ราคาน้ำมันฟื้นตัวในวันพฤหัสบดี(8 ม.ค.) หลังจากขยับลง 2 วันติด นักลงทุนประเมินสถานการณ์ในเวเนซุเอลาและความกังวลเกี่ยวกับอุปทานจากรัสเซีย อิรักและอิหร่าน ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน ได้แรงหนุนหุ้นกลุ่มบริษัทกลาโหม
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 1.77 ดอลลาร์ ปิดที่ 57.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 2.03 ดอลลาร์ ปิดที่ 61.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สหรัฐฯยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา 2 ลำ ในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันพุธ(7 ม.ค.) หนึ่งในนั้นประดับธงรัสเซีย ส่วนหนึ่งในความพยายามหลักดันเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บีบบังคับให้กระแสน้ำมันไหลเข้าสู่อเมริกาและบีบรัฐบาลสังคมนิยมของเวเนซุเอลา ให้กลายมาเป็นพันธมิตร
ตามหลังการจับตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในปฏิบัติการจู่โจมในกรุงการากัส สหรัฐฯยกระดับปิดกั้นขัดขวางเรือต่างๆที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ห้ามเข้าและออกจากประเทศอเมริกาใต้แห่งนี้ ซึ่งเป็นชาติสมาชิกโอเปก
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพฤหัสบดี(8ม.ค.) แนสแดคถูกฉุดจากกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ขณะที่บรรดาบริษัทด้านการป้องกันตนเองดีดตัวขึ้น ตามหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องของบประมาณด้านการทหาร 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 270.03 จุด (0.55 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,266.11 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 0.53 จุด (0.01 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,921.46 จุด แนสแดค ลดลง 104.26 จุด (0.44 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,480.02 จุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเอสแอนด์พี500 ปรับลด 1.8% โดยเอ็นวิเดีย, แอปเปิล, โมโครซอฟต์ และ บอร์ดคอม ปิดลบระหว่าง 1% ถึง 3% ขณะที่หุ้นเหล่านี้ยังเป็นตัวถ่วงสำคัญที่ฉุดดัชนีแนสแดคด้วย
อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มกลาโหมปิดในแดนบวก ตามหลังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่บอกว่างบประมาณด้านการทหารของสหรัฐฯ สำหรับปี 2027 ควรอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 901,000 ล้านดอลลาร์ ที่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส สำหรับปี 2026
ล็อคฮีด มาร์ติน ดีดตัวขึ้น 4.7%, นอร์ทรอป กรัมแมน ปรับขึ้น 3.4% และ เครโทส ดีเฟนส์ พุ่งขึ้น 17.3%
(ที่มา:รอยเตอร์)


