ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมากกว่า 700,000 ราย ทะลุหลักหมายอันน่าเศร้ารอบใหม่เมื่อวันศุกร์ (2 ต.ค.) หรือเกือบ 6 เดือนหลังจากสามารถเข้าถึงวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างกว้างขวาง
ค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 2,000 คนต่อวันในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน คิดเป็นราวๆ 60% ของช่วงพีกสุดในเดือนมกราคม
ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ 117,625 ราย ลดลงมาจากจุดพีกสุดในช่วงกลางเดือนกันยายน แต่ยังคงห่างไกลจากเป้าหมาย 10,000 รายต่อวัน ที่ทางนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ทำเนียบขาวระบุว่า มีความจำเป็นสำหรับจบโรคระบาดใหญ่
ในขณะที่ตัวกลายพันธุ์เดลตากำลังเริ่มชะลอตัวลง แต่การออกอาละวาดของสายพันธุ์นี้ผ่านอเมริกันชนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ได้ผลักยอดผู้เสียชีวิตสะสมของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 600,000 เป็น 700,000 คน ในช่วงเวลาเพียง 108 วัน หรือประมาณ 3 เดือนครึ่งเท่านั้น
ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้สหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่าชาติไหนๆ ในโลก โดยมีบราซิล รั้งอันดับ 2 ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 597,000 ราย และอินเดียอยู่อันดับ 3 รายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 448,000 ราย
หลักหมายอันน่าเศร้านี้มีขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่แนะนำฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อปกป้องพลเมืองกลุ่มเสี่ยง
จนถึงตอนนี้มีประชากรสหรัฐฯ เพียง 56% ฉีดวัคซีนครบแล้ว อัตราที่ล้าหลังประเทศอื่นๆ ที่เข้าถึงวัคซีนล่าช้ากว่าอเมริกาหลายเดือน ทั้งนี้ วัคซีนมีประสิทธิภาพระดับสูงในการป้องกันการติดเชื้ออาการหนักถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิต
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ร้องขอชาวอเมริกันชนผู้ลังเลอีกครั้งในวันเสาร์ (2 ต.ค.) ให้ถลกแขนเสื้อเข้าฉีดวัคซีน ระหว่างพูดถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "หลักหมายอันแสนเจ็บปวด" ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทะลุ 700,000 คน
"เราต้องไม่ชินชากับความรู้สึกเศร้าโศก" ไบเดนระบุในถ้อยแถลง "เราระลึกถึงทุกคนที่เราสูญเสียไปในโรคระบาดใหญ่นี้ และสวดมนต์ภาวนาแดบุคคลอันเป็นที่รักที่พวกเขาถึงไว้เบื้องหลัง คนที่กำลังสูญเสียจิตวิญญาณบางส่วนไป"
อย่างไรก็ตาม ไบเดน เน้นย้ำว่า "เรามีความคืบหน้าอย่างมากในการต่อสู้กับโควิด-19 ในช่วง 8 เดือนหลังสุด สืบเนื่องจากวัคซีน ตัวเลขผู้เสียชีวิตอันน่าประหลาดใจคืออีกหนึ่งเครื่องเตือนความทรงจำว่าวัคซีนมีความสำคัญมากแค่ไหน ถ้าคุณยังไม่ฉีด กรุณาเข้ารับวัคซีน มันสามารถปกป้องชีวิตของคุณและชีวิตของคนที่คุณรัก"
(ที่มา : ซีเอ็นเอ็น/นิวยอร์กโพสต์)