xs
xsm
sm
md
lg

ส่อแววจัดหนักอีกรอบ! ‘เซเลนสกี’ ลั่นสะพานไครเมียคือ ‘เป้าหมายทางทหาร’ อันชอบธรรม เพราะนำมาซึ่ง 'สงคราม-ไม่ใช่สันติภาพ'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนประกาศวานนี้ (21 ก.ค.) ว่า สะพานไครเมีย หรือสะพานเคิร์ชซึ่งเชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียกับแผ่นดินใหญ่รัสเซีย “นำมาซึ่งสงคราม ไม่ใช่สันติภาพ” ดังนั้นจึงอาจถูกกำหนดให้เป็น “เป้าหมายทางทหาร” ได้อย่างชอบธรรม

เหตุระเบิดซึ่งเกิดขึ้นบริเวณสะพานไครเมียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17) ได้คร่าชีวิตพลเรือนไป 2 คน และทำให้ถนนบางส่วนต้องถูกปิดชั่วคราว โดยสะพานแห่งนี้เพิ่งจะกลับมาเปิดใช้งานได้ไม่นาน หลังจากที่โดนก่อวินาศกรรมในลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2022

รัฐบาลยูเครนออกมาแสดงความลิงโลดต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนประกาศอ้างความรับผิดชอบ

ด้านรัสเซียกล่าวโทษว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการโจมตีก่อการร้ายโดยยูเครน

คาบสมุทรไครเมียถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่เคียฟยืนยันชัดเจนว่าจะต่อสู้เพื่อทวงดินแดนส่วนนี้กลับคืนมาให้ได้

เซเลนสกี ได้แถลงผ่านระบบวิดีโอลิงก์ต่อเวทีเสวนาด้านความมั่นคง Aspen Security Forum โดยระบุว่า ถนนและสะพานรถไฟที่รัสเซียสร้างขึ้นและเปิดใช้งานในปี 2018 “ไม่ใช่แค่ถนนเพื่อการคมนาคม” ทั่วๆ ไป

“มันคือเส้นทางที่ใช้ในการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อป้อนสู่สงคราม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน และทำให้คาบสมุทรไครเมียกลายเป็นพื้นที่ทหาร” เซเลนสกี ระบุ

“สำหรับเราแล้ว มันคือโครงสร้างพื้นฐานของศัตรูที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่อิงต่อกฎหมายระหว่างประเทศหรือหลักเกณฑ์อันเป็นที่ยอมรับใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า เหตุใดมันจึงตกเป็นเป้าหมายทางทหารสำหรับเรา นี่คือเป้าหมายอันนำมาซึ่งสงคราม ไม่ใช่สันติภาพ และจำเป็นจะต้องถูกทำให้หมดพิษสง”

ผู้นำยูเครนยืนยันว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่รัสเซียถอนตัวจากข้อตกลงเปิดทางส่งออกธัญพืชยูเครนที่เพิ่งจะหมดอายุลงไป และอันที่จริงรัสเซียพยายามกีดขวางเส้นทางส่งออกธัญพืช “มาตั้งแต่เริ่มต้น”

เซเลนสกี ยอมรับว่า กองทัพยูเครนใช้เวลานานพอสมควรในการเตรียมตัวเพื่อเปิดปฏิบัติการโจมตีโต้กลับรัสเซียเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งระหว่างนั้นกองกำลังรัสเซียได้เตรียมตั้งแนวป้องกันหลายชั้น และฝังกับระเบิดจำนวนมากเอาไว้ในดินแดนของยูเครน

เขาย้ำว่าปฏิบัติการโต้กลับมอสโกคืบหน้าไปอย่างช้าๆ ตามแผนที่ตนเองวางไว้ และเป้าหมายหลักของยูเครนในเวลานี้คือการทยอยทวงคืนหมู่บ้านต่างๆ ในภาคใต้ และทวงดินแดนทางตะวันออกที่ถูกกองทัพรัสเซียบุกยึดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

“ยูเครนไม่ได้ก้าวถอยหลัง แต่เรากำลังเดินหน้าปลดปล่อยดินแดนของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” เขากล่าว

ที่มา : รอยเตอร์
กำลังโหลดความคิดเห็น