xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ฮ่องกงเผยกลุ่มฮาร์ดคอร์ยังป่วนเมือง 'ผู้ค้าปลีก'โอดกว่า1ใน10คงต้องปิดกิจการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงรวมตัวกันในย่านธุรกิจเมื่อวันอาทิตย์(8ธ.ค.) ขณะที่ตำรวจฮ่องกงแถลงว่า การชุมนุมเดินขบวนครั้งใหญ่ในวันดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบ แต่ก็มีผู้ก่อจลาจลส่วนน้อยทำลายทรัพย์สร้างความเสียหายให้แก่สถานที่ราชการและทรัพย์สินของเอกชนหลายราย
รอยเตอร์ - ตำรวจฮ่องกงเผยแม้การเดินขบวนเมื่อวันอาทิตย์ (8 ธ.ค.) ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ยังมีพวกฮาร์ดคอร์จุดไฟเผาหน้าศาล โยนระเบิดขวดน้ำมันติดไฟ พ่นสีตามสถานที่ราชการ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ผู้นำหอการค้าอเมริกันประจำฮ่องกงถูกห้ามเข้ามาเก๊าช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางเสียงลือว่า เป็นการตอบโต้ของจีนต่อกฎหมายหนุนม็อบประท้วงของสหรัฐฯ ทางด้านสมาคมผู้ค้าปลีกโอด กิจการขายปลีกมากกว่า 1 ใน 10 ของฮ่องกงจะต้องปิดกิจการภายใน 6 เดือนข้างหน้า หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ในวันอาทิตย์ (8) ที่ผ่านมา ฝูงชนแต่งกายชุดดำออกมาชุมนุมกันเนืองแน่นบนถนนหลายสายทั่วเกาะฮ่องกง ถือเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยได้ชัยชนะท่วมท้น

ต่อมาในวันจันทร์ (7) ซึ่งเป็นวันครบรอบ 6 เดือนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย และผู้ประท้วงพยายามชักชวนกันให้หยุดงาน กระนั้น ระบบรถไฟใต้ดินและระบบขนส่งอื่นๆ ยังคงให้บริการได้ตามปกติในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า

วันเดียวกันนั้น สำนักงานตำรวจฮ่องกงแถลงว่า แม้การเดินขบวนในวันอาทิตย์เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงข้ามกับการชุมนุมใหญ่หลายครั้งในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาที่มีการปะทะกับตำรวจรุนแรง ทว่า ยังปรากฏการก่อความรุนแรงสร้างเสียหายในบางจุด เช่น ผู้ก่อจลาจลบางคนพ่นสีบนกำแพงด้านนอกของอาคารศาลสูง โยนระเบิดขวดน้ำมันติดไฟ และจุดไฟบริเวณหน้าศาลสูงและศาลอุทธรณ์ อันเป็นพฤติการณ์ทำลายอาคารสถานที่ราชการ และท้าทายหลักนิติธรรม นอกจากนั้นยังมีร้านค้าและธนาคารหลายแห่งในย่านคอสเวย์เบย์และย่านหวั่นไจ๋ถูกโจมตี

ฝ่ายผู้ประท้วงเองคาดว่า มีคนออกไปร่วมชุมนุมในวันอาทิตย์ 800,000 คน ขณะที่ตำรวจระบุตัวเลขเพียง 183,000 คน

เวลาเดียวกัน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ของทางการจีน เรียกร้องให้รัฐบาลฮ่องกงยึดถือหลักนิติธรรม และว่า ชาวฮ่องกงจำนวนมากเหนื่อยหน่ายกับความรุนแรงและสภาวะการติดขัดที่ดำเนินมานานหลายเดือน

ทางด้านผู้บัญชาการตำรวจคนใหม่ของฮ่องกงประกาศว่า จะใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งจัดการการประท้วง กล่าวคือจะดำเนินการอย่างแข็งกร้าวกับการก่อความรุนแรง แต่จะใช้มาตรการยืดหยุ่นสำหรับปัญหาอื่นๆ

