รายละเอียดแผนการที่ทรัมป์วางไว้เพื่อ “บริหารปกครอง” เวเนซุเอลา ภายหลังบุกจู่โจมจับกุมตัวผู้นำ ‘นิโคลัส มาดูโร’อย่างอุกอาจ ปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่างมากขึ้นในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) นั่นคือมุ่งควบคุมการส่งออกน้ำมัน ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สุดของการากัสให้อยู่หมัด ทั้งด้วยการเข้มงวดปราบปรามกวาดล้างเรือที่แอบขน “ทองคำสีดำ” เหล่านี้ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอเมริกา และด้วยการบีบบังคับรัฐบาลของรักษาการประธานาธิบดีให้ยินยอมปล่อยวอชิงตันเป็นผู้ดูแลการขายน้ำมันแก่ต่างประเทศ โดยล่าสุดเริ่มผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชั่นบางส่วนเพื่อให้เวเนซุเอลาสามารถผลิตเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ประกาศว่า สหรัฐฯจะบริหารและเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาลของประเทศนี้ไปอีกนานเป็นแรมปี และอาศัยเป็นเครื่องมือในการทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกถูกลงมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์นิวยอร์กไทมส์ที่นำออกเผยแพร่เมื่อเช้าวันพฤหัสฯ (8) โดยกล่าวว่า เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า อเมริกาจะต้องบริหารเวเนซุเอลาและเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองของประเทศละตินอเมริการายนี้นานแค่ไหน แต่น่าจะนานกว่าแค่ 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1ปี
ประมุขทำเนียบขาวเสริมว่า อเมริกาจะฟื้นฟูและทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลามีกำไร และจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง รวมทั้งสร้างรายได้ให้เวเนซุเอลา ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่า วอชิงตัน “เข้ากันได้ดี” กับเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาของนิโคลัส มาดูโร และปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นผู้รักษาการประธานาธิบดี
ขณะที่สำนักข่าวเอพีชี้ว่า ภายหลังกำจัดประธานาธิบดีมาดูโรออกจากเวที คณะบริหารทรัมป์มีความตั้งใจที่จะควบคุมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันของเวเนซุเอลาในทั่วโลก โดยที่วอชิงตันนอกเหนือจากบังคับปิดล้อมห้ามเวเนซุเอลาส่งออกน้ำมัน ซึ่งเป็นมาตรการที่กำลังอยู่ในปัจจุบันแล้ว กระทรวงพลังงานสหรัฐฯก็กำลังออกมาบอกว่า “เฉพาะน้ำมันที่ขนส่งเข้าและออกจากเวเนซุเอลา” ซึ่งผ่านช่องทางต่างๆ ที่ได้รับการอนุมัติจากสหรัฐฯแล้วเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นสินค้าที่ปฏิบัติสอดคล้องกับกฎหมายสหรัฐฯและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
รายงานข่าวของเอพีบอกอีกว่า จากการที่สหรัฐฯสามารถควบคุมเหนือแหล่งสำรองน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นแหล่งสำรองที่มีการพิสูจน์ยืนยันแล้วขนาดใหญ่ที่สุดของโลกเช่นนี้ จะทำให้คณะบริหารทรัมป์ยิ่งสามารถมีอำนาจเหนือซัปพลายน้ำมันในระดับทั่วโลก ในวิถีทางที่อาจส่งอิทธิพลต่อระดับราคา ดังนั้นความเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลทรัมป์ที่จะพยายามควบคุมก้าวเดินต่อๆ ไปที่จะเกิดขึ้นในเวเนซุเอลา โดยผ่านการกุมอำนาจเหนือทรัพยากรน้ำมันของประเทศนี้ หลังจากตัวทรัมป์เองได้ประกาศภายหลังการจับกุมมาดูโรว่า สหรัฐฯจะเป็นผู้ “บริหารปกครอง” เวเนซุเอลาไประยะหนึ่ง
รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ พูดถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจนขึ้นอีก ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ (7) โดยเขาบอกว่า อเมริกาสามารถ “ควบคุม” เหนือ “กระเป๋าเงิน”ของเวเนซุเอลาได้ ด้วยการบงการว่าการากัสสามารถขายน้ำมันได้ที่ไหน
“เราควบคุมทรัพยากรพลังงานเอาไว้ และเราก็บอกกับระบอบปกครอง (ในเวเนซุเอลา) ว่า คุณจะได้รับอนุญาตให้ขายน้ำมันได้ตราบเท่าที่คุณทำสิ่งที่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์แห่งชาติของอเมริกา” แวนซ์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์รายการซึ่งเตรียมนำออกอากาศทางช่องทีวีฟ็อกซ์นิวส์
เขากล่าวต่อไปด้วยว่า “นี่คือวิธีการที่เราใช้ในการออกแรงบีบคั้นอย่างเชื่อถือได้ต่อประเทศนั้น โดยที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองชีวิตชาวอเมริกันแม้แต่คนเดียว”
