xs
xsm
sm
md
lg

PLANET#3 เจาะลึก “เมแกน ดัชเชสทรพี” ลงโทษพ่อ 7 ปี ไม่เลิกรา แดดดี้ถูกตัดขา-เธอโนสนโนแคร์ พอทัวร์ลงจนเป็นวิกฤติอิมเมจ ‘ป๋าดัน เดอะซัสเซกซ์’ ก็โผล่!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพลักษณ์อกตัญญูเป็นปมที่ เมแกน มาร์เคิล พระชายาของปรินซ์แฮร์รี ถูกสาธารณชนติเตียนหนักหนามาปีแล้วปีเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีอกตัญญูต่อคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล เมื่อธันวาคม 2025 ซึ่งกลายเป็น “ดรามาดัชเชสทรพี” อันครึกโครมส่งท้ายศักราช  โดยอิมเมจของเมแกนที่ย่ำแย่มาตลอด ถึงกับทรุดต่ำย่อยยับเข้าขั้นวิกฤติภาพลักษณ์จมดิน กระทั่งว่าฝ่ายต่างๆ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกับเมแกน ต้องเข้าไปขับเคลื่อน ‘ปฏิบัติการลบล้างภาพลักษณ์ดัชเชสทรพี’ แต่เมแกนก็ออกท่าว่าจะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าใด ส่วนสำหรับช็อตถัดไปที่ต้องจับตาคือ ดรามาดัชเชสทรพี ซีซัน 2 ซึ่งต้องมาแน่นอนภายในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะเริ่มมีเค้าว่าเน็ตฟลิกซ์จะสนใจโปรเจกต์แฉอดีตฉ่ำๆ อึมครึมของดัชเชส เผื่อจะมาแทนที่โปรเจกต์แฉพระราชตระกูลวินด์เซอร์ ซึ่งแฉออกไป ก็แป้กทุกที
เมแกน มาร์เคิล พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี ถูกสาธารณชนประณามดุเดือดอื้ออึงว่าอกตัญญู ไร้หัวใจ ชั่วร้าย ดูแคลนกระทั่งพ่อตัวเอง ฯลฯ หลังเธอโนสนโนแคร์ที่คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้า ต้องเข้ารับการผ่าตัด เอาขาซ้ายครึ่งล่างออกเพื่อรักษาชีวิตอย่างฉุกเฉินที่โรงพยาบาลในนครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยเธอไม่แยแสต่อชะตากรรมสาหัสและเฉียดตายของคุณพ่อ ซึ่งเป็นลีลา “อกตัญญู” ที่ตรงกับชื่อตัวละครตัวหนึ่งในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ คือ “ทรพี”

อย่างไรก็ตาม หลังถูกมหกรรมทัวร์ลง ถล่มทลาย หลายรอบ 3-4 วันต่อเนื่องนับจากพุธที่ 3 ธันวาคม 2025 โดยสาธารณชนแห่กันไปประณามในคอมเมนต์ใต้ข่าวกรอบต่างๆ มากมายหลายๆ หมื่นเมนต์ อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ นี่คือหายนะแห่งภาพลักษณ์ย่อยยับอัปรา และเป็นเรื่องร้อนที่ต้องแก้เกมโดยไว นั้น ในช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม (หรือก็คือเย็นวันศุกร์ในสหรัฐอเมริกา) ทีมพีอาร์แห่งพระตำหนักมอนเตซิโต ซึ่งล้วนแต่เป็นยอดฝีมือด้านประสานสื่อมวลชนทศทิศ ได้แจ้งข่าวสั้นๆ ไปยังบรรดาค่ายข่าวใหญ่ยักษ์ว่า

“ดัชเชสเมแกนติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” หนึ่งประโยคสั้นๆ ที่เบรกกระแสข่าวร้อนเล่นงานดัชเชสเมแกนได้ระยะหนึ่ง โดยเกรียนคีย์บอร์ดตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ออกจะ “อปกติ” เพราะแต่ละเว็บไซต์ข่าวพากันนำเสนออย่างระมัดระวังถ้อยคำ โดยยึดอยู่กับถ้อยศัพท์ของหนังสือแจ้งแถลงข่าวของทีมพีอาร์ว่า “ติดต่อไปถึง – reach out to” แทนที่จะให้ข้อมูลที่รู้สึกดีๆ อาทิ ได้โทรศัพท์ไปคุยกับคุณพ่อแล้ว หรือ ได้ส่งช่อดอกไม้พร้อมบัตรอวยพรไปถึงคุณพ่อแล้ว หรืออย่างน้อยก็อาจจะแจ้งสื่อว่า ได้ส่งเอสเอ็มเอสไปให้เป็นกำลังใจแก่คุณพ่อแล้ว

ความเคลื่อนไหวซึ่งแสนจะห้วนๆ ดังกล่าว ได้นำความหน้าแตกกลับไปยังเมแกน มาร์เคิล และชาวคณะมอนเตซิโต เนื่องจากในเวลา 24 ชั่วโมงต่อมา ประมาณ ตี 3 – ตี 4 ของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ของประเทศฟิลิปปินส์ คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ชายชราสูงวัยกว่า 81 ปี (ซึ่งในวันศุกร์ เพิ่งได้รับการผ่าตัดใหญ่เป็นรอบที่ 2 ที่น่องซ้าย เพื่อแก้ไขอาการหลอดเลือดอุดตันเป็นแนวยาวราวหนึ่งฟุต และยังต้องรับการดูแลและเฝ้าระวังอาการแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ในห้องไอซียู แต่ก็ฟื้นตัวพอจะติดตามข่าวได้บ้าง ด้วยใจที่ลุ้นรอสิ่งที่สื่อทั้งปวงบอกว่าเมแกนได้ติดต่อไปหาคุณพ่อแล้ว นั้น) ยอมทำใจรับความเป็นจริงว่า น่าจะไม่มีสิ่งที่เมแกน ผู้เป็นลูกสาวคนเล็ก ได้ประกาศออกมา ทั้งนี้ ผู้เฒ่าโทมัสแจ้งปฏิเสธข่าวไปกับเดลิเมลออนไลน์

ภาพลักษณ์ทรงภูมิของโทมัส มาร์เคิล ขณะให้สัมภาษณ์ออกอากาศรายการ Good Morning Britain ในปี 2023 ดูสมาร์ทงามตาตามศักยภาพแท้จริง เพราะในอดีตนั้น โทมัส มาร์เคิลเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวูด เจ้าของรางวัลเอ็มมี 2 ปี ซึ่งได้รับในฐานะผู้กำกับแสงให้แก่ซีรีส์ยอดฮิตอย่าง General Hosital และทำงานกับดาราคนดังมาแล้วมากมาย ที่ผ่านมา โทมัส มาร์เคิล เป็นชายวัยเกษียณธรรมดาคนหนึ่งที่โปรดปรานการปล่อยเนื้อปล่อยตัว แบบที่เน้นความสบาย ภาพลักษณ์ทั่วไปจึงถูกจัดชั้นว่าเป็นซำเหมา มอมแมม กระนั้นก็ตาม เมื่อได้สนทนาด้วย เขาคือคลังความรู้เกี่ยวกับฮอลลีวูด แบบที่ แคโรลีน เกรย์แอม บรรณาธิการแห่งสื่อทรงอิทธิพล The Mail on Sunday สำนักสหรัฐอเมริกา ได้สัมผัสด้วยความยกย่องชื่นชม

ภาพความทรงจำดีงาม ที่บันทึกไว้ในวันคืนเก่าๆ สมัยที่ชีวิตทั้งหมดทั้งมวลของเมแกน มาร์เคิล ยังต้องพึ่งพิงคุณพ่อคนเก่ง คนที่เธอเขียนขอบคุณไว้ใหญ่โตบนบล็อกเดอะติ๊ก ว่าคุณพ่ออุทิศตนดูแลเธออย่างเคร่งครัดและดีเยี่ยม อาทิ หลังปฏิบัติงานแบบควง 3 กะ (72 ชั่วโมง) ในกองถ่ายทำภาพยนตร์โทรทัศน์ คุณพ่อขับรถไปรับเธอจากบ้าน พาไปเข้าแดนซ์คลาสอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

จากความเป็นลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสองทศวรรษ เมแกน มาร์เคิล ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อคุณพ่อบังเกิดเกล้าตั้งแต่ปี 2018 นับจากพระราชพิธีเสกสมรสกับปรินซ์แฮร์รีเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม โดยไปประกาศออกทีวีอย่างชัดถ้อยชัดคำในปี 2021 ในรายการสัมภาษณ์อันโด่งดัง “The Oprah Winfrey Show” ว่าเธอสูญเสียคุณพ่อไปแล้ว แต่เหตุผลในการลงโทษคุณพ่อนั้น ถูกสาธารณชนวิจารณ์ว่าเธอทำกับคุณพ่อเกินกว่าเหตุอย่างสุดๆ ตลอดจนถูกประณามว่าเหตุผลแท้จริงน่าจะเป็นเพราะเธออับอายในความยากจนของบิดา เพราะตัวเธอนั้นได้ยกระดับตนเอง ทะยานขึ้นเป็นเซเล็บของโลกในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษแล้ว
คุณตาโทมัส มาร์เคิล ของเจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลีเบต พระโอรสและพระธิดาของเจ้าชายแฮร์รี กับพระชายาเมแกน กล่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกนับจากรับการผ่าตัดใหญ่ว่า รู้สึกสับสนกับข่าวอันมากมาย เพราะในขณะที่สารพัดสื่อพากันยืนยันว่าดัชเชสเมแกนติดต่อมาถึงบิดาแล้ว แต่ โทมัส มาร์เคิล ยังไม่รับการติดต่ออะไรมาเลย นอกจากนั้น บรรดาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการติดต่อสอบถามใดๆ เข้าไปเช่นกัน เดลิเมลออนไลน์รายงานขึ้นเว็บไซต์ข่าวเมื่อสองทุ่มวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมของกรุงลอนดอน (เวลาในประเทศอังกฤษช้ากว่าเวลาในฟิลิปปินส์ 8 ชั่วโมง)

“สองชั่วโมง” หลังจากนั้น ทีมพีอาร์ในสังกัดของเมแกน มาร์เคิล ส่งข่าวไปยังเดอะไทมส์ลอนดอน และเดอะซัน สองสื่อยักษ์ใหญ่ไซส์เจ้าพ่อของอังกฤษ อ้างคำพูดดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เพื่อแจ้งข้อมูลด่วนๆ ว่า เมแกนได้ทำการ “ส่งอีเมล”!! ไปในเย็นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม

ในการนี้ ฝ่ายต่างๆ วิเคราะห์ว่าทีมงานมอนเตซิโต ก็น่าจะเพิ่งได้ทราบข้อมูลเรื่องอีเมล จากดัชเชสเมแกน

ปฏิกิริยาร้อนฉ่าของสาธารณชนฮือฮาขึ้นมาอีกหนึ่งรอบใหญ่ โดยรับไม่ได้กันเลยจริงๆ กับเรื่อง “อีเมล”

คนปกติที่ไหนกันที่จะส่ง “อีเมล” ไปให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยในห้องไอซียู


แต่สำหรับ เมแกน มาร์เคิล นั้น พ่อบังเกิดเกล้าผู้ที่เลี้ยงดูเธออย่างดียิ่งต่อเนื่องนานกว่าสองทศวรรษแรกของชีวิต ได้เผชิญกับวิบากกรรมสาหัส เสียขาล่างข้างซ้าย และเฉียดจะเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อเนื้อตาย กระนั้นก็ตาม เธอส่งอีเมลไปหาหนึ่งครั้ง หนำซ้ำยังส่งไปหลังคุณพ่อผ่าตัดแล้วเกือบ 3 วันเต็ม!!!