 คนงานทำความสะอาดกำแพงด้านนอกอาคารแห่งหนึ่งในฮ่องกงที่ถูกพวกผู้ประท้วงเขียนข้อความเปรอะเปื้อน เมื่อวันจันทร์ (9 ธ.ค.) ทั้งนี้ตำรวจฮ่องกงแถลงว่า การชุมนุมเดินขบวนครั้งใหญ่ในวันอาทิตย์ (8) ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบ แต่ก็มีผู้ก่อจลาจลส่วนน้อยทำลายทรัพย์สร้างความเสียหายให้แก่สถานที่ราชการและทรัพย์สินของเอกชนหลายราย
นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า โรเบิร์ต กรีฟส์ และทารา โจเซฟ ประธานกรรมการและประธานสภาหอการค้าอเมริกันในฮ่องกงตามลำดับ ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาเก๊าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อร่วมงานสังสรรค์ประจำปีโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ โดยทั้งคู่ได้รับแจ้งให้ลงชื่อในเอกสารที่ระบุว่า ตกลงที่จะไม่เดินทางเข้ามาเก๊าโดยสมัครใจ

หว่อง เซีย ชัก ผู้รับผิดชอบกิจการความมั่นคงของมาเก๊า กล่าวว่า เหตุผลเดียวของเรื่องนี้คือความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย แต่ก็บอกว่า มีการคาดเดากันว่า นี่เป็นการตอบโต้ของปักกิ่งต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของอเมริกา ลงนามเพื่อบังคับใช้กฎหมายสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกงเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ในอีกด้านหนึ่ง สมาคมริหารจัดการการค้าปลีกฮ่องกง (HKRMA) แถลงวันจันทร์ (9) ว่า ผู้ค้าปลีกกว่า 1 ใน 10 ในฮ่องกงอาจต้องปิดกิจการใน 6 เดือนข้างหน้า หากความไม่สงบในสังคมและการประท้วงซึ่งบางครั้งเป็นไปอย่างรุนแรง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมา ซึ่งเป็นการคุกคามความอยู่รอดของผู้ประกอบการรายเล็กๆ

สมาคมที่เป็นตัวแทนหลักของผู้ค้าปลีกในฮ่องกงรายนี้ กล่าวว่าผลการสำรวจที่ออกมาเช่นนี้ ย่อมหมายถึงว่า สมาชิกของสมาคมจำนวน 64,000 ราย จะมีราว 7,000 รายอาจค้องปิดกิจการใน 6 เดือนจากนี้ไป

ผลการสำรวจครั้งนี้เป็นการไฮไลต์ทิศทางอนาคตอันน่าหดหู่ของพวกผู้ค้าปลีก ภายหลังการประท้วงต่อต้านปักกิ่งที่ดำเนินมา 6 เดือน โดยที่ปกติแล้วฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการช็อปปิ้งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

แต่ยอดขายปลีกในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ลดต่ำลงถึง 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ถือเป็นการลดต่ำอย่างแรงที่สุดเท่าที่เคยเก็บสถิติกันไว้ ขณะที่นักท่องเที่ยวซึ่งเข้ามาฮ่องกงในเดือนเดียวกันนี้ก็น้อยลงถึง 43.7%

“เรากำลังพูดกันถึงเรื่องความอยู่รอดของผู้ขายปลีก” แอนนี เจ๋อ เหยา ออนยี นายกสมาคม HKRMA กล่าว “มันกำลังจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก”

สมาคมบอกว่า ราว 97% ของผู้ที่ตอบคำถามการสำรวจระบุว่าประสบการขาดทุนนับตั้งแต่ความไม่สงบเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน ในจำนวนนี้มี 30% กล่าวว่าจะถูกบังคับให้ต้องปลดพนักงานในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉลี่ยแล้วจะสูญเสียพนักงานไปราว 10% หรือหากคิดเป็นจำนวนคนก็จะมากกว่า 5,600 คน
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...