xs
xsm
sm
md
lg

‘รัฐสภา-รบ.ไบเดน’ เจองานหินหาทาง ‘แบนติ๊กต็อก’ ผู้ใช้วัยทีนหลักร้อยล้าน-อินฟลูเอนเซอร์โวยไม่พอใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กลุ่มผู้สนับสนุนติ๊กต็อกชูแผ่นป้ายระหว่างการชุมนุมเพื่อแสดงการปกป้องแอปตัวนี้ ณ อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ (แคปิตอลฮิลล์) ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธ (22 มี.ค.) หนึ่งวันก่อนที่รัฐสภาจะจัดการไต่สวนในวันพฤหัสฯ (23) ซึ่ง โชว ซื่อ ชิว ซีอีโอของติ๊กต็อกไปร่วมให้ปากคำ
ฟากหนึ่งคือสมาชิกรัฐสภานับสิบในแคปิตอลฮิลล์ที่เตือนเสียงเข้มเกี่ยวกับการละเมิดความปลอดภัยและความเป็นไปได้ที่จีนอาจสอดแนม ขณะที่อีกฟากคือผู้ใช้ติ๊กต็อกส่วนหนึ่งจากทั้งหมดราว 150 ล้านคนในอเมริกา ที่ต้องการเพียงแค่ยังโพสต์และดูวิดีโอบนแพลตฟอร์มนี้ได้เหมือนเดิม มุมมองที่แตกต่างนี้สะท้อนงานหนักที่คองเกรสต้องเผชิญในการพยายามโน้มน้าวให้สังคมเชื่อว่า จีนอาจใช้ติ๊กต็อกเป็นอาวุธบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

โชว ซื่อ ชิว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ติ๊กต็อก ยืนยันระหว่างการให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐฯ นานเกือบ 6 ชั่วโมง เมื่อวันพฤหัสฯ (23 มี.ค.) ว่า บริษัทไม่เคยส่งมอบข้อมูลผู้ใช้ให้รัฐบาลจีน และจะไม่ทำแบบนั้นแม้ได้รับการร้องขอก็ตาม

กระนั้น บรรดาสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ ยังคงตีฆ้องร้องป่าวว่า กฎหมายจีนบังคับให้บริษัทจีนอย่างเช่นไบต์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก ส่งมอบข้อมูลให้รัฐบาลเพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ก็ตามที่ถือว่า เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่า ปักกิ่งอาจพยายามผลักดันกระแสการโปรจีนและข้อมูลผิดๆ ผ่านติ๊กต็อก

แดน เครนชอว์ ส.ส.จากพรรครีพับลิกัน บอกว่า แม้วัยรุ่นทั้งหมดและอินฟลูเอนเซอร์ในติ๊กต็อกคิดว่า พวกนักการเมืองในสภาแก่เกินไปแล้ว ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ตัวเองพูดถึงคืออะไร และพยายามทำลายแอปโปรดของพวกเขา รวมทั้งตอนนี้พวกเขาอาจไม่สนใจว่า ข้อมูลของตัวเองถูกเข้าถึง อย่างไรก็ดีวันหนึ่งพวกเขาจะต้องสนใจเรื่องนี้

ภายหลังการให้ปากคำคราวนี้ ผู้ใช้ติ๊กต็อกจำนวนมากแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการโพสต์วิดีโอวิพากษ์วิจารณ์พวกสมาชิกรัฐสภาที่ไล่บี้ชิว และบ่อยครั้งที่ตัดบทไม่ให้ซีอีโอติ๊กต็อกได้อธิบาย ผู้ใช้เหล่านี้บางคนบอกว่า การแบนติ๊กต็อกแบบที่สมาชิกสภาบางคนและคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนขู่ จะถือเป็น “การคดโกงฉ้อฉลครั้งใหญ่ที่สุด” ในรอบปี และบางคนโทษว่า การที่แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมนี้ถูกตรวจสอบเป็นเพราะคู่แข่งอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก

อย่างไรก็ดี มีผู้ใช้ติ๊กต็อกน้อยมากที่กลัวเรื่องการสอดแนมของทางการจีนหรือการละเมิดความปลอดภัยที่สมาชิกรัฐสภายังคงป่าวประกาศขณะที่พยายามเข้าควบคุมติ๊กต็อก