สาธารณชนโกรธจัดกับพฤติกรรมดังกล่าว พากันเข้าไปย้ำคอมเมนต์ติเตียนความอกตัญญู ตลอดจนคอมเมนต์อื่นๆ ที่ประณามดัชเชสทรพีอย่างท่วมท้น

ยอดคอมเมนต์ติเตียนประณามรุนแรงข้างใต้บางกรอบข่าว ถึงกับทะยานแตะระดับครึ่งหมื่นภายในหนึ่งชั่วโมง เพราะเฉพาะที่เมแกน มาร์เคิล มิได้แยแสกับความทุกข์ยากของคุณพ่อ มิได้รีบรุดเดินทางไปเยี่ยมตั้งแต่วันพุธที่สื่อทั้งปวงพากันประโคมข่าวนั้น ก็นับว่าย่ำแย่หนักหนาแล้ว เมแกน มาร์เคิลยังไม่โทรศัพท์ไถ่ถาม ไม่ส่งช่อดอกไม้งดงามให้กำลังใจ ไม่มีแม้กระทั่งเอสเอ็มเอสสักหนึ่งแอะ ทั้งๆ ที่คุณพ่อบังเกิดเกล้านอนจมความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดขนาดมโหฬารอยู่ในไอซียู

ทั้งนี้ที่ผ่านมาเนิ่นนานกว่าครึ่งทศวรรษ ผู้คนได้อ่านเรื่องราวและชมคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ ระหว่างคุณพ่อโทมัสและคุณดัชเชส มามากมายแล้ว ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายบิดาจะได้รับคะแนนสงสารมหาศาล

ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แห่ง มาร์เคิล vs มาร์เคิล : พ่อผ่อนชำระหนี้เงินกู้การศึกษา 250,000 ดอลลาร์แทนเมแกน โดยเคลียร์ไปเรื่อยๆ แม้เมแกนมีรายได้ปีละหลายแสนดอลล์ จากบท Rachel ในซีรีส์ Suits ก็ยังชำระแทนไปจนหมด


คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล กับ คุณแม่ดอเรีย แร็กแลนด์ (ภรรยาคนที่สอง) แยกทางและหย่าร้างกันเมื่อเมแกนอายุเพียง 3 ขวบ และ 7 ขวบ คุณพ่อเป็นตัวหลักร่วมกันกับคุณแม่ในการเลี้ยงดู-รับส่งลูกสาว และด้วยรายได้ค่อนข้างดีจากการทำงานหนักควงหลายกะของคุณพ่อ เมแกนได้ศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนเอกชนตั้งแต่ระดับอนุบาล

จนกระทั่งเมื่อเมแกนอายุได้ 11 ปี คุณแม่แยกตัวไปสร้างอนาคต คุณพ่อคุยโทรศัพท์กับลูก แล้วถามว่าเมแกนอยากจะย้ายมาอยู่กับพ่อเต็มเวลาเลยไหม เธอตอบรับ

ดังนั้น ตลอด 7 ปีกว่า (1992-1999) คุณพ่อโทมัสเป็นคุณพ่อใบเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงดูและส่งเสียให้เมแกน ได้มีกินมีใช้ไม่น้อยหน้าใคร จนกระทั่งเมแกนเรียนจบไฮสกูลตอนอายุได้ 18 ปี และสอบเข้าเรียนระดับปริญญาตรีได้ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น เธอจึงออกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ไปใช้ชีวิตในรัฐอิลลินอย โดยที่คุณพ่อยังส่งเสียค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันเธอก็ทำงานสร้างรายได้พิเศษแบบชีวิตนักศึกษาทั่วไป

ทั้งนี้ เมแกนมักที่จะประหยัดค่าเช่าที่พัก ตลอดจนค่ากินอยู่ ด้วยการมีคู่รักนักศึกษาฐานะดี แล้วย้ายไปอยู่กินในที่พักของแฟนหนุ่ม ทอม บาวเออร์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ซึ่งเขียนชีวประวัติของเมแกน เล่าไว้อย่างละเอียดในหนังสือเรื่อง Revenge: Meghan, Harry and the War between the Windsors อันเป็นหนังสือปี 2022 และขายดีเวอร์วังติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ของ Sunday Times ณ เดือนมกราคม 2023

ส่วนค่าเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยปีละหลายหมื่นดอลลาร์นั้น เมแกนกู้ยืมจากกองทุนการศึกษา โดยที่คุณพ่อโทมัสรับผิดชอบผ่อนชำระให้จนกระทั่งครบถ้วนทั้งหมด 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งรวมเป็นเวลานานหลายปี กระทั่งเมื่อเมแกนสำเร็จการศึกษาจากนอร์ทเวสเทิร์น ยูฯ ในปี 2003 ได้แฟนหนุ่มอาชีพนักสร้างภาพยนตร์ ฐานะทางบ้านมั่นคง (2004 – 2013/2014) จนกระทั่ง ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมทีมนักแสดงซีรีส์เรื่อง Suits (2011-2017) ด้วยค่าตัวปีละหลายแสนดอลลาร์แล้ว คุณพ่อก็ยังเดินหน้ารับผิดชอบการผ่อนชำระไปให้จนเสร็จสมบูรณ์

นี่ยังดีว่า อันที่จริงแล้ว เมแกนอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเรียนแพงมหาศาล กระนั้นก็ตาม บุญของคุณพ่อ เมแกนสมัครไป แต่ไม่ผ่าน กูรูทอม บาวเออร์ เล่าไว้ มิเช่นนั้น คุณพ่อโทมัสน่าจะมีชีวิตที่ยากเข็ญมากกว่าที่ผ่านมาอีกหลายเท่าตัว

สาธารณชนโกรธจัดกับพฤติกรรมของเมแกน มาร์เคิล ที่โนสนโนแคร์กับความเป็นความตายของคุณพ่อ และจึงพากันเข้าไปย้ำคอมเมนต์ติเตียนความอกตัญญู ตลอดจนคอมเมนต์อื่นๆ ที่ประณามดัชเชสทรพีอย่างท่วมท้น ยอดคอมเมนต์ติเตียนประณามรุนแรงข้างใต้บางกรอบข่าว ถึงกับทะยานแตะระดับครึ่งหมื่นภายในหนึ่งชั่วโมง ในภาพนี้จากเฟซบุ๊กของ Royal Magazine มีการประณามความอกตัญญูของเมแกนขนาดที่เปรียบเทียบไปถึงเขี้ยวของงูพิษ

ดัชเชสเมแกนของปรินซ์แฮร์รีถูกสื่อค่ายยักษ์อย่าง Entertainment Today จัดทำสกู๊ปข่าวที่เรียกเธอว่า อกตัญญู และถูกวงการฮอล์ลีวูด “เท”

ภาพถ่ายในวัยเด็กของเมแกนที่มีคุณแม่อยู่ในเฟรมด้วยนั้น มีไม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปี 1992-1999 ซึ่งคุณแม่ดอเรียหายไปจากชีวิตของเมแกน โดยมีการเล่าว่าจนกระทั่งลูกสาวทำงานมีรายได้ดีแล้ว คุณแม่ดอเรียจึงกลับมาต่อสายสัมพันธ์
พฤติกรรมที่อกตัญญูและไร้หัวใจของดัชเชสทรพี เป็นไปตาม “มาตรการตัดขาดคุณพ่อผู้ชรา” ในยามไร้ตำแหน่งยิ่งใหญ่ และไร้ทรัพย์ศฤงคาร

ที่ผ่านมากว่า 7 ปี เธอยึดมั่นดำเนินมาตรการตัดขาด นับตั้งแต่ที่เธอเข้าพระราชพิธีเสกสมรสกับปรินซ์แฮร์รีแห่งพระราชวงศ์วินด์เซอร์ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2018 ทั้งนี้ เธอประกาศปมโหดนี้อย่างกระจ่างชัดเป็นครั้งแรก ขณะให้สัมภาษณ์ในรายการโอปราห์ วินฟรีย์ ทอล์กโชว์ ซึ่งมีการออกอากาศทางโทรทัศน์ช่องซีบีเอส ในวันที่ 7 มีนาคม 2021

ดิเอ็กซ์เพรซ สื่อยักษ์อังกฤษที่ทรงอิทธิพลอยู่ในสายข่าวแนวจี๊ดจ๊าดแห่งพระราชวงศ์ ถึงกับเขียนถามในสกู๊ปวันที่ 5 ธันวาคม 2025 ว่า คุณพ่อโทมัส มาร์เคิลควรจะ “ถูกลงโทษ” ไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายกันจริงๆ ล่ะหรือ

ทั้งนี้ ดรามาแห่งปี 2018 ก่อตัวขึ้นเมื่อกองทัพสื่อได้กลิ่นแห่งความอื้อฉาวอันมากมายในอดีตของ เมแกน มาร์เคิล พระคู่รักรายล่าสุดในชีวิตเจ้าชายแฮร์รี


โดยผิวเผิน เมแกนมีฐานะดีงามพอใช้ได้ เป็นดาราจอแก้วในซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ไม่ขี้เหร่นัก ฐานะการเงินส่วนตัวก็โอเค เพราะรายได้จากการแสดงเอื้อให้เธอเป็นเศรษฐีเงินล้านแบบเลขตัวเดียว

แต่ลึกลงกว่านั้น เธอมีปมที่เธออับอาย ไม่อยากให้สาธารณชนล่วงรู้

อาทิ เธอเคยจดทะเบียนแต่งงาน และจดทะเบียนหย่าร้าง สาเหตุที่อับอาย เป็นเพราะเธอปรารถนาจะมีภาพลักษณ์ของนางเอกนิทานที่สะอาดบริสุทธิ์ และได้เสกสมรสอย่างอุดมคติกับเจ้าชาย เธอเป็นเอามากขนาดที่ว่า เธอเลือกชุดวิวาห์เป็นสีขาว ซึ่งไม่สอดคล้องกับความจริงที่ว่าเธอเคยแต่งงานมาก่อน

ในปมตรงนี้ เคยมีรายงานข่าวอย่างสะพัดว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตรัสกับบุคคลใกล้ชิดว่า “ชุดแต่งงานของเมแกน ขาวเกินไป สำหรับแม่ม่ายหย่าร้าง” ดิอินดีเพนเดนท์และสื่อค่ายใหญ่ยักษ์ทั้งปวงพากันนำเสนอปมเรื่องนี้

นอกจากนั้น เธอยังถูกขุดคุ้ยไปถึงเพศสัมพันธ์อันมากมายในอดีต ทั้งแฟนเก่า ทั้งคู่ควง และทั้งกิ๊กเก่า อาทิ *ลูกเศรษฐีอาร์เจนตินา *นักร้องนักแต่งเพลงผู้ชนะรายการ X Factor *นักแสดงนักเขียนบทซึ่งเคยได้เล่นตอนหนึ่งในซูเปอร์ซีรีส์อย่าง Sex and the City *นักบาสเก็ตบอลและโค้ชบาสเก็ตบอล *ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ *นักไอซ์ฮอกกี *เชฟ ฯลฯ

ขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ของเมแกนไม่ร่ำรวยและปราศจากฐานะโดดเด่นทางสังคม ทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าดัชเชสแคเธอริน ว่าที่พี่สะใภ้ ซึ่งมาจากครอบครัวเจ้าของธุรกิจ ตลอดจนด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับดัชเชสคามิลลา ว่าที่แม่สามี ซึ่งมาจากครอบครัวขุนนางซึ่งแม้จะไม่ใช่ระดับท็อปเทน แต่ก็อยู่ในแวดวงชนชั้นสูง พร้อมกันนี้ คุณแม่ดอเรียของเธอถูกขุดคุ้ยอดีตอย่างหนักทีเดียว รวมถึงปมในเรื่องค้ายา ซึ่งทอม บาวเออร์ รายงานไว้

ส่วนสำหรับคุณพ่อโทมัส ซึ่งย้ายไปใช้ชีวิตวัยเกษียณอายุ อย่างสมถะแต่สุขกายสบายใจที่ประเทศเม็กซิโก นั้น อันที่จริงก็คือ

“ไม่มีอะไรอื้อฉาวให้ขุดคุ้ย”

หนำซ้ำ โทมัส มาร์เคิล ยังเคยเป็นคนเก่งคนหนึ่งในแวดวงฮอลลีวู้ด คือเป็นผู้กำกับแสงสำหรับหนังโทรทัศน์ และได้รับรางวัลเอ็มมี 2 สมัย

แม้จะไม่มีอะไรให้ขุดคุ้ย แต่ช่างภาพก็แห่กันตามไปถ่ายภาพ แล้วนำไปละเลงว่า ขี้เมา สูบบุหรี่จัด อ้วนฉุ มอมแมม ดูซำเหมา ไม่เหมาะสมจะเข้าสู่แวดวงพระราชตระกูลวินด์เซอร์ ในการนี้ เมแกนโกรธคุณพ่อที่ทำลายภาพฝันแห่งงานเสกสมรสที่เธอต้องการให้เพอร์เฟกต์ในทุกรายละเอียด ด้านคุณพ่อก็เครียด และเจ็บช้ำน้ำใจว่าถูกสื่อมวลชนรังแก

