ทรัมป์อ้างตัวเองเป็น “ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา” ในโพสต์ทางแพลตฟอร์มสื่อสังคม “ทรูธ โซเชียล” ของเขาเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ขณะที่สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับเวเนซุเอลายังคงตึงเครียด หลังจากกองทหารสหรัฐฯปฏิบัติการอุกอาจบุกจับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา พร้อมภรรยา จากเมืองหลวงการากัส เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวทางออนไลน์คราวนี้กำลังเรียกเสียงฮือฮาทั้งจากสื่อมวลชนและชาวเน็ตทั่วโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ภาพดังกล่าวที่ทำเลียบแบบเวอร์ชั่นประวัติของตัวเขาเองบนเพจวิกิพีเดีย ทางสื่อสังคม ทรูธ โซเชียล ในช่วงวันอาทิตย์ (11) ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ โดยที่ระบุตำแหน่งของตนเองว่า “ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา” นอกจากนั้นในโพสต์ยังมีภาพถ่ายของตัวเขาซึ่งมาจากภาพถ่ายอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ พร้อมกับระบุว่า “เข้ารับตำแหน่งเดือนมกราคม 2026”
โกลบอลไทมส์ สื่อในเครือเหรินหมินรึเป้า ปากเสียงอย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า จนกระทั่งถึงเวลาที่จะต้องรายงานข่าวนี้ ทางพวกผู้สื่อข่าวโกลบอลไทมส์ยังไม่ได้เห็นมีการแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ จากทางการเวเนซุเอลา ต่อโพสต์ของทรัมป์คราวนี้
ภาพที่ถูกโพสต์นี้ ยังเลียนแบบเพจวิกิพีเดีย ด้วยการระบุประวัติย่อของทรัมป์เอาไว้ว่า เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 และคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา โดยที่เขารับตำแหน่งสมัยที่สองตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2025 และมี เจดี แวนซ์ เข้ารับหน้าที่เป็นรองประธานาธิบดี
มีเดีย ไอทีอี สื่อซึ่งตั้งฐานอยู่ในนิวยอร์ก ได้รายงานข่าวโพสต์นี้เอาไว้ในข้อเขียนซึ่งใช้ชื่อเรื่องว่า “ทรัมป์ทำพิลึก โพสต์ข้อความว่าเขาคือ ‘รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา’ ทางทรูธโซเชียล” ข้อเขียนนี้ยังอ้างอิงเรื่องที่ทรัมป์พูดระหว่างให้สัมภาษณ์ ฌอน แฮนนิตี แห่งทีวีฟ็อกซ์นิวส์ในสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาจะอนุญาตให้จัดการเลือกตั้งขึ้นในเวเนซุเอลา “ในท้ายที่สุด” แต่ก่อนอื่น “เราจะเข้าไปสร้างน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันขึ้นมาใหม่” ในเวเนซุเอลา
ด้าน อีโคโนมิก ไทมส์ สื่อด้านข่าวในอินเดีย รายงานข่าวเกี่ยวกับโพสต์นี้ว่า เป็น “การดัดแปลงภาพด้วยวิธีการทางดิจิตอล เพื่อเสนอให้เห็นบทบาทของทรัมป์ภายหลังจากพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาในระยะหลังๆ มานี้” รายงานข่าวนี้ยังชี้ด้วยว่า ภาพนี้ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดภายหลังการเข้าแทรกแซงด้วยกำลังทหารของสหรัฐฯในเวเนซุเอลา
เมื่อวันศุกร์ (9) ที่ผ่านมาผู้นำสหรัฐฯผู้นี้ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อ “ปกป้องรายได้จากน้ำมันเวเนซุเอลาที่อยู่ในบัญชีต่างๆ ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ให้ถูกแตะต้องจากกระบวนการยุติธรรม” เพื่อเป็นการรับประกันว่าเงินทุนต่างๆ จากน้ำมันเวเนซุเอลาจะถูกสงวนรักษาไว้ “เพื่อผลักดันเดินหน้าไปตามวัตถุประสงค์ต่างๆ แห่งนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯ” ทั้งนี้ตามการอธิบายในคำแถลงของทำเนียบขาว
สหรัฐฯได้เปิดการโจมตีขนาดใหญ่ต่อเวเนซุเอลาในวันที่ 3 มกราคม ขณะที่ใช้กำลังบังคับจับตัวมาดูโรและภรรยาของเขา ภายหลังจากนั้น ทรัมป์ได้กล่าวอ้างระหว่างการแถลงข่าวที่รีสอร์ตส่วนตัว มาร์-อา-ลาโก ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ของเขาว่า จากนี้ไปสหรัฐฯจะ “บริหารปกครอง” เวเนซุเอลา
ทางด้านชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็นคัดค้านนัยจากเนื้อหาในโพสต์ของทรัมป์คราวนี้ เป็นต้นว่า @_Bongz จากเมืองโซเวโต ในแอฟริกาใต้ เขียนคอมเมนต์เอาไว้ใต้โพสต์รีทวีตในอาร์ที สื่อรัสเซีย โดยกล่าวว่า “เรื่องนี้ผิดกฎหมายและยอมรับไม่ได้”
ชานากา อันสเลม เปเรรา นักเขียนด้านภูมิรัฐศาสตร์แสดงความเห็นของเขาในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า “ประวัติศาสตร์อเมริกัน 248 ปี ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหนเคยประกาศตัวอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนว่าเป็นผู้มีอำนาจทางการบริหารเหนือชาติในต่างประเทศชาติใดชาติหนึ่ง จนกระทั่งมาถึงวันนี้”
“เมื่อโลกตระหนักรับรู้ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องตลก การประเมินตีราคากันใหม่จะไม่ใช่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่มันจะเป็นไปอย่างรุนแรง” เขาเขียนเอาไว้เช่นนี้
@mcdnyamps แสดงความเห็นทางเอ็กซ์ ข้างใต้การรีทวีตภาพนี้ โดยบอกว่า “มันคือลัทธิล่าอาณานิคม”
ทั้งนี้หลังจาก มาดูโร ถูกจับตัวไป เดลซี โรดิเกซ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นรองประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ได้เข้าสาบานตัวเมื่อวันที่ 5 มกราคม เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา โดยที่ทรัมป์ได้กล่าวกับพวกผู้สื่อข่าวหลายครั้งหลังจากนั้นว่า ทางการสหรัฐฯมีการติดต่อกับเธอ และชมเชยที่เธอให้ความร่วมมือด้วยดี แม้เขาจะคอยขู่ด้วยว่า เธอจะต้องสูญเสียหนักหากไม่ยอมทำตามสหรัฐฯ
(ที่มา: โกลบอลไทมส์/เอเจนซีส์)