ทางด้าน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกว่า น้ำมันที่ยึดได้จากพวกเรือซึ่งได้ถูกสหรัฐฯประกาศแซงก์ชั่นลงโทษเอาไว้ ซึ่งล่าสุดคือเรือที่กองกำลังอเมริกันเข้ายึดในแอตแลนติกเหนือลำหนึ่ง และจากทะเลแคริบเบียนอีกลำหนึ่งในวันพุธ (7) จะถูกนำไปขายโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ทรัมป์ประกาศเมื่อวันอังคาร (6) ซึ่งระบุว่า เวเนซุเอลาจะจัดส่งน้ำมันดิบปริมาณ 30- 50 ล้านบาร์เรลให้อเมริกา
รูบิโอสำทับระหว่างการบรรยายสรุปให้พวกผู้นำรัฐสภาสหรัฐฯฟังเมื่อวันพุธ(7) ว่า รัฐบาลชั่วคราวของเวเนซุเอลาต้องการให้น้ำมันที่อเมริกายึดไว้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากเข้าใจดีว่ามันเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาสามารถเคลื่อนย้ายน้ำมันและสร้างรายรับขึ้นมาได้ รวมทั้งยังตระหนักว่าเศรษฐกิจของพวกเขาจะไม่ล่มสลาย ถ้าหากพวกเขายอมร่วมมือและทำงานกับอเมริกา
ผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชัน
ขณะเดียวกัน คณะบริหารทรัมป์ก็กำลังผ่อนปรนหรือยกเลิกมาตรการแซงก์ชั่นบางส่วน “แบบมีการเลือกสรร” เพื่อให้สามารถขนส่งและขายน้ำมันเวเนซุเอลาไปยังตลาดทั่วโลกได้ ทั้งนี้ตามกรอบโครงนโยบายที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (7) โดยกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ โดยถือว่าเริ่มต้นขึ้นในทันทีด้วยน้ำมันปริมาณ 30-50 ล้านบาร์เรล
รัฐบาลสหรัฐฯบอกว่า การขายเช่นนี้ “จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนดสิ้นสุด โดยเงินที่ได้จากการขายน้ำมันจะนำไปฝากในบัญชีธนาคารที่เป็นที่รู้จักยอมรับกันในระดับโลก รัฐบาลอเมริกันจะเป็นผู้ควบคุมบัญชีดังกล่าว ซึ่งจะนำรายได้เหล่านั้นไปจัดสรรให้ประชาชนเวเนซุเอลาและให้แก่อเมริกาตามดุลพินิจของรัฐบาลอเมริกัน ขณะที่ทรัมป์ประกาศว่า เวเนซุเอลาจะต้องนำรายได้จากการขายน้ำมันไปจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอเมริกาเท่านั้น
วันเดียวกันนั้น พีดีวีเอสเอ ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา แถลงยืนยันว่า กำลังเจรจาขายน้ำมันดิบกับรัฐบาลสหรัฐฯ “กระบวนการนี้พัฒนาขึ้นมาตามแผนการทำนองเดียวกับที่กำลังใช้อยู่กับพวกบริษัทระดับนานาชาติ อย่างเช่น เชฟรอน และยึดโยงอยู่กับการต่อรองแลกเปลี่ยนเชิงพาณิชย์อย่างเข้มงวด โดยยึดหลักเกณฑ์ของความถูกต้องตามกฎหมาย, ความโปร่งใจ, และการให้ประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย” คำแถลงของ พีดีวีเอสเอ ระบุ
ขณะที่ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เดลซี โรดริเกซ ออกมาแถลงในคืนวันพุธ โดยพยายามที่จะยืนยันว่า ความสัมพํนธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯกับเวเนซุเอลาเวลานี้ กำลงเข้าสู่ขั้นปกติ และยืนยันว่า เป็นความสัมพันธ์ที่ “ไม่ได้พิเศษหรือผิดธรรมดา” แต่อย่างใด
“เวเนซุเอลาต้องกระจายความสัมพํนธ์ของตนกับชาติต่างๆ ให้มีความหลากหลาย และมีความสัมพันธ์กับประเทศทั้งหมดในซีกโลกนี้ (หมายถึงอเมริกาเหนือ-ใต้) เช่นเดียวกับที่ควรมีกับเอเชีย, แอฟริกา, ตะวันออกกลาง, และยุโรป” เธอพูดเช่นนี้ระหว่างการประชุมหารือโดยมีการถ่ายทอดทางทีวี กับพวกสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติและเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับอาวุโส
นอกจากนั้น เอพีรายงานว่า อเมริกามีแผนอนุญาตให้เวเนซุเอลานำเข้าพวกเครื่องจักรอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำมัน รวมทั้งพวกชิ้นส่วน และบริการต่างๆ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาจากปัจจุบันที่อยู่ที่เพียง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน (บีพีดี)
คณะบริหารของทรัมป์ยังระบุว่า จะลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อเพิ่มกำลังผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเวเนซุเอลา
อนึ่ง วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานเมื่อวันพุธว่า ทรัมป์และเหล่าที่ปรึกษากำลังวางแผนเข้าครอบงำอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาเป็นระยะยาว โดยเชื่อว่า วิธีนี้อาจช่วยดึงราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ลดลงอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แผนการที่กำลังพิจารณากัน รวมถึงการที่สหรัฐฯเข้ามีอำนาจควบคุมเหนือ พีดีวีเอสเอ บางด้านบางประการ เป็นต้นว่า การเข้าครอบครองและการทำตลาดผลผลิตน้ำมันจำนวนมหึมาของรัฐวิสาหกิจรายนี้
(ที่มา: เอพี/รอยเตอร์/เอเอฟพี)