เคยมีรายงานข่าวอย่างสะพัดว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตรัสกับบุคคลใกล้ชิดว่า “ชุดแต่งงานของเมแกน ขาวเกินไป สำหรับแม่ม่ายหย่าร้าง” ดิอินดีเพนเดนท์และสื่อค่ายใหญ่ยักษ์ทั้งปวงพากันนำเสนอปมเรื่องนี้

เด็กหญิงเมแกน มาร์เคิล ทราบดีว่าคุณพ่อโทมัส เป็นเพียงผู้เดียวที่มีศักยภาพจะซื้อสิ่งต่างๆ มาเติมความสุขและมาสร้างอนาคตดีงามให้แก่เธอ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย สันทนาการต่างๆ ไปจนถึงการมอบโอกาสให้เธอเข้าสู่วงการนักแสดงอาชีพ ฯลฯ ซึ่งคุณแม่ดอเรียและครอบครัวฝั่งคุณแม่ไม่สามารถจัดสรรให้ได้ แต่เมื่อเธออยู่ในวัยทำงาน และไต่เต้าด้วยช่องทางพิเศษต่างๆ ในฮอลลีวูด จนกระทั่งไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตการงาน คือ ผ่านการคัดตัวเข้าเป็นนักแสดงประจำของโปรเจกต์ผลิตซีรีส์ Suits ที่มีงบทำงานมหาศาล ทำให้เธอได้รับค่าตอบแทนหลักแสนดอลลาร์ต่อปี อีกทั้งต่อมาก็ได้เป็นพระชายาของเจ้าชายอังกฤษ เธอจึงยกระดับตนเองขึ้นไปสูงลิ่ว ขณะที่คุณพ่อร่วงโรยและเงินทองร่อยหรอ กลายเป็นคนชราปล่อยเนื้อปล่อยตัว มอมแมม ไม่สามารถที่จะหรูหราตีคู่ไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ๆ ของเธอ
หายนะแห่งชีวิตของ โทมัส มาร์เคิล ก่อตัวและบานปลายใหญ่โตในช่วง 3-4 เดือนก่อนจะถึงวันเสกสมรสระหว่าง เมแกน มาร์เคิล กับเจ้าชายแฮร์รี โดยเริ่มขึ้นเมื่อ จู่ๆ มีช่างภาพเข้าไปทาบทาม ซาแมนธา มาร์เคิล ลูกสาวคนโตของโทมัส มาร์เคิล และพี่สาวต่างมารดาของเมแกน โดยเสนอว่าจะทำอัลบัมรูปชุด สไตล์แอบถ่าย ให้แก่คุณพ่อโทมัส ในคอนเซปต์ว่าอยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าร่วมงานพระราชพิธีเสกสมรสของลูกสาว

อาทิ แอบถ่ายตอนออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก แอบถ่ายตอนวัดตัวเพื่อตัดชุดสูท ตลอดจนแอบถ่ายตอนค้นข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอังกฤษทางอินเทอร์เน็ตบ้าง และทางหนังสือท่องเที่ยวบ้าง โดยจะจัดทำให้ดูดี มีความภูมิฐาน สมกับความเป็นอดีตผู้กำกับแสงระดับมือรางวัลเอ็มมี อวอร์ดส์

ด้วยแรงเชียร์ของซาแมนธา คุณพ่อโทมัสตัดสินใจตอบตกลงข้อเสนอของช่างภาพ เพราะปรารถนาจะมีภาพใหม่ไปลบล้างภาพลักษณ์ซำเหมาที่ถูกสื่อหลายๆ ค่ายโด่งดังทำการละเลงไว้มหาศาล จนกระทั่งตนเองกลายเป็นความน่าอับอายสำหรับเมแกน

แต่แล้ว ความปรารถนาดังกล่าว ลงเอยด้วยการที่คุณพ่อโทมัสถูกหักหลัง เพราะคุณพ่อกลายเป็นเหยื่อแห่งการตีข่าวใหญ่โตว่า ภาพถ่ายทั้งหลายที่ไปปรากฏตามเว็บไซต์ข่าวต่างๆ ในหลากหลายประเทศ โดยแลดูว่าอบอุ่น น่ารัก นั้น เป็นภาพจัดฉาก คุณพ่อโทมัสรู้เห็นเป็นใจกับตากล้อง!!

อดีตยอดฝีมือแห่งฮอลลีวูดซึ่งถูกถล่มจมดินในฐานะคนลวงโลก ได้รับความทุกข์ตรมหนัก ถึงกับล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน และต้องรับการผ่าตัดโดยด่วน ลงท้ายจึงไม่สามารถเดินทางไปกรุงลอนดอนเพื่อส่งตัวเจ้าสาวเข้าสู่พระราชพิธีเสกสมรส

หลังจากงานพระราชพิธีเสกสมรสเสร็จสิ้นด้วยดี เมแกนไม่ไปหาคุณพ่อ ไม่โทรศัพท์พูดคุยกับคุณพ่อผู้แสนดี ผู้ทุ่มเทสุดความสามารถให้แก่เธอ และเมื่อเธอให้สัมภาษณ์เวอร์วังในรายการ “โอปราห์ วินฟรีย์ โชว์” คุณพ่อโทมัสก็ได้รับข้อหาจากคุณดัชเชสผู้เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนว่า พ่อไปร่วมมือกับพวกช่างภาพที่ทำร้ายจิตใจเธอ ได้อย่างไรลงคอ เธอรู้สึกเลยว่า “ได้สูญเสียคุณพ่อไปแล้ว”

ในการนี้ ดิเอ็กซ์เพรซเท้าความถึงปมแห่งการตัดขาดคุณพ่อผู้ชรา ซึ่งเป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อกว่า 7 ปีที่แล้วว่า ความผิดพลาดที่คุณพ่อโทมัสกระทำไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไม่ใช่อาชญากรรมแห่งศตวรรษ และไม่ใช่อะไรที่ร้ายแรงขนาดที่จะต้องถูกตัดหางปล่อยวัดโดยลูกสาวและปรินซ์ผู้เป็นลูกเขย

ดิเอ็กซ์เพรซระบุชัดเจนว่า ปมความผิดของคุณพ่อโทมัส กลายเป็น “ข้ออ้าง” ที่เมแกนนำมาใช้เชือดเฉือนคุณพ่อซึ่งไม่หรูหราสมกับฐานะใหม่ซูเปอร์ไฮโซของเธอ เพื่อให้พ้นไปจากชีวิตกันอย่างสมบูรณ์

คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ให้สัมภาษณ์ในภายหลัง ยอมรับว่าตนตัดสินใจผิดพลาดอย่างยิ่งที่รับข้อเสนอของตากล้อง และไปร่วมจัดฉากการถ่ายรูปซึ่งละม้ายว่าถูกปาปารัสซีแอบบันทึกภาพ โดยปมดรามานี้ทำให้คุณพ่อโทมัสถูกบรรดาสื่อค่ายใหญ่ยักษ์ต่างๆ รุมถล่มจนเป็นข่าวอื้อฉาวใหญ่โต หนังสือพิมพ์เดอะซันเขียนประณาม (ภาพซ้าย) ว่า “สมน้ำหน้าครับท่าน!”กำกับข้างภาพถ่ายว่าคุณโทมัส มาร์เคิล ไปวัดตัวที่ร้านตัดชุดสูท ส่วนเดอะเมล ออน ซันเดย์ (ภาพขวา) แฉด้วยภาพว่าบิดาของเมแกนร่วมมือกับปาปารัสซี จัดฉากถ่ายภาพ หลอกชาวโลกว่าถูกแอบถ่าย โดยเป็นภาพหลักฐานชี้ชัดว่า คุณโทมัส มาร์เคิล เดินตามช่างภาพเข้าไปในร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต

หลังพระราชพิธีเสกสมรสผ่านไปไม่กี่วัน เมแกน ดัชเชสป้ายแดง ก็มีโอกาสปรากฏตัวใกล้ชิดเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในพระราชอีเวนต์ฉลองเบิร์ธเดย์ 70 พรรษา ณ พระราชวังบัคกิงแฮมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2018  ชีวิตใหม่ของเมแกนพุ่งสูงดั่งดาวจรัสแสงขนาดนี้ จึงไม่มีที่ยืนให้แก่คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ดิเอ็กซ์เพรซเล่าว่า เมแกนไม่ไปหาคุณพ่อ ไม่โทรศัพท์พูดคุย ตัดการติดต่ออย่างสมบูรณ์

ในวันที่ 7 มีนาคม 2021 รายการ “โอปราห์ วินฟรีย์ โชว์” นำเทปบันทึกสัมภาษณ์ เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ออกอากาศทางโทรทัศน์ซีบีเอสนิวส์ และในตอนที่โอปราห์ เจ้าของรายการ ถามดัชเชสเมแกน ถึงปมสะเทือนใจเกี่ยวกับคุณโทมัส มาร์เคิล ก็มีการใส่คำกำกับใต้คลิปสัมภาษณ์ว่า “ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์พูดออกสื่อในเรื่องของบิดาเป็นครั้งแรก” ทั้งนี้ ด้วยใบหน้าเศร้าและเครียด พระชายาเมแกนพูดว่า คุณพ่อไปร่วมมือกับพวกช่างภาพที่ทำร้ายจิตใจเธอ ได้อย่างไรลงคอ เธอรู้สึกเลยว่า “ได้สูญเสียคุณพ่อไปแล้ว”
ฤาจะเป็นเวรกรรมจัดสรร ให้กลายเป็นว่า พ่อขโมยซีนลูกสาว!! โทมัส มาร์เคิล ถูกตัดขาในวันที่ เมแกน มาร์เคิล เปิดตัวหนังเน็ตฟลิกซ์ With Love, Meghan: Christmas Special อะไรจะประจวบเหมาะเหลือเกิน

ต้นปี 2025 คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล กับบุตรชาย ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ ผู้เป็นเสาหลักในการรับผิดชอบดูแลคุณพ่อ ย้ายถิ่นออกจากประเทศเม็กซิโก ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ และที่ผ่านมา คุณพ่อโทมัส วัย 81 มีอาการเท้าซ้ายเขียวคล้ำอย่างเรื้อรังมาระยะหนึ่ง แต่ก็ละม้ายชายชราจำนวนมาก คุณพ่อรู้สึกคร้านจะไปพบแพทย์ และแล้วเท้าเจ้าปัญหามีอาการปวดรุนแรง พร้อมกับกลายเป็นสีดำอย่างน่ากลัวและอย่างรวดเร็วในวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025

คุณพี่โทมัส มาร์เคิล จูเนียร์ ของเมแกน มาร์เคิล จึงตัดสินใจนำคุณพ่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเล็กๆ ใกล้คอนโด ในนครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ แล้วลงเอยว่าคุณพ่อต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ นาน 3 ชั่วโมงในวันต่อมา (พุธที่ 3 ธันวาคม) เพื่อตัดขาซ้ายตั้งแต่ใต้หัวเข่าออกไปทั้งหมด เพราะคุณพ่อมีเส้นเลือดอุดตันที่บริเวณน่องซ้ายความยาว 14 นิ้ว กระทั่งว่าเกิดการติดเชื้อรุนแรงและเนื้อตายทั่วเท้า เดลิเมลออนไลน์รายงาน

โดยในช่วงบ่ายวันพุธดังกล่าว ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ วัย 59 บุตรคนกลาง และลูกชายคนเดียวของคุณพ่อโทมัส (บุตรคนละแม่กับเมแกน มาร์เคิล) ได้แจ้งเรื่องนี้แก่ แคโรไลน์ เกรย์แอม บก.เดอะเมล์ ออน ซันเดย์ ของเดลิเมลออนไลน์ สำนักสหรัฐฯ ซึ่งสนิทกับคุณพ่อโทมัสมานานปี

“พ่อผมใจคอเข้มแข็งและสู้สุดๆ ครับ เท้าซ้ายของพ่อคือคล้ำเขียว แล้วกลายเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว ตอนวันอังคาร ผมพาท่านเข้าโรงพยาบาลใกล้ๆ คอนโดฯ คุณหมอเห็นอาการก็สั่งสแกนทันที และทำอัลตร้าซาวด์ด้วย หลังจากมั่นใจแล้ว คุณหมอบอกผมว่าสถานการณ์เสี่ยงตาย ต้องตัดขา เพราะการติดเชื้อลุกลามเร็ว” ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ ให้ข้อมูลไว้กับเดลิเมลออนไลน์

คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล อดีตผู้กำกับแสงระดับมือรางวัลเอ็มมี 2 ครั้ง (2 ปี) ของวงการฮอลลีวูดฝั่งจอแก้ว ถูกโอนเคสอย่างเร่งด่วนจากโรงพยาบาลเล็กๆ ไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่เครื่องมือพรักพร้อมของนครเซบู เมืองที่คุณพ่อและลูกชายเลือกให้เป็น ‘หนทางชีวิตใหม่-บ้านใหม่’ ที่มอบคุณภาพชีวิตดีงาม ณ ระดับราคาไม่แพง เพื่อจะออกมาอยู่อาศัยให้ห่างไกลจากสิ่งที่คุณพ่อเรียกว่า “ความร้าวรานใจที่ไม่จบสิ้น” อันเกิดจากคุณลูกสาวผู้สูงศักดิ์ระดับ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

ช่วงเช้าตรู่วันพุธ คณะแพทย์นำคุณพ่อโทมัสเข้าห้องผ่าตัดโดยทันที ทอม จูเนียร์ เล่าไว้ และบอกดังนี้

“เราไม่มีทางเลือกอื่นเลยครับ ผมได้รับแจ้งว่าพ่อต้องตัดขาเพื่อรักษาชีวิต เป็นเคสวิกฤตว่าจะอยู่รอด หรือจะยอมตาย”

ในเวลาต่อมา แพทย์บอกว่าอาการของคุณพ่อโทมัสทรงตัว แผลผ่าตัดคือโอเคอย่างยิ่ง กระนั้นก็ตาม คุณพ่อต้องนอนไอซียูจนกว่าอาการกระเตื้องขึ้นมาสู่ระดับเสถียร

แล้วคิวถัดไปคือ ต้องผ่าตัดแก้ไขปัญหาเส้นเลือดอุดตันที่น่องขาซ้าย ซึ่งกินพื้นที่เป็นแนวยาว 14 นิ้ว แพทย์เป็นห่วงปัญหาในจุดนี้อย่างยิ่ง เพราะมีความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพโดยตรง โดยในตอนแรกนั้น แพทย์วินิจฉัยว่าเส้นเลือดอุดตันกินพื้นที่กว้างซึ่งต้องใช้กระบวนการผ่าตัดซับซ้อน จึงต้องรักษาชีวิตด้วยการตัดตอนมิใช่ปัญหาเนื้อตายลุกลาม เดลิเมลออนไลน์ให้ข้อมูลอย่างนั้น

พร้อมนี้ เดอะสแตนดาร์ด สื่อค่ายยักษ์ของอังกฤษ รายงานคำกล่าวของ ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ ว่าทางครอบครัวรู้สึกซึ้งใจอย่างยิ่ง ที่มีความรักและกำลังใจมหาศาลท่วมท้นจากทั่วโลกมาถึงคุณพ่อโทมัส

“พ่อยังต้องต่อสู้โรคภัยนี้อีกยาวครับ ผมขอให้ทุกท่านภาวนาให้พ่อด้วย พ่อผมใจคอเข้มแข็งกล้าหาญสุดๆ พ่อเป็นคนทรหดครับ

“และผมขอส่งคำวิงวอนไปยัง เมแกน ว่า กรุณาแสดงความเห็นใจเป็นห่วงพ่อซึ่งอยู่ในห้วงป่วยไข้อย่างหนักครั้งนี้ด้วย”

ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ บุตรชายของคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล และพี่ชายต่างมารดาของเมแกน มาร์เคิล เป็นเสาหลักในการรับผิดชอบดูแลคุณพ่อ คุณพี่ทอมซึ่งมีอายุมากกว่าเมแกน 15 ปี ปีนเกลียวกับเมแกนมาโดยตลอดตั้งแต่ที่เมแกนไม่ส่งบัตรเชิญให้ไปร่วมอีเวนต์การแต่งงานอันหรูหราของเธอ ทั้งนี้ แม้แต่คุณลุงไมเคิล มาร์เคิล ซึ่งมีบุญคุณต่อเมแกน ไม่ใช่น้อยๆ (โดยเคยส่งเสริมและช่วยเหลือให้นางสาวเมแกน นักศึกษาภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ไปฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำอาร์เจนตินานาน 2 เดือน) ก็ไม่ได้รับบัตรเชิญเช่นกัน

คุณพี่ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ บุตรชายของคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล จากการสมรสครั้งแรก โดยคุณแม่ของคุณพี่ทอมเป็นสาวสวยแบบพิมพ์นิยมของโลกตะวันตก คือ ผิวขาวผุดผ่อง ผมสีทอง เรียวปากบาง จมูกโด่งได้รูป ด้านเมแกน มาร์เคิล ลูกสาวคนเล็ก เป็นธิดาจากการสมรสครั้งที่ 2 โดยคุณแม่ของเมแกนถือกำเนิดมาในไลน์ของแอฟริกันหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์ ไม่มีเชื้อสายคอเคเชียนเข้าไปเจือเลย รูปร่างหน้าตาของเมแกนมีดีเอ็นเอคอเคเชียนของคุณพ่อ มากกว่าดีเอ็นเอแอฟริกันของคุณแม่ ดังนั้น แม้ผิวพรรณของเมแกนไม่ดำสนิทเฉกเช่นคุณแม่ และแม้จะไม่ขาวดั่งพี่ซาแมนธา มาร์เคิล แต่เธอก็ได้ผิวสีน้ำผึ้งอ่อน พร้อมรอยตกกระมากมายแบบคอเคเชียนแท้ มีเกร็ดเกี่ยวกับผิวพรรณของเมแกนที่เล่าขานกันบ่อยๆ ว่า เธอห้ามเมกอัพ อาร์ติส ลงรองพื้นปกปิดรอยตกกระอย่างเด็ดขาด เพราะรอยตกกระเป็นเครื่องหมายที่ประกาศว่า เธอเป็นคอเคเชียนผิวสีแทนแบบชาวอิตาเลียนนั่นเอง
ท่าทีเย็นชา ไร้เยื่อใย ที่เมแกน มาร์เคิล แสดงออกมาท่ามกลางข่าวการล้มป่วยร้ายแรงของคุณพ่อโทมัส นั้น นอกจากจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรการตัดขาดคุณพ่อแล้ว ยังน่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยปมอื่นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่

กล่าวคือ ข่าวโครมครามของคุณพ่อเปรี้ยงปร้างออกสู่พื้นที่สาธารณะในลักษณะที่ “ชน” กับวันสำคัญอย่างยิ่งของเมแกน ได้แก่ วันเปิดตัวทีวีโชว์ทางช่อง Netflix เรื่อง With Love, Meghan: Christmas Special

ดังนั้น ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา หากเมแกน มาร์เคิล จะกริ้วจัดอยู่ในใจว่า
**มันจะประจวบเหมาะกันเกินไปมั้ย
**ตั้งใจขโมยซีนกันแน่นอน
**หวังสร้างเรื่องให้เป็นประเด็นขึ้นมา สื่อมวลชนจะได้เข้าไปจ่ายเงินขอสัมภาษณ์พิเศษ ใช่หรือไม่

แต่ที่แน่ๆ บีบีซีระบุในเนื้อข่าวว่า มีการสั่งให้ทีมพีอาร์เช็กชัวร์ๆ ก่อน เผื่อจะไม่มีการผ่าตัดใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง!!

ความระแวงคลางแคลงใจดังกล่าวมีสาเหตุที่แสนสามัญ แต่ก็เป็นวิชามารอย่างยิ่ง


ในเมื่อ รูปธรรมที่เกิดขึ้นมีอยู่ว่า ข่าวที่คุณพ่อโทมัสถูกผ่าตัดฉุกเฉินนั้น มาพร้อมกับการลุ้นรอดูว่า เรื่องใหญ่ขนาดนั้น ดัชเชสเมแกนจะเฉยเมยอย่างไร้หัวใจได้ละหรือ

แล้วอย่างนี้ การเปิดตัวอันเอิกเกริกของ With Love, Meghan: Christmas Special ช่องเน็ตฟลิกซ์ ก็ย่อมจะแป้กและหงอยแน่นอน เพราะจะถูกขโมยซีน-ถูกแย่งความสนใจ

ที่สำคัญ การแย่งชิงความสนใจจากสื่อมวลชนด้วยการจัดกิจกรรมให้ชนกัน เป็นอะไรซึ่งเกิดขึ้นทุกคราที่สมาชิกแห่งพระราชวงศ์อังกฤษทรงมีพระราชอีเวนต์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต โดยจะมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์ต่างๆ ของดัชเชสเมแกน และของปรินซ์แฮร์รี ผุดขึ้นเป็นคลื่นแทรก อันเป็นวิชามารที่กล่าวกันว่าทั้งสองนำไปใช้เสมอ

ดังนั้น เมื่อเมแกน มาร์เคิล ต้องเผชิญกับความประจวบเหมาะเวอร์วังเข้าบ้าง ซึ่งกลายเป็นการขโมยซีนกันเต็มๆ เธอก็ย่อมจะตีความว่าเธอถูกคุณพ่อแกล้งปล่อยข่าวปลอม ออกมาป่วนวันสำคัญของธุรกิจ With Love, Meghan เพราะเธอน่าจะพบว่าการรายงานข่าวตัดขานั้น ไม่มีภาพประกอบข่าว อีกทั้งไม่มีการระบุชื่อของโรงพบาบาลออกมา จนกระทั่งวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมของประเทศอังกฤษ

การตามเข้าไป “เช็กข้อเท็จจริง ณ เตียงผู้ป่วย” ห้องไอซียูของโรงพยาบาล จึงอุบัติขึ้นโดยฉับไว โดยมีเจ้าหน้าที่กงสุลอเมริกันสำนักงานนครเซบูจำนวน 2 ราย เดินทางไปพบคุณโทมัส มาร์เคิล ในวันทำการที่ 8 (จันทร์) ธันวาคม 2025

นายแพทย์นีล ซานนิโค ศัลยแพทย์แห่งโรงพยาบาล University of Cebu Medical Center ซึ่งเป็นผู้ผ่าตัดขาให้แก่คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ซึ่งในภาพนี้ ณ วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม ได้ย้ายออกจากวอร์ดไอซียู เข้าสู่ห้องพักวอร์ดผู้ป่วยทั่วไปแล้ว
“เมแกน” ผูกใจเเค้นเคืองบิดาด้วยปมพยาบาทใด ไม่ชัดเจน แต่เธอไม่เหลือเยื่อใยจริงๆ เลย:- ถ้าไม่ใช่เพราะทัวร์ลงกระหน่ำจนเป็นวิกฤติภาพลักษณ์ป่นปี้ การดิ้นรนแก้ตัวว่า “ติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” ก็น่าจะไม่เกิดขึ้น

ในขณะที่ดัชเชสเมแกน ผู้แสนจะเจ้าคิดเจ้าแค้น มิได้ออกมาแสดงความห่วงใย เดือดเนื้อร้อนใจกับการล้มป่วยแม้แต่แอะเดียว ตอนช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (4) ที่คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล พักฟื้นจากแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ นั้น ทางฝั่งเคาน์ตีซานตา บราบารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยังอยู่ในช่วงเย็นวันพุธ ได้มีความเคลื่อนไหวอันเลือดเย็นเกิดขึ้น โดย เมแกน มาร์เคิล ปล่อยคลิป 1 ตัว ออกสู่พื้นที่สาธารณะ

ผู้คนฮือฮา เข้าใจไปว่าเธอจะพูดถึงคุณพ่อผู้มีอุปการคุณใหญ่หลวงต่อช่วงชีวิตมากกว่าสองทศวรรษแรกของเธอ แต่แล้ว กลับกลายเป็นว่า คลิปดังกล่าวเป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ With Love, Meghan: Christmas Special เพื่อโปรโมทโชว์ พร้อมกับขอบคุณทีมงาน ทั้งทีมงานด้านภาพยนตร์ และทีมงานด้านสินค้า As Ever!! ท่านผู้ชมครางอื้อหือ นางผูกใจเจ็บต่อบิดาบังเกิดเกล้าได้เวอร์วังเบอร์นี้ทีเดียวเชียว

