ชุมนุมโดยรัฐบาลได้ปลิดชีพผู้คนไปแล้วราว 2,000 ราย และนำไปสู่การจับกุมอีกหลายพันคน เรียกเสียงเตือนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเปิดปฏิบัติการทางทหาร
ในวันจันทร์(12ม.ค.) ทรัมป์ เตือนว่าประเทศใดก็ตามที่ค้าขายกับอิหร่าน จะถูกรีดภาษีในอัตรา 25% กับทุกธุรกิจที่ทำกับสหรัฐฯ ในขณะที่จีนคือผู้บริโภคน้ำมันดิบอิหร่านรายใหญ่ที่สุด
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันอังคาร(13ม.ค.) จากแรงฉุดของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังบรรดาผู้บริหารของเจพีมอร์แกน แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอเมื่อเร็วๆนี้ของทรัมป์ เกี่ยวกับการกำหนดเพดานควบคุมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต
ดาวโจนส์ ลดลง 398.21 จุด (0.80 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,191.99 เอสแอนด์พี ลดลง 13.53 จุด (0.19 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,963.74 จุด แนสแดค ลดลง 24.03 จุด (0.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,709.87 จุด
บรรดาผู้บริหารระดับสูงของเจพีมอร์แกน ในนั้นรวมถึง เจมี ไดมอน ซีอีโอ เตือนว่าข้อเสนอจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10% จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างรุนแรง
นักลงทุนยังทบทวนรายงานฉบับหนึ่งที่เผยแพร่ออกมาหน่งวันก่อนหน้านี้ ที่พบอัตราเงินเฟ้อในดือนธันวาคม เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ ทำให้ตลาดยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีกรอบในปีนี้
ส่วนราคาทองคำในอังคาร(13ม.ค.) ปรับลดเล็กน้อย จากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน แม้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยราคาทองคำโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 0.30 % ปิดที่ 4,599.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์)