โร แคนนา ส.ส.เดโมแครต จากแคลิฟอร์เนีย บอกว่า เขาตระหนักถึงคุณค่าที่ติ๊กต็อกมอบให้วัยรุ่นและหนุ่มสาวในรูปช่องทางการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และการสร้างชุมชน แต่เขาอ้างว่ามองไม่เห็นเหตุผลที่บริษัทเทคโนโลยีอเมริกันจะทำแบบนั้นไม่ได้ “เพราะอเมริกามีบริษัทเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์นวัตกรรมมากที่สุดในโลก”

เขาสำทับว่า คองเกรสควรผลักดันข้อเสนอที่บังคับให้ติ๊กต็อกขายกิจการให้บริษัทอเมริกันเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ใช้นับล้านได้ต่อไปพร้อมกับมั่นใจได้ว่า แพลตฟอร์มนี้จะไม่อยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อของจีนหรือความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ตกอยู่ในอันตราย

ทั้งนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นของพิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ 2 ใน 3 ของคนอเมริกันอายุ 13-17 ปีใช้ติ๊กต็อก และวัยรุ่น 16% ใช้แพลตฟอร์มนี้เกือบเป็นประจำ

ลินด์ซีย์ กอร์แมน อดีตที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของคณะบริหารของไบเดน ที่ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอาวุโสด้านเทคโนโลยีอุบัติใหม่ของกองทุนเยอรมัน มาร์แชล ชี้ว่า ฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ของติ๊กต็อกคือเหตุผลที่ทำให้คณะบริหารของไบเดนจะพยายามใช้ตัวเลือกทั้งหมดก่อนการสั่งแบนเป็นทางออกสุดท้าย ซึ่งในบรรดาตัวเลือกที่มีอยู่รวมถึงการบังคับให้ไบต์แดนซ์ขายติ๊กต็อกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบน

ทางด้านติ๊กต็อกพยายามใช้ประโยชน์จากความนิยมที่มีต่อแพลตฟอร์ม โดยเมื่อวันพุธ (22) บริษัทได้ส่งอินฟลูเอนเซอร์หลายสิบคนไปยังคองเกรสเพื่อล็อบบี้ไม่ให้แบนติ๊กต็อก นอกจากนั้น ยังเผยแพร่โฆษณาทั่ววอชิงตันซึ่งมีข้อความให้สัญญาว่า จะปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และสร้างแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน

ดาวติ๊กต็อกบางคนทั้งกังวลและไม่พอใจที่รัฐบาลสหรัฐฯ ขู่แบนติ๊กต็อก เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัว เพราะหลายคนสร้างรายได้จากวิดีโอบนติ๊กต็อก และเซ็นสัญญาทำตลาดให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ บนติ๊กต็อก ดังนั้น หากไม่มีแพลตฟอร์มนี้ย่อมหมายถึงการขาดช่องทางสร้างรายได้ และการสูญเสียต้นทุนทางโซเชียลในรูปของผู้ติดตามจำนวนมากบนแอปนี้

เดเมตริอุส ฟิลด์ นักแสดงตลกที่มีผู้ติดตามบนติ๊กต็อกถึง 2.8 ล้านคนจากการโพสต์เรื่องตลกสั้นแบบจบในตอน บอกว่า เขาใช้เวลานานในการสร้างอาชีพนี้และฐานผู้ติดตาม และตอนนี้ได้สัญญากับห้างแฟชั่น โนวาในการโพสต์วิดีโอบนติ๊กต็อก

เขาบอกว่า ถ้าติ๊กต็อกถูกแบน การสร้างฐานผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มใหม่จะท้าทายมากเพราะต้องแข่งขันกับคนอื่นๆ เพื่อแย่งชิงความสนใจจากผู้ใช้ และคงมีปัญหาเรื่องการเงินจนเขาอาจต้องกลับไปทำงานออฟฟิศ

แต่สำหรับซาราห์ พิกิต นักศึกษาวัย 18 ปี จากมหาวิทยาลัยรัฐเพนน์ บอกว่า ใช้ติ๊กต็อกบ่อยแต่ลดลงแล้วหลังจากตระหนักว่า หมดเวลาไปกับการไถหน้าจอดูวิดีโอไปมากแค่ไหน เธอยังบอกว่า ตอนนี้ส่วนใหญ่ใช้ติ๊กต็อกโพสต์เนื้อหาของตัวเองที่จริงๆ แล้วสามารถโพสต์บนแพลตฟอร์มอื่นได้ และทิ้งท้ายว่า ไม่รู้สึกอะไรถ้าติ๊กต็อกถูกแบน แต่เพื่อนๆ ของเธอคงไม่คิดแบบนั้น

(ที่มา : เอพี)


กำลังโหลดความคิดเห็น