ผลที่ตามมาประกอบด้วย 3 ส่วน
1.สื่อมวลชนได้พาดหัวข่าวฮือฮา
2.ท่านผู้ชมได้มันเขี้ยวกับการเขียนคอมเมนต์ประณามว่า เมแกน มาร์เคิล ช่างไร้หัวใจเสียเหลือเกิน
3.ภาพลักษณ์ของเมแกนซึ่งไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชมของสาธารณชนอยู่แล้ว ก็ยิ่งย่ำแย่หนักทวีขึ้น จนเข้าชั้นวิกฤติการณ์แห่งภาพลักษณ์ยับเยิน - บิดาบังเกิดเกล้าสูญเสียขาให้แก่โรคติดเชื้อรุนแรง จวนจะอยู่จวนจะไป แต่เมแกนก็ไม่ยอมยุติมาตรการลงโทษคุณพ่อ

อุบัติการณ์สึนามิแห่งคอมเมนต์ตำหนิประณามเมแกน มาร์เคิล ดุเดือดท่วมท้น จึงทะลักสาดซัดออกมาจากประชาชนชาวอินเทอร์เน็ตรวมได้หลายหมื่นเมนต์ ลำพังเฉพาะที่ปรากฏอยู่ใต้ข่าวกรอบต่างๆ ของเดลิเมลออนไลน์ ก็มหาศาลระดับกรอบละประมาณ 5,000 – 8,000 เมนต์ กันเลยทีเดียว

เช่น เมแกนอกตัญญู - หัวใจของเมแกนกระด้างเยี่ยงโขดหิน - เมแกนเทพ่อ เพราะพ่อหมดประโยชน์ และเพราะพ่อเกษียณอายุจากงานเท่ๆ ในฮอลลีวูดแล้ว ก็จึงกลายเป็นอะไรที่ทำให้เมแกนรู้สึกอับอาย อีกทั้งยังทำให้อิมเมจอันโก้หรูที่เมแกน “ยกระดับ” ตนเองขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะมัวหมอง - เมแกนน่าขยะแขยง หลงตัวเองและเป็นงูพิษ - เมแกนฮาร์ทเลส ไร้หัวใจ ฯล

ภายในบรรยากาศร้อนระอุทั้งปวง พี่ชายต่างมารดาของ “น้องเม็ก - เมแกน” กล่าวผ่านรายการสนทนาของตนที่เผยแพร่บนยูทูปว่า

“ผมอยากจะขอร้องเม็ก ในเมื่อเธอปล่อยทีวีโชว์ซึ่งเธอพูดถึงพลังแห่งความรักและครอบครัว ผมขอร้องให้เธอมาหาพ่อของเรา เม็กต้องเริ่มแสดงความเห็นอกเห็นใจความการุณย์แบบที่เธอพูดสอนออกมาได้แล้ว” เดอะสแตนดาร์ดคัดลอกข้อความมาเสนอไว้

ผู้คนฮือฮา เข้าใจว่าเมแกน มาร์เคิล ปล่อยคลิปในเย็นวันพุธที่ 3 ธันวาคมเพื่อจะพูดถึงคุณพ่อผู้มีอุปการคุณใหญ่หลวงต่อชีวิตของเธอ แต่แล้ว กลับกลายเป็นว่า คลิปดังกล่าวเป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ With Love, Meghan: Holiday Celebration เพื่อโปรโมทโชว์ พร้อมกับขอบคุณทีมงาน ทั้งทีมงานด้านภาพยนตร์ และทีมงานด้านสินค้า As Ever!! ท่านผู้ชมพากันครางอื้อหือ นางผูกใจเจ็บต่อคุณพ่อได้เวอร์วังเบอร์นี้ทีเดียวเชียว
กระแสเชี่ยวกรากแห่งความรู้สึกต่อต้านและการประณามดุเดือดเหล่านี้คือ วิกฤติการณ์แห่งอิมเมจเสื่อมทราม ที่ดัชเชสเมแกนประสบโดยตรงในห้วงทิ้งท้ายศักราช AI Overview วิเคราะห์และสรุปไว้อย่างนั้น โดยประมวลข้อมูลในรอบสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2025 ว่า

“ในระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2025 เมแกน มาร์เคิล เผชิญกับวิกฤติการณ์แห่งภาพลักษณ์เสื่อมทรามอย่างหนัก ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเธอโดยตรง วิกฤติการณ์ความเสื่อมทรามแห่งภาพลักษณ์ถูกขับเคลื่อนโดย 2 เหตุการณ์สำคัญซึ่งพุ่งเข้ามากระทบกันและกัน ได้แก่ การเปิดตัวโชว์ทางช่องเน็ตฟลิกซ์ ตอน “คริสต์มาส สเปเชียล” กับข่าวความป่วยไข้อย่างหนักของคุณพ่อเธอ ซึ่งเธอตัดขาดเยื่อใยไปแล้ว”

เอไอ โอเวอร์วิว ชี้ประเด็นหลักของวิกฤติแห่งภาพลักษณ์ว่า การถูกมองเป็นคนไร้หัวจิตหัวใจ ไม่มีความเมตตาให้แก่บิดา และขาดความภักดีต่อครอบครัวซึ่งรวมถึงพ่อและพี่ๆ ได้ทำให้วิกฤติภาพลักษณ์ยิ่งทวีความเลวร้าย มากขึ้นกว่าเดิมซึ่งย่ำแย่สาหัสอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2025

ท่าทีโนสนโนแคร์ทั้งต่อวิกฤติสุขภาพของคุณพ่อ และทั้งต่อปฏิกิริยาดุเดือดจากสาธารณชนตลอดระยะ 3 วันแรกจากเช้ามืดวันพุธ (3) จดจนบ่ายวันศุกร์ (5) มิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อตัวเมแกนเพียงคนเดียว ภาพลักษณ์อันย่ำแย่สาหัสที่เธอประสบเหล่านั้น ได้สร้างผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ อย่างมหาศาล

การพลิกผันให้ท่าทีของดัชเชสเมแกน เปลี่ยนมาเป็นแบบมนุษย์ปกติ จึงต้องอุบัติขึ้นมา!!!

สถานการณ์ที่ได้เห็นกันทั่วถ้วนแล้วก็คือ ดรามาแห่ง “ธิดาทรพี” ถูกพลิกผันอย่างปุบปับ และเป็นการเปลี่ยนท่าทีแบบยูเทิร์น 180 องศากันเลยทีเดียว ด้วยการนำเสนอข้อมูลนัวๆ ใหม่ๆ ว่า


เมแกน มาร์เคิล พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะติดต่อไปหาคุณพ่อ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

กระนั้นก็ตาม การผลักดันดังกล่าวโดยทีมงานพีอาร์แห่งพระตำหนักมอนเตซิโต มีแต่จะล้มเหลวโดยตลอด ซึ่งท่านผู้ชมในสารพัดประเทศได้แต่ส่ายหน้า แล้วกรอกตามองบน

เบื้องหลังและที่มาแห่งการพลิกท่าทีของดัชเชสมมีอยู่ว่า เน็ตฟลิกซ์เป็นยูนิตหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ กล่าวคือ ดัชเชสเมแกนและดยุกแฮร์รีเป็นผู้สร้างผลิตภัณฑ์ความบันเทิงป้อนแก่ เน็ตฟลิกซ์ ซูเปอร์ยักษ์แห่งธุรกิจสตรีมมิง อิมเมจของเมแกนแอนด์แฮร์รีจึงต้องถูกประคับประคองอย่างระมัดระวัง มิให้กลายเป็นสินค้าที่ถูกสาธารณชนคว่ำบาตร

โดยที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ยังไม่สามารถถอนทุนคืนจากสภาวะขาดทุนยับเยินในรอบ 5 ปีของสัญญาธุรกิจฉบับแรกที่มีมูลค่าเป็นหลักร้อยล้านดอลลาร์ พร้อมการจ่ายเงินก้อนมหึมาให้ไปเป็นมัดจำตลอดจนเป็นแรงจูงใจ และในปัจจุบัน แม้ผลตอบแทนยังอยู่ในเกณฑ์ติดลบ แต่เน็ตฟลิกซ์ก็เดินนโยบายที่จะต้องล็อกดัชเชสและดยุกแห่งซัสเซกซ์ไว้อย่างแน่นหนา(ด้วยสัญญาฉบับที่ 2 ซึ่งอัปยศอย่างสุดๆ สำหรับอดีตสมาชิกพระราชวงศ์คู่นี้) เผื่อว่าหากเกิดการหย่าร้าง (ซึ่งมีวี่แววแนวโน้มสูงอย่างยิ่ง) ความอื้อฉาวก็ต้องมา และในสถานการณ์ดรามาแซ่บๆ ดังกล่าว เน็ตฟลิกซ์ย่อมจะได้รับคอนเทนต์เผ็ดร้อนถูกใจท่านผู้ชม ไปสร้างภาพยนตร์แนวแฉหมดเปลือก และทำผลตอบแทนมหาศาลถล่มทลายเข้าสู่บริษัทได้สำเร็จ

นอกจากเน็ตฟลิกซ์จะเป็นผู้มีส่วนได้-เสียกับการที่เมแกนมีราคาการตลาดตกต่ำแล้ว ดัชเชสยังเป็นเจ้าของกิจการ Archewell Productions และ As Ever ดังนั้น ทีมพนักงานของเธอ รวมถึงทีมที่ปรึกษา และทีมพีอาร์ ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลส่งเสริมภาพลักษณ์ของตัวเธอและของธุรกิจที่เธอกับพระสวามีเป็นเจ้าของ ก็พลอยได้รับผลกระทบโดยตรงด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งปวงจึงไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความย่อยยับอัปราแห่งอิมเมจของดัชเชสเมแกน

เน็ตฟลิกซ์ ยังหนักอกหนักใจกับดีลธุรกิจที่ทำไว้กับดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พร้อมเงินอัดฉีดก้อนยักษ์  ทั้งนี้ นิตยสารพีเพิลรายงานเมื่อ 17 ธันวาคม 2025 ว่า ผลิตภัณฑ์บันเทิงฝีมือเมแกนแอนด์แฮร์รีพากันแป้ก โดยมีตัวที่สร้างรายได้เป็นเรื่องเป็นราว ก็เพียงซีรีส์เรื่อง Harry & Meghan ซึ่งยังถูกสมาชิกเน็ตฟลิกซ์ สตรีมไปดูเป็นระยะๆ

ด้าน With Love, Meghan ซีซัน 2 นั้น พีเพิลรายงานว่าแป้กสนิท ไม่สามารถฝ่าขึ้นไปถึงตารางท็อป 10 ของเน็ตฟลิกซ์ ได้

พร้อมกันนี้ With Love, Meghan: Holiday Celebration ที่ออกเนื้อออกตัวกันว่าถูกขโมยซีนโดย ดรามาคุณพ่อโทมัสถูกตัดขา ก็ไม่สามารถฝ่าขึ้นสู่ตารางท็อป 10 ได้สำเร็จเช่นกัน
ปรากฏการณ์ที่ปุบปับเกิดขึ้นมานั้น เป็นอะไรที่เสมือนว่า ได้มีฝ่ายใดสักฝ่ายหนึ่งลุกขึ้นดำเนินมาตรการ “ควบคุมขนาดความเสียหาย”

ดูเหมือนว่าบรรดาที่ปรึกษาและ “ป๋าดัน” ตลอดจนทีมพีอาร์ ได้ช่วยกันกระตุกต่อมให้เมแกนถอนถอยกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงว่า ตัวเธอและสินค้าที่เธอดำเนินงาน และเน็ตฟลิกซ์ลงทุนเป็นเงินมหาศาล (ผลิตภัณฑ์ As Ever กับซีรีส์ With Love, Meghan) นั้น จะเน่าสนิทและเจ๊งหนักกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าหากใจของเธอยังยืนหยัดจะเล่นบทบาทธิดาทรพี

ปรากฏการณ์ดังกล่าวซึ่งออกจะโกลาหลอย่างยิ่ง เริ่มเปิดตัวในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม โดย บีบีซี ไปจนถึง เดอะไทมส์ สื่อเจ้าพ่อสุดเก๋าของอังกฤษ นำเสนอข่าวอย่างครึกโครมว่า

“เมแกน มาร์เคิล ติดต่อไปถึงคุณพ่อโทมัสแล้ว”

