xs
xsm
sm
md
lg

เพนตากอนเมินทรัมป์ ย้ำจะทำตามกฏหมาย ปฏิเสธข่าวยอมขนทหารออกจากอิรัก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์ – กลยุทธ์การทหารของอเมริกาในอิรักอลเวง หลังเพนตากอนอ้างว่า จดหมายของผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่แจ้งต่อรัฐบาลอิรักว่า อเมริกากำลังถอนทหารออกนั้นเป็นความผิดพลาด ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเลี่ยงที่จะขัดขืนเจตนารมณ์ทรัมป์ตรงๆ เรื่องเตรียมถล่มสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของอิหร่าน โดยระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายสงคราม ซึ่งนั่นหมายความว่าจะไม่โจมตี ขณะเดียวกันคณะบริหารเตรียมบรรยายสรุปข่าวกรองที่นำไปสู่การตัดสินใจปลิดชีพนายพลโซไลมานีของอิหร่านต่อวุฒิสภาในวันพุธ (8 ธ.ค.)

จดหมายที่กระทรวงกลาโหมอเมริกาพาดพิงถึงคือ จดหมายของนายพลจัตวา วิลเลียม ซีลีย์ แห่งหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการของกองกำลังพันธมิตร ลงวันที่ 5 ม.ค. ที่แจ้งต่อกองบัญชาการร่วมของกระทรวงกลาโหมอิรักว่า กองกำลังสหรัฐฯ เคารพการตัดสินใจของอิรักและกำลังเตรียมถอนกำลังออก โดยในระยะนี้จะส่งเฮลิคอปเตอร์บินเข้าออกจากและรอบๆ กรีนโซนของแบกแดด ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานทูตอเมริกันเพื่ออพยพเจ้าหน้าที่

สำนักข่าวหลายแห่งรายงานตรงกันว่า ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินเหนือแบกแดดในช่วงคืนวันจันทร์ (6 ธ.ค.) แต่ไม่ชัดเจนว่า เกี่ยวข้องกับเนื้อความในจดหมายดังกล่าวหรือไม่ แม้จดหมายฉบับนั้นได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในกองทัพอิรัก ทว่าในวันจันทร์ พลเอกมาร์ก มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของเพนตากอน ยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นเพียง “ฉบับร่าง” เพื่อย้ำว่า กองกำลังอเมริกันอาจมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น และส่งถึงรัฐบาลอิรักด้วยความผิดพลาด อีกทั้งไม่มีการลงชื่อในจดหมายแต่อย่างใด

มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สำทับว่า จดหมายฉบับนั้นไม่สอดคล้องกับจุดยืนของวอชิงตัน พร้อมปฏิเสธว่ายังไม่มีการตัดสินใจถอนทหารออกจากอิรัก และอเมริกายังมุ่งมั่นต่อสู้กับไอเอสในอิรักเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาติพันธมิตรต่อไป

ทั้งนี้ ปฏิบัติการลอบสังหารพลเอก กาเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ของอิหร่าน รวมถึงผู้บัญชาการทหารหลายคนของอิรักเมื่อวันศุกร์ (3 ธ.ค.) สร้างความโกรธแค้นทั้งต่ออิหร่านและอิรัก โดยเตหะรานประกาศก้องว่า ต้องการแก้แค้นอเมริกา ขณะที่รัฐสภาอิรักลงมติเมื่อวันอาทิตย์เร่งเร้าให้รัฐบาลขับไล่กองกำลังนานาชาติพ้นจากประเทศ

ปัจจุบันมีทหารอเมริกันราว 5,200 นายประจำอยู่ในอิรัก โดยเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังพันธมิตรที่รัฐบาลอิรักเชื้อเชิญให้ไปช่วยต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ตั้งแต่ปี 2014

ทางด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่พอใจอย่างยิ่งและขู่แซงก์ชันอิรักหนักกว่าที่เคยลงโทษอิหร่าน ถ้าคิดไล่กองกำลังอเมริกันออกจากประเทศ ทั้งยังย้ำว่าถ้าอิหร่านตอบโต้ จะโจมตีเป้าหมาย 52 จุด ซึ่งรวมถึงสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม และเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ยังทวิตว่า อิหร่านจะไม่มีทางมีอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น เมื่อถูกผู้สื่อข่าวซักว่าจะโจมตีเป้าหมายทางวัฒนธรรมของอิหร่านตามที่ทรัมป์ประกาศหรือไม่ มาร์ก เอสเปอร์ ก็ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ละเมิดกฎหมายการขัดกันด้วยอาวุธ ทั้งนี้ การโจมตีเป้าหมายทางวัฒนธรรมจะถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เริ่มกลับสู่สภาหลังจากปิดประชุมช่วงปลายปี โดยหนึ่งในวาระเร่งด่วนรวมถึงการพิจารณาญัตติของพรรคเดโมแครตที่ต้องการขัดขวางไม่ให้ทรัมป์เปิดสงครามกับอิหร่านตามอำเภอใจ

แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต เปิดเผยเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า สภาล่างจะเสนอให้โหวตญัตติเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารอเมริกันต่อสู้นอกประเทศที่จะบังคับให้ทรัมป์ยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านภายใน 30 วันในสัปดาห์นี้

เปโลซียังวิจารณ์ว่า การลอบสังหารโซไลมานีด้วยขีปนาวุธเป็นการยั่วยุและไม่เหมาะสม รวมทั้งทำให้ทหาร นักการทูต พลเมือง และผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เสี่ยงที่จะเป็นเป้าหมายโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน

วุฒิสมาชิกทิม เคน และดิ๊ก เดอร์บินจากพรรคเดโมแครต เสนอญัตติคล้ายกันในวุฒิสภาเมื่อวันศุกร์ กระนั้น การที่พรรครีพับลิกันของทรัมป์ครองเสียงข้างมากในสภาสูง ทำให้ญัตติดังกล่าวไม่มีแนวโน้มผ่านความเห็นชอบเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย

คองเกรสส์ซึ่งมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการประกาศสงคราม ไม่พอใจที่ทรัมป์ไม่แจ้งล่วงหน้าเรื่องการโจมตีโซไลมานีในแบกแดด อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อสภาในภายหลัง ก่อนถึงเส้นตาย 48 ชั่วโมงตามกฎหมายการใช้กำลังทหารอเมริกันต่อสู้นอกประเทศ

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า เอสเปอร์, ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, จีนา แฮสเปล ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) และมิลลีย์ จะร่วมกันบรรยายสรุปต่อวุฒิสภาเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองที่นำไปสู่การตัดสินใจปลิดชีพโซไลมานีในวันพุธ อีกทั้งยังคาดว่าเจ้าหน้าที่คณะบริหารจะบรรยายสรุปเรื่องนี้ต่อสภาล่างเช่นกัน ทว่ายังไม่ได้กำหนดเวลา

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ มิลลีย์ยืนยันว่า ข่าวกรองดังกล่าวชี้ว่า โซไลมานีวางแผนโจมตีกองกำลังอเมริกันในตะวันออกกลางในเร็วๆ นี้ ซึ่งทำให้คณะบริหารต้องลงมือจัดการอย่างเร่งด่วนโดยการปลิดชีพผู้บัญชาการทหารคนสำคัญของอิหร่านผู้นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น