กระทรวงกลาโหมเดนมาร์กเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ ออกมายืนยันกฎเกณฑ์หนึ่งของปี 1952 ที่กำหนดให้ทหารโจมตีตอบโต้ทันทีต่อกองกำลังผู้รุกราน โดยไม่จำเป็นรอคำสั่งใดๆ ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก
รายงานข่าวระบุว่าทหารเดนมาร์กได้รับคำสั่งให้พร้อมเปิดฉากยิงทันที แล้วค่อยสอบถามในภายหลัง โดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง หากว่าสหรัฐฯเปิดฉากรุกรานเกาะกรีนแลนด์
ในวันพุธ(7ม.ค.) กระทรวงกลาโหมเดนมาร์ก ระบุว่าคำสั่งปี 1952 ให้อำนาจทหารสามารถตอบโต้กองกำลังผู้รุกรานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุญาต พร้อมบอกต่อว่าคำสั่งนี้ "ยังคงมีผลบังคับใช้" เมื่อถูกทางหนังสือพิมพ์ Berlingske สื่อมวลชนขวากลางของเดนมาร์ก สอบถามเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของกฎเกณฑ์ดังกล่าว
ในสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เน้นย้ำความปรารถนาครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนของนาโต ซึ่งเขามองว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงแห่งชาติอเมริกา พร้อมบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการใช้กำลังถ้าจำเป็น
ความคิดเห็นของทรัมป์ก่อคลื่นความช็อคไปทั่วเดนมาร์ก ซึ่งปกครองกรีนแลนด์ในฐานะดินแดนโพ้นทะเล และยืนกรานว่าเกาะแห่งนี้ "ไม่ได้มีไว้ขาย" ขณะเดียวกันมันได้ก่อความตื่นตระหนกแก่รัฐบาลกรีนแลนด์และบรรดาพันธมิตรนาโตในวงกว้าง
ตามข้อมูลของทางหนังสือพิมพ์ Berlingske พบว่าคำสั่งปี 1952 เจาะจงว่าถ้ามีการรุกรานเกิดขึ้น "กองกำลังโจมตีต้องเข้าต่อสู้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอหรือขอคำสั่ง แม้นว่าบรรดาผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องไม่ทราบเกี่ยวกับการประกาศสงครามหรือสถานะของสงครามก็ตาม"
บรรดาพันธมิตรยุโรปจัดการประชุมเร่งด่วน ตอบสนองความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับเกาะกรีนแลนด์ พวกนักวิเคราะห์บ่งชี้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นจริง ก็เท่ากับเป็นการล่มสลายของพันธมิตรนาโต
ฌอง โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส พูดถึงการประชุมหารือดังกล่าวว่า "เราต้องการทำอะไรสักอย่าง แต่เราต้องการทำมันร่วมกับคู่หูยุโรปของเรา" อ้างถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับแนวทางตอบสนองของยุโรป ต่อการบุกยึดดินแดนอาร์กติกของสหรัฐฯ
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในถ้อยแถลงร่วมกับบรรดาพันธมิตรยุโรปที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร(6ม.ค.) เน้นย้ำว่าอนาคตของกรีนแลนด์ ไม่ใช่เรื่องที่มหาอำนาจภายนอกจะเป็นผู้ตัดสินใจ "กรีนแลนด์เป็นของประชาชนของพวกเขา" ถ้อยแถลงระบุ "มันเป็นของเดนมาร์กและเป็นของกรีนแลนด์ และมีเพียงพวกเขา ที่จะตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์"
(ที่มา:เดลีเอ็กซ์เพรส)