พร้อมนี้ ในเนื้อข่าวของบีบีซีกับเดอะไทมส์ไม่ได้ใช้คำว่า “แหล่งข่าววงใน” กระซิบมา แต่เป็นการให้คำเฉลยกันตรงๆ และสุดๆ จะน่าเชื่อถือเลยว่า ทีมงานประชาสัมพันธ์ของเมแกนยืนยันมา ดังนั้น นั่นหมายถึงว่าเป็นความเคลื่อนไหวของแคมป์ดัชเชส ทั้งนี้ เมแกนคือผู้สั่งให้ทีมพีอาร์ส่งข่าว หรือป๋าดันของเธอเป็นผู้สั่งการ?? ยังต้องแขวนปมนี้ไว้ก่อน

กระนั้นก็ตาม มีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เมแกน น่าจะมิได้เป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ เพราะข่าวสุดฮอตว่าดัชเชสติดต่อไปถึงคุณพ่อนั้น กลายเป็นปัญหาใหม่ที่ไปทวีความอื้อฉาวและโกลาหลให้แก่ฝ่ายต่างๆ ที่เร่งดำเนินการลบล้างภาพลักษณ์เน่าสนิทชวนยี้ให้แก่เมแกน

กล่าวคือ คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ซึ่งเมื่อฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่รอบ 2 (แก้ไขปัญหาหลอดเลือดอุดตันที่ขาซ้ายส่วนบน) ได้ทราบรายงานข่าวจากสื่อมวลชน ก็ดีใจ รอรับการติดต่อเข้าไป (เผื่อจะเป็นเอสเอ็มเอส หรือจะเป็นช่อดอกไม้ ซึ่งมักจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะมาถึงห้องไอซียู) ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ช่วยกันตรวจสอบ ว่าได้มีการโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปทางคอลเซนเตอร์ของโรงพยาบาลหรือไม่

แต่แล้ว... ในท้ายที่สุด “ดรามาแห่งการโปรโมทข่าวว่าดัชเชสเมแกนติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” ก็ล้มเหลว

ในช่วงดึกดื่น พ้นเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมของประเทศฟิลิปปินส์แล้ว คุณพ่อโทมัสยอมตัดใจเลยว่าดัชเชสผู้เป็นธิดาจอมเจ้าคิดเจ้าแค้น จะไม่ติดต่อมาถึง ดั่งที่ปล่อยวาทะ “ผายลมมารดาเจ้า” ออกมาแน่นอน แล้วคุณพ่อจึงแจ้งปฏิเสธข่าวไปกับนักข่าวคนสนิทแสนซี้ แคโรลิน เกรย์แอม บก.เดอะเมล ออน ซันเดย์ สำนักยูเอสเอ โดยบอกว่าไม่มีข้อความจาก “ลูกสาว” มาถึงผมเลย!!

หลังจากนั้นแป๊บหนึ่ง เดลิเมลออนไลน์สำนักงานใหญ่ก็รายงานขึ้นเว็บไซต์ข่าวในเวลา 20.20 น. วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม ณ กรุงลอนดอน หรือก็คือประมาณตี 4 วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ของนครเซบู ฟิลิปปินส์ว่า คุณพ่อของดัชเชสเผย ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากเมแกนเลย พร้อมกับวิงวอนขอความเห็นใจจากคุณลูกสาว: อย่าให้พ่อตายไปโดยไม่มีโอกาสพบกับหลานตาทั้งสองพระองค์

ประมาณ 1-2 ชั่วโมงผ่านไป จึงมีคำเฉลยปล่อยออกมาจากทีมพีอาร์ของพระตำหนักมอนเตซิโต ซึ่งคงเพิ่งจะได้ข้อมูลรูปธรรมจากนายหญิง เมแกน มาร์เคิล แล้วก็รีบส่งข่าวไปยัง เดอะไทมส์ลอนดอน กับเดอะซัน สองสื่อยักษ์ใหญ่ไซส์เจ้าพ่อของอังกฤษ

ดังนั้น ณ 22.22 น. วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม เดอะซันนำเสนอความคืบหน้า โดยอ้างถึงทีมพีอาร์ของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์
ว่า เมแกน มาร์เคิล ได้ทำการ “ส่งอีเมล” ไปถึงคุณพ่อ ตั้งแต่เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคมของสหรัฐอเมริกา !!!

OMG! คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วย! คนสติดีๆ ที่ไหนกัน จะส่งอีเมลไปหาผู้ป่วยห้องไอซียู

แต่ที่เด็ดขั้นสุดคือ ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันทำงาน คือ จันทร์ที่ 8 ธันวาคม วอร์ด ICU ของโรงพยาบาล University of Cebu Medical Center (UCMed) ได้ต้อนรับเจ้าหน้าที่กงสุลอเมริกันประจำนครเซบู 2 รายซึ่งเดินทางไปพบผู้ป่วยผ่าตัดขา นามว่า โทมัส มาร์เคิล เดลิเมลออนไลน์รายงาน


ทั้งนี้ แม้เนื้อข่าวเปล่าระบุว่าเป็นการเข้าไปเช็กให้เห็นกับตาว่ามีการป่วยหนัก และต้องถูกแพทย์ตัดขาดั่งที่เดลิเมลออนไลน์นำเสนอ จริงหรือไม่เพียงใด แต่ก็เป็นที่น่าปลาบปลื้มว่าคนอเมริกันที่พักอาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์กว่า 750,000 ราย ได้รับความใส่ใจอย่างยิ่งยวดจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

คุณพ่อเช็กอีเมลดูนะคะ ลูกทักเข้ามาแล้วตั้งแต่วันศุกร์ แม้คุณพ่อนอนหน้าแข้งขาดไปหนึ่งข้างใน ICU อย่างนี้ แต่ถ้าสะดวกก็ช่วยเขียนอีเมลตอบกลับมาหน่อยสิคะ ว่าแต่ว่า คุณพ่อยังจำพาสเวิร์ดได้ปล่าว ทีมพีอาร์ของลูกรออยู่ค่ะ ดัชเชสเมแกนมิได้กล่าว แต่เกรียนคีย์บอร์ดเขียนแซวไว้

แคโรลีน เกรย์แอม นักข่าวสาวชาวอังกฤษ และบรรณาธิการเดอะเมล ออน ซันเดย์ สำนักยูเอสเอ สนิทกับคุณพ่อของเมแกน มาตั้งแต่ปี 2018 โดยเธอบอกว่าเธอรู้สึกว่าคุณโทมัส มาร์เคิล เป็นเสมือนคุณพ่อของเธอ ในเวลาเดียวกัน คุณพ่อโทมัสไว้วางใจในแคโรลีน เกรย์แอม ซึ่งทำงานกับคุณพ่อด้วยความจริงใจ คำไหน-คำนั้น รับปากอย่างไรก็ตามนั้น  ไม่มีการพลิ้ว
รอบแรกของ “เมแกน” พังทลาย เพราะเธอไม่เต็มใจร่วมมือ แต่คงจะเป็นป๋าดัน-ผู้มากบารมี ที่ไม่ยอมให้ “สินค้ายี่ห้อซัสเซกซ์” เน่าสนิทอยู่ในความชิงชังของสาธารณชน ดังนั้น เมแกนก็ยอมเว้นวรรคมาตรการตัดขาดบิดา แล้วจดปากกาเขียน จดหมายน้อย ไปหา โดยมีทนายความนำส่งถึงเตียงผู้ป่วย พร้อมถ่ายคลิปเป็นหลักฐานให้ท่านใดสักท่านหนึ่งมั่นใจว่า ส่งจดหมายไปถึงแล้วจริงๆ

พลันที่สาธารณชนได้ทราบข่าวว่า เมแกนก็คือเมแกนคนเดิมผู้ถูกประณามบนพื้นที่สื่อมวลชนบ่อยๆ ว่า อกตัญญู ปฏิกิริยาของสังคมจึงปรากฏออกมาอย่างเดือดดาลตามเคย ไม่มีแผ่ว

ดังนั้น เท่ากับว่าความพยายามของฝ่ายต่างๆ ที่เร่งแก้ไขภาพลักษณ์ของดัชเชสเมแกนผู้แสนจะอื้อฉาว นั้น ไม่สามารถจะแก้ไขกอบกู้อะไรได้เลย ในเมื่อบุคคลผู้เป็นแกนกลางของวิกฤติการณ์ภาพลักษณ์ย่อยยับ สามารถฝืนใจดำเนินการออกไปได้ “แค่การส่งอีเมล”

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เมแกน มาร์เคิล มีความรู้สึกติดลบรุนแรงต่อบิดาบังเกิดเกล้า เกินกว่าที่จะติดต่อไปถึงพ่อด้วยรูปแบบปกติต่างๆ ตามมารยาทดีงามของสังคม

ที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลเฉลยว่า ป๋าดัน/ผู้มากบารมี รายใดอยู่เบื้องหลังในตอนที่เมแกนยอมโอเคจะยุติท่าทีเฉยเมยต่อสถานการณ์สุขภาพสาหัสของคุณพ่อ และยอมจะลงมือดำเนินการแก้ไขวิกฤติภาพลักษณ์เสื่อมทรามจมดิน ในการนี้ เมื่อเมแกนรับที่จะติดต่อไปถึงคุณพ่อให้เรียบร้อย ทีมพีอาร์ก็ส่งข่าวออกไปตามสื่อทั้งปวงว่า “ดัชเชสเมแกนติดต่อไปถึงคุณพ่อแล้ว” โดยที่ว่าแม้แต่ทีมพีอาร์ก็ไม่ทราบว่า ติดต่อ ไปด้วยวิธีการอะไรกันแน่

แต่การที่เธอใช้วิธีส่งอีเมลไปหาคุณพ่อ หนำซ้ำยังเป็นบัญชีอีเมลที่คุณพ่อทิ้งร้างไปแสนนาน ย่อมเป็นอะไรที่ไม่โอเคอย่างยิ่งสำหรับทีมที่ปรึกษาและป๋าดัน ซึ่งพยายามขับเคลื่อนมหกรรมลบล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพี

เมื่อวิเคราะห์และไล่เรียงดูกระแสสังคมอันโกรธเกรี้ยวเชี่ยวแรง นับจาก 20.20 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมในกรุงลอนดอนซึ่งเดลิเมลออนไลน์รายงานคำพูดของคุณพ่อโทมัสว่า ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากดัชเชส และสาธารณชนได้แห่กันกระหน่ำประณามเมแกน มาร์เคิล อย่างมหาศาลชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (เฉพาะที่คอมเมนต์ใต้กรอบข่าวของเดลิเมลออนไลน์ มีทัวร์ถล่มลงไปกว่า 5,000 คอมเมนต์ภายในไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะไปอิ่มตัวที่ 8,500 คอมเมนต์กันเลยทีเดียว)

ก็สามารถเห็นเค้าลางว่าฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ รู้สึกหนักอกหนักใจมากขึ้นอย่างยิ่งยวดว่า สถานการณ์ดังกล่าวคือ หายนะแห่งภาพลักษณ์เสื่อมทรามสาหัส

ดังนั้น จากเดิมที่ไม่มีใครอยากถามว่า “ติดต่อ ไปถึงคุณพ่อแล้ว” นั้น หมายความว่าอะไร ก็คงจะจำเป็นต้องขออนุญาตถามกัน แล้วคำเฉลยว่า **ติดต่อไปทางอีเมล** ก็คงเพิ่งหลุดออกจากสองเรียวปากเป็นครั้งแรก

หลังจากนั้น ทีมพีอาร์ก็แจ้งทราบเรื่องอีเมลไปยังสาธารณชนอย่างด่วน เพื่อตอบโต้ข่าวของเดลิเมลออนไลน์ ในการนี้ ทีมพีอาร์แจ้งทราบออกไปโดยผ่านช่องทางของ เดอะซัน กับ เดอะไทมส์ลอนดอน

เวลาผ่านไปไม่นาน ณ 22.22 น.วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคมในกรุงลอนดอน (ซึ่งก็คือวันเดียวกันกับทางสหรัฐฯ แต่เป็นเวลา 17.22 น.) เว็บไซต์เดอะซัน นำเสนอข่าวศึกไฝว้ มาร์เคิล vs มาร์เคิล ด้วยพาดหัวดังนี้

“เมแกน มาร์เคิล เปิดเผยว่าเธอส่ง อีเมล ไปถึงคุณพ่อผู้เจ็บป่วย หลังจากถูกตัดขาแล้ว”

สิ่งที่ตามมาคือเสียงก่นด่าประณามดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ที่พุ่งเข้าไปจากทศทิศ และทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ (6) ของสหรัฐฯ จดจนวันอาทิตย์ วันจันทร์ และอังคาร (7-9) โดยไปครึกโครมเป็นพิเศษตามช่องข่าวโทรทัศน์อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Talk TV รายการของเควิน โอซัลลิแวน หรือทอล์กโชว์ของแดน วูตตัน ฯลฯ

มหกรรมเพื่อกอบกู้วิกฤติการณ์ภาพลักษณ์ยับเยินของเมแกน มาร์เคิล ในรอบที่ 2 จึงต้องเริ่มขึ้น โดยในเที่ยวใหม่นี้ ต้องเดินเกมกันรวมได้ถึง 3 ขยักทีเดียว

คินซีย์ สโคฟิลด์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อังกฤษ วิเคราะห์ให้รายการสนทนาข่าวของสกายนิวส์ ออสเตรเลียฟังว่า เมแกน มาร์เคิล ยอมเว้นวรรคจากมาตรการตัดขาดคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล เพราะเมแกนตระหนักถึงผลกระทบที่สามารถสร้างหายนะต่อแบรนด์และต่ออาชีพการงานของเธอ เมแกนก็จึงอ้างออกมาว่าเธอติดต่อถึงบิดาแล้ว ขณะที่คุณพ่อประกาศออกไปตรงๆ ว่า ไม่ได้รับข้อความใดๆ จากลูกสาวเลย
โดยภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 1” เปิดฉากด้วยกลยุทธ์แห่งวิชามารขั้นพื้นฐาน ได้แก่ กล่าวโทษฝ่ายศัตรู และโกหกสดๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่ดัชเชสเมแกน ทั้งนี้ ในภารกิจแห่งการแก้ตัวให้แก่เมแกนนั้น มีการปล่อยข่าวผ่านสื่อมวลชนออกไปว่า หลายๆ วันที่ผ่านมา ดัชเชสพยายามสุดความสามารถที่จะติดต่อไปหาบิดา ดังนี้:

ณ 10.03 น. วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ในอังกฤษ เว็บไซต์ข่าวจีบี นิวส์ เป็นสื่อใหญ่ค่ายแรกๆ ของอังกฤษที่โพสต์ข่าวพร้อมถ่ายทอดข้อความต่างๆ ซึ่งแหล่งข่าวระดับคนใกล้ชิดเมแกน มาร์เคิล ใช้โจมตีเดลิเมลออนไลน์ มานำเสนออย่างละเอียด

“เดอะเมลไม่ได้พยายามสอบถามเข้าไปที่ทีมงานของดัชเชสแม้แต่น้อย ปุบปับก็แพร่ข่าวออกไปเลยว่าคุณพ่อไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากดัชเชส

“ถ้าพวกเขาสอบถามมา พวกเราก็จะบอกคุณโทมัส มาร์เคิล ให้เช็กอีเมล

“พอพวกเราเห็นข่าวว่ายังไม่ได้รับการติดต่อ เราก็แจ้งไปที่โต๊ะข่าวเดอะเมลทันที ว่าดัชเชสส่งอีเมลไป เรื่องอีเมลนี่เป็นรายละเอียดซึ่งพวกเราตั้งใจจะไม่ประกาศออกอากาศ เพื่อจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเด็นส่วนตัวไปปรากฏต่อสายตาของสาธารณชนมากเกินไป

“แม้ข่าวจะนำเสนอกันว่าคุณโทมัส มาร์เคิล ไม่ได้ใช้อีเมลแอดเดรสนี้นาน 5 ปีเป็นอย่างน้อย แต่พวกเราเข้าใจว่าไม่มีอีเมลเด้งกลับมา ซึ่งแสดงว่าอีเมลแอดเดรสนี้ยังใช้งานได้อยู่”

ปมแห่งการส่งอีเมลไปให้กำลังใจแก่คุณพ่อที่ถูกแพทย์ตัดขานั้น โดนโห่สนั่นลั่นอินเทอร์เน็ตด้วยกระแสความรู้สึกที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง

ท่านผู้ชมเข้าไปคอมเมนต์ใต้กรอบข่าวของจีบีนิวส์ แบบที่ตำหนิตรงๆ ว่า

ใครเขาทำกัน ส่งอีเมลไปหาผู้ป่วยหนักในห้องไอซียู!!

ก็คนปกติมีแต่จะส่งดอกไม้และบัตรอวยพร แล้วรีบเดินทางไปให้เห็นหน้าบ้าง

ผู้คนแห่กันเข้าไปเขียนคอมเมนต์ประณามเมแกน มาร์เคิล ข้างใต้กรอบข่าว รายหนึ่งบอกว่าจะมีใครที่ไหนส่งอีเมลไปถึงคนป่วยในไอซียู

ผู้อ่านข่าวอีกรายหนึ่งฟันธงว่า เมแกน มาร์เคิล รู้สึกว่าคุณพ่อทำให้เธออับอายขายหน้า ขณะที่เธอเดินอยู่ในแวดวงพระราชตระกูลนั้น คุณพ่อเป็นแค่คนแก่วัยเกษียณ ซึ่งไม่หรูหราพอสำหรับเธอ

เมแกน มาร์เคิล ถูกประณามว่าคิดหมกมุ่นอยู่แต่กับตนเอง คุณพ่อให้เธอทุกสิ่ง กระนั้นก็ตาม เพราะท่านไม่หรูหราร่ำรวยทัดเทียมกับภาพลักษณ์ใหม่ของเธอ เธอจึงตัดท่านให้พ้นออกไป  เธอพร่ำสอนเรื่องของความรักและครอบครัว แต่เธอมิได้มอบความรักให้คุณพ่อ และครอบครัวของสามี; เธอเป็นพวกหลงตัวเองและร้ายดั่งงูพิษโดยสมบูรณ์แบบ
หลังจากที่ภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 1” ล้มเหลว และถูกประณามจากทุกทิศทาง ภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 2” ที่ใช้กลยุทธ์สร้างภาพธิดากตัญญูขั้นสุด ก็ถูกขับเคลื่อนในเย็นวันเดียวกัน คือ ณ 18.01 น. วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ในประเทศอังกฤษ

โดยเว็บไซต์เดอะซันนำเสนอข่าวชิ้นใหญ่ อ้างอิงแหล่งข้อมูลว่า “เป็นบุคคลใกล้ชิด” ของดัชเชสเมแกนจำนวนหลายราย ว่า

:-เมแกน มาร์เคิล ยอมเหนื่อยยาก “เธอยกโทรศัพท์” ไปสอบถามโรงพยาบาลต่างๆ หลายๆๆ แห่งในฟิลิปปินส์ ด้วยตนเอง เพื่อตามหาว่าคุณพ่อรักษาตัวอยู่ที่ไหน และจะได้สามารถติดต่อกับคุณพ่อ หลังจากที่คุณพ่อถูกตัดขา

:-แต่โชคไม่ช่วยเลย เธอไม่สามารถติดต่อคุณพ่อได้


พร้อมนี้ เดอะซันรายงานด้วยว่านักข่าวของเดอะซันติดต่อไปยังโฆษกประจำตัวดัชเชส เพื่อขอความเห็น แต่คุณโฆษกปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

รายงานนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า แหล่งข่าวคนใกล้ชิดต่างๆ ของเมแกนที่ร่วมกันให้ข้อมูล มิใช่โฆษกหรือทีมพีอาร์แห่งมอนเตซิโต ดังนั้น ก็น่าจะเป็นทีมพันธมิตร (อาทิ ป๋าดัน ซึ่ง “เป็นบุคคลใกล้ชิด” กับปรินซ์แฮร์รี และดัชเชสเมแกน) ที่ทำการขับเคลื่อนภารกิจตั้งแต่ก่อนเที่ยงของวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม ในสหรัฐฯ ประมาณว่าทีมงานประชุมเสร็จกำหนดทิศทางเสร็จก็ปล่อยข่าวไปยังสารพัดสื่อมวลชนทั้งสองฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก

กระนั้นก็ตาม ความเคลื่อนไหวของทีมพันธมิตรซึ่งมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่เอี่ยม เปี่ยมด้วยความกตัญญูกตเวที ให้แก่เมแกน มาร์เคิล ก็ไม่ประสบความสำเร็จ!!

หนำซ้ำยังถูกเย้ยว่าโกหกสดๆ ใส่สาธารณชนอีกตามเคย เพราะชาวโลกต่างทราบกันไปทั่วแล้วว่า คุณพ่อโทมัส มาร์เคิล อยู่ที่โรงพยาบาล UCMed ซึ่งเป็นโลโกที่ปรากฏมากมายบนเสื้อผู้ป่วยซึ่งบิดาของเมแกน มาร์เคิล สวมใส่อยู่ในภาพประกอบข่าวของเดลิเมลออนไลน์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม

นอกจากนั้น แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่กงสุลอเมริกันในนครเซบูก็สามารถสังเกตทราบได้เช่นกัน โดยเมื่อทราบว่าคุณโทมัส มาร์เคิลอยู่โรงพยาบาล UCMed ก็บุกไปเยี่ยมดูอาการและเจอตัวกันเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคมกันเลยทีเดียว

ทั้งนี้ เมื่อนำคำว่า UCMed ไปเช็กบนกูเกิล ก็จะทราบว่าเป็นโลโกของโรงพยาบาล University of Cebu Medical Center ไม่จำเป็นจะต้องลงแรงโทรศัพท์ไปตามหา ทีละโรงพยาบาล ให้เปลืองแรง

แม้แต่เดอะซันที่เขียนข่าวนี้ขึ้นไป ก็ยังต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกประณามว่า ทำไมเดอะซันถึงไม่รู้ชื่อโรงพยาบาล ดังนั้น ในข่าวเรื่องนี้ เดอะซันได้ระบุชื่อโรงพยาบาล UCMed ไว้ในย่อหน้าต่อท้ายเนื้อหาข่าวอย่างกระจ่างชัดเจน ไม่มีการเปิดช่องให้ใครเอาไปเย้ยได้

นอกจากนั้น ในการไฝว้เพื่อจะอวดอ้างว่า เมแกนได้พยายามหาเบอร์โทรศัพท์ของคุณพ่อโทมัส อย่างสุดความสามารถนั้น อันที่จริงแล้ว เมแกนสามารถสั่งให้ทีมพีอาร์ซึ่งล้วนเป็นยอดฝีมือด้านการประสานสื่อมวลชน โทรศัพท์ถามนักข่าวของเดลิเมลที่เป็นสายพันธมิตรของพระตำหนักมอนเตซิโตได้ง่ายๆ ทั้งนี้ ทีมพีอาร์ของปรินซ์แฮร์รีกับเมแกน มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักข่าวเดลิเมลออนไลน์หลายคน ซึ่งช่วยเอาข่าวประชาสัมพันธ์ของเมแกนไปโพสต์เป็นข่าวได้ตลอดทั้งปี อาทิ ข่าวพร้อมภาพปกปิดใบหน้าของพระโอรสพระธิดาแห่งเดอะซัสเซกซ์ ที่ถูกกองทัพท่านผู้ชมเขียนแซวเจ็บแสบไว้มหาศาล

ด้านเสียงวิจารณ์ถล่มทลายใส่ดัชเชสเมแกน จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญในรายการโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต ก็ดุเดือดเหลือเกิน

“ตลกดีนะคะ เมแกน มาร์เคิล เป็นหนึ่งใน 100 สตรีที่นิตยสารฟอร์จูนจัดอันดับว่าทรงอิทธิพลที่สุดของปี 2018 แต่เธอไม่สามารถแม้จะแค่โทรศัพท์ไปให้กำลังใจคุณพ่อที่เจ็บป่วยอย่างหนัก” คินซีย์ สโคฟิลด์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อังกฤษ กล่าวประชดตรรกะวิบัติไว้ในระหว่างให้สัมภาษณ์แก่สกายนิวส์ ออสเตรเลีย

คินซีย์ สโคฟิลด์ ฟันธงไว้ขณะสนทนากับ เควิน โอซัลลิแวน แห่งทอล์กทีวีว่า กรณีดัชเชสอกตัญญูครั้งนี้ คือหายนะแห่งการพีอาร์ประจำศตวรรษกันเลยทีเดียว หนำซ้ำยังมาอุบัติในเวลาเดียวกับที่คุณดัชเชสเองก็ต้องเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ With Love, Meghan: Holiday Celebration
ในที่สุด ‘เมแกน มาร์เคิล’ ยอมติดต่อไปถึงคุณพ่อโทมัส อย่างเป็นรูปธรรม หลัง 7 ปีที่ตัดขาด โดยเธอเขียนจดหมายน้อยซึ่งตั้งเงื่อนไขล็อกแน่นหนาไม่ให้นำไปเปิดเผยให้ใครอ่าน และแน่นอน มาตรการตัดขาดยังอยู่

ในที่สุด ภารกิจล้างภาพลักษณ์ธิดาทรพีใน “รอบที่ 2 -ขยักที่ 3” ก็ต้องถูกนำมาใช้ โดยปักธงไว้ชัดเจนว่า เมแกน มาร์เคิล จะต้องเว้นวรรคการตัดขาดบิดา แล้วยอมคืนดีกับคุณพ่อ ด้วยการเขียนจดหมายไปให้กำลังใจ


หลังจาก 7 ปีเต็มๆ ที่ เมแกน มาร์เคิล ตัดขาดไม่เหลือเยื่อใยกับ โทมัส มาร์เคิล บิดาบังเกิดเกล้า เธอยอมเขียนจดหมายน้อยอันเผ็ดร้อนไปถึงคุณพ่อโทมัส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจดหมายถูกนำส่งมอบกันที่เตียงผู้ป่วยในศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ยูเอสเอ ทูเดย์ รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2025 พร้อมให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมอีกเพียงหนึ่งประเด็นว่า

“โดยได้รับการสนับสนุนจากสายงานที่เชื่อมั่นและไว้ใจได้ ข้อความของดัชเชสเมแกนอยู่ในมือของคุณโทมัส มาร์เคิล อย่างปลอดภัยแล้ว” ทีมพีอาร์ของเมแกนประกาศไว้อย่างนั้นในหนังสือแถลงข่าวสั้นๆ ซึ่งส่งไปยัง บีบีซี กับนิตยสาร PEOPLE ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2025

หลังจากนั้น ในระหว่างวันพุธที่ 10 - เที่ยงของวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม สื่อมวลชนทั้งปวงไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะนำไปรายงานละเอียด

จนกระทั่งช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม แคมป์ฝั่งดัชเชสเมแกนเริ่มปล่อยข่าวรอบใหม่ ที่มุ่งจะอธิบายว่าทำไมจึงไม่มีการเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อโทมัสในประเทศฟิลิปปินส์ โดยปล่อยผ่านไปทาง 3 ค่ายสื่อใหญ่ยักษ์ คือ ดิเอ็กซ์เพรส ไทมส์ลอนดอน กับเดอะซัน

ดิเอ็กซ์เพรสได้รับประเด็นข่าวมาว่าการเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อโทมัสในฟิลิปปินส์ ซึ่งดกดื่นด้วยผู้ก่อการร้าย นั้น “อันตรายเกินไป” ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยจะแพงเกินไป คือระดับหลายล้านดอลลาร์กันเลยทีเดียว

ทั้งนี้ บรรดาผู้ช่วยของเมแกนอ้างอิงเอกสารคำเตือนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ว่าการเดินทางไปฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงสูงในเรื่องของ “อาชญากรรม ก่อการร้าย การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ และการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาล

“เมแกนเข้าใจว่าเธอเป็นเป้าหมายตัวเอ้ของเหล่าร้าย และจึงคิดว่าการไปเยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาลในนครเซบูนั้น อันตรายเกินไป แม้จะเป็นทริปสั้นๆ ก็ตาม เพราะมีปัจจัยที่เหนือความคาดคิดมากมายเหลือเกิน” แหล่งข่าวระดับผู้หลักผู้ใหญ่ในฮอลลีวูดซึ่งเป็นคนใกล้ชิดเมแกน มาร์เคิล และปรินซ์แฮร์รีกล่าวไว้กับดิเอ็กซ์เพรส

ในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน คือ ในค่ำคืนเสาร์ที่ 13 ธันวาคม เดอะซันมีความคืบหน้าไปนำเสนอต่อผู้อ่านดังนี้

“บอกกันต่อๆ มาว่าดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ไม่มีกำหนดการจะเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อโทมัส มาร์เคิล ที่ประเทศฟิลิปปินส์”

ทั้งนี้ การไม่ระบุแหล่งข่าว มีนัยความหมายว่าต้นทางของข่าวน่าจะปล่อยมาจากแคมป์เดอะซัสเซกส์ จึงจะต้องปกปิดไม่ให้โลกรู้

นอกจากนั้น เดอะซันมีรายงานเสริมจากข่าวของเดอะไทมส์ลอนดอน ระบุว่า เมแกนไม่ต่อสายโทรศัพท์ไปถึงคุณพ่อ เพราะเธอเกรงว่าใครต่อใครจะได้ยินถ้อยคำสนทนาระหว่างตัวเธอกับคุณพ่อ

ในห้วงที่เมแกนยังไม่ได้พบกับปรินซ์แฮร์รี และยังเขียนลง The Tig สม่ำเสมอ เธออวดถึงคุณพ่อแสนดีของเธอไว้อย่างดีงาม อีกทั้งยังเรียกตนเองว่าเป็นเด็กติดพ่อและเป็นลูกสาวคนโปรดของพ่อ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ แต่ครั้นเมื่อเธอสปริงขึ้นเป็นพระคู่รักของเจ้าชายอังกฤษ เธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนภายในแค่ปีกว่าเท่านั้น
ในด้านของเดลิเมลออนไลน์ หลังการปล่อยข้อมูลต่างๆ ออกมาทางสื่อค่ายยักษ์ทั้งสามแล้ว เดลิเมลออนไลน์ก็ปลอดภัยที่จะนำบางประเด็นจากจดหมายของเมแกน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ บก.แคโรลีน เกรย์แอม ซึ่งอยู่ในห้องผู้ป่วยของคุณพ่อโทมัส ขณะที่การส่งมอบจดหมายเกิดขึ้น มาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับทราบบ้าง

ในการนี้ เดลิเมลออนไลน์โพสต์ข่าวขึ้นเว็บไซต์ในค่ำคืนวันเดียวกันกับ 3 สื่อค่ายใหญ่ยักษ์ โดยมีประเด็นดังนี้

ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม นั้น จดหมายของเมแกน มาร์เคิล มาถึงคุณพ่อโทมัส ณ เตียงผู้ป่วยของ University of Cebu Medical Center โดยทนายความที่รับงานจากแคมป์เดอะซัสเซกซ์ ทำการส่งมอบถึงมือคุณพ่อโทมัส พร้อมแจ้งทราบเงื่อนไขหนึ่งประการ คือ มีคำสั่งกำหนดมาด้วยว่ากระบวนการส่งมอบนี้ต้องได้รับการบันทึกวิดีโอ เพื่อที่ว่าตัวคลิปวิดีโอจะถูกมอบแก่ดัชเชสเมแกนต่อไป

หลังจากทีมทนายกลับไปแล้ว คุณพ่อโทมัสนอนบนเตียงผู้ป่วย มองและพิจารณาจดหมายจากลูกสาวด้วยความรู้สึกไม่สบายใจว่าจะมีอะไรบ้างปรากฏในนั้น รวมเป็นเวลานานราว 4 ชั่วโมงจึงเปิดออกอ่านเงียบๆ อ่านซ้ำๆ ซ้ำๆ หลายรอบ แล้วนิ่งเงียบอยู่ในห้วงความคิดคำนึง เดลิเมลออนไลน์เล่าไว้

แล้วเดลิเมลออนไลน์รายงานในบางประเด็นหลักของจดหมาย คือ

“เป็นที่เข้าใจกันว่าความสัมพันธ์ที่คุณพ่อโทมัสมีอยู่กับเดอะเมล ออน ซันเดย์ จะทำให้คุณพ่อไม่สามารถจะฟื้นความสัมพันธ์กับเมแกน มาร์เคิล ได้”

แปลใจความได้ว่า ถ้าคุณพ่อยังเป็นพันธมิตรกับ บก.เดอะเมล ออนซันเดย์ สำนักสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ต้องหวังเลยว่าคุณลูกสาวจะยอมคืนดีด้วย

ในวันต่อมา ณ 17.45 น. ของวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม คุณแคโรลีน เกรย์แอม บก.เดอะเมล ออนซันเดย์ สำนักสหรัฐอเมริกา โพสต์ข่าวที่เปิดเผยรายละเอียดของจดหมาย ในส่วนที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบว่า

“ด้วยน้ำตานองหน้า ดิฉันบอกคุณพ่อโทมัสให้ตัดมิตรภาพที่มีอยู่กับดิฉัน แล้วมุ่งหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์กับ เมแกน ผู้เป็นลูกสาว”

กระนั้นก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว เมแกน มาร์เคิล ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อการปรองดองกับคุณพ่อโทม้ส มาตรการตัดขาดยังถูกบังคับใช้ต่อไป

ความพยายามที่จะหยิบยกเรื่องขบวนการก่อการร้าย ให้เป็นข้ออ้างแก่ดัชเชสเมแกนในอันที่จะไม่ต้องเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อ กลายเป็นเรื่องตลกร้ายท่ามกลางคอมเมนต์ต่างๆ อาทิ ในปี 2025 มีคนอเมริกันกว่า 750,000 รายที่มีถิ่นฐานที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์และสามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติธรรมดา

ส่วนผลดีจากการที่ ดรามาดัชเชสทรพี สามารถจบซีซันได้ในที่สุด (ด้วยการที่เมแกนยอมเขียนจดหมายไปหาคุณพ่อ พร้อมกับมีคลิปวิดีโอการส่งมอบจดหมายถึงมือคุณโทมัส มาร์เคิล เป็นหลักฐาน ซึ่งน่าจะมีการส่งต่อคลิปไปถึงป๋าดันของครอบครัวเดอะซัสเซกส์) นั้น ได้ปรากฏขึ้นในประมาณช่วงหนึ่งสัปดาห์ถัดมา โดยมีข่าวประชาสัมพันธ์ออกไปอย่างทั่วถึงในวันพุธที่ 17 ธันวาคม ดังนี้

ปรินซ์แฮร์รีกับดัชเชสเมแกนได้ไฟเขียวจากเน็ตฟลิกซ์ไปสร้างภาพยนตร์จอเงิน โดยนำลิขสิทธิ์นวนิยายเบสต์เซลเลอร์ เรื่อง The Wedding Date ไปสร้างภาพยนตร์ป้อนแก่ช่องเน็ตฟลิกซ์ในปี 2026 พร้อมนี้ มีการกำหนดกันแล้วด้วยว่า เมแกน มาร์เคิบองจะได้ผู้ผลิตภาพยนตร์ยอดฝีมืออย่าง เทรซี ไรเออร์สัน ไปร่วมงาน

ในด้านของคุณพี่ทอม มาร์เคิล จูเนียร์ พี่ชายต่างมารดาของเมแกน มาร์เคิล ได้มีการแพลมข่าวโปรเจกต์ภาพยนตร์ชีวิตและการต่อสู้ภายในครอบครัวมาร์เคิล ซึ่ง ทอม มาร์เคิล ประมาณการมูลค่าโปรเจกต์ที่ 10 ล้านดอลลาร์


จึงเป็นที่คาดหวังได้ว่า ดรามาดัชเชสทรพีต้องมีซีซัน 2 อย่างแน่นอน เพียงแต่เน็ตฟลิกซ์เปลี่ยนเป้าหมายจากการได้ภาพยนตร์แฉพระราชตระกูลวินด์เซอร์แห่งสหราชอาณาจักร มาเป็นการได้ภาพยนตร์แฉชีวิตดัชเชสทรพีภายในความสัมพันธ์ร้ายกาจของครอบครัวมาร์เคิล ซึ่งเต็มไปด้วยพลังเร้าใจแบบละครน้ำเน่ารสแซ่บชั้นแนวหน้าทั้งปวง

คอลัมน์ PLANET No.3

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า


(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ ดิเอ็กซ์เพรซ บีบีซี ดิอินดีเพนเดนท์ เดอะสแตนดาร์ด จีบี นิวส์ เดอะซัน พีเพิล)

กำลังโหลดความคิดเห็น