เอเจนซีส์ - เกาหลีใต้ยืนยันเป็นทางการในวันนี้ (17 ส.ค.) นักการทูตหมายเลข 2 ของสถานเอกอัครราชทูตโสมแดงประจำลอนดอน “แปรพักตร์” มาอยู่กับโสมขาว และเดินทางถึงกรุงโซลแล้ว การเอาใจออกหากของเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งนานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งเช่นนี้ ถือเป็นความอัปยศอดสูครั้งใหญ่ของเปียงยาง ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่งทางการโซลยืนยันด้วยว่าเสร็จสิ้นการสอบสวนและปล่อยตัวพนักงานร้านอาหารเกาหลีเหนือในจีนที่แปรพักตร์ 13 คน เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแดนโสมขาวแล้ว
กระทรวงเพื่อการรวมชาติของเกาหลีใต้แถลงว่า แต ยองโฮ ซึ่งเป็นบุคคลหมายเลข 2 ในสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำอังกฤษ ได้แปรพักตร์พร้อมด้วยครอบครัว และพวกเขาเดินทางมาถึงกรุงโซลเรียบร้อยแล้ว
“พวกเขาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐบาล(เกาหลีใต้) และกำลังจะเข้าสู่กระบวนวิธีที่จำเป็นกับสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง” เจือง จุนฮี โฆษกของกระทรวงเพื่อการรวมชาติโสมขาวแถลงต่อผู้สื่อข่าว
เจืองไม่ยอมเปิดเผยเส้นทางการหลบหนีของแต โดยบอกว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการทูตเนื่องจากพัวพันพาดพิงไปถึงประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
“สำหรับเหตุผลที่เขาแปรพักตร์นั้น อัครราชทูตแตให้เหตุผลว่าขยะแขยงต่อระบอบปกครองคิม จองอึน (ผู้นำเกาหลีเหนือ) และมีความนิยมยกย่องระบบที่เป็นประชาธิปไตยและเสรีของเกาหลีใต้ ตลอดจนเพื่ออนาคตของครอบครัวของเขา” เจืองบอก
การแปรพักตร์หลบหนีของนักการทูตระดับสูงเกาหลีเหนือเฉกเช่นแต เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยมาก โดยกรณีเช่นนี้ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ได้แก่ เอกอัครราชทูตโสมแดงประจำอียิปต์ ซึ่งแปรพักตร์ไปอยู่กับสหรัฐฯในปี 1997
สำหรับเรื่องของ แต หนังสือพิมพ์จุงอัง อิลโบของเกาหลีใต้ ได้รายงานเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันอังคาร (16) โดยระบุว่า เขาเป็นนักการทูตซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมภาพลักษณ์ของเกาหลีเหนือในสายตาชาวอังกฤษ ตลอดจนถึงสอดส่องชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ที่มักไปตั้งรกรากอยู่ในย่านนิวมัลเดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของลอนดอน
รายงานระบุว่า แตและครอบครัวอาศัยอยู่ในอังกฤษมานาน 10 ปี แต่คนทั้งหมดหายตัวไปจากบ้านพักทางตะวันตกของลอนดอนตั้งแต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน โดยสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือพยายามตามหาแต่ไม่พบ
เมื่อวันอังคาร (16) ทั้งกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษและสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือต่างงดแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ขณะที่จุงอัง อิลโบรายงานว่า แตและครอบครัวอยู่ระหว่างกระบวนการขอลี้ภัยในประเทศที่สาม ซึ่งอาจหมายความถึงประเทศอื่นที่ไม่ใช่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วพวกเขาก็แปรพักตร์มาอยู่กับโสมขาว
จอห์น นิลสัน-ไรต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการเอเชียของแชตแธม เฮาส์ ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมองในลอนดอน ชี้ว่า หากข่าวนี้ได้รับการยืนยัน จะถือเป็นเรื่องอัปยศอดสูอย่างมากสำหรับเปียงยาง และสำทับว่า เกาหลีเหนือให้ความสำคัญทางการทูตกับอังกฤษอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากจำนวนเจ้าหน้าที่และทรัพยากรที่จัดสรรให้สถานเอกอัครราชทูตในลอนดอน และในทางกลับกัน อังกฤษและพันธมิตรจะได้ประโยชน์อย่างมากในด้านข่าวกรองจากการแปรพักตร์นี้
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงการรวมชาติเกาหลีใต้ยังได้แถลงในวันอังคาร (16) ว่า หน่วยงานข่าวกรองโสมขาวได้เสร็จสิ้นการสอบสวนและปล่อยตัวพนักงานร้านอาหารเกาหลีเหนือ 13 คนที่แปรพักตร์ “เข้าสู่สังคม” ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
พนักงานเหล่านี้ทั้งหมดที่ประกอบด้วยพนักงานเสิร์ฟหญิง 12 คน และผู้จัดการที่เป็นผู้ชาย 1 คน ทำงานอยู่ในร้านอาหารของรัฐบาลเกาหลีเหนือในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และเดินทางออกจากจีนเมื่อวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากทางการแดนมังกรด้วย ทั้งนี้ผู้แปรพักตร์เหล่านี้ต่างมีเอกสารเดินทางอย่างถูกต้อง ต่างจากผู้แปรพักตร์อื่นๆ อีกจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี ขณะที่โซลระบุว่า คนเหล่านั้นหลบหนีโดยสมัครใจ ทว่า เปียงยางกลับแย้งเรื่อยมาว่า คนของตัวเองถูกหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (เอ็นไอเอส) ของเกาหลีใต้ลักพาตัว และเรียกร้องให้ส่งตัวกลับทันที
สำหรับผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือทั้งหมดนั้น ชีวิตใหม่ในเกาหลีใต้จะเริ่มต้นด้วยการถูกสอบสวนอย่างเข้มข้นจากเอ็นไอเอสซึ่งอาจกินเวลานานหลายเดือน เพื่อตรวจสอบว่า เป็นสายลับเปียงยางแฝงตัวมาหรือไม่ ขั้นตอนต่อไปคือการส่งไปอบรมในศูนย์เพื่อการตั้งรกรากนาน 3 เดือน จากนั้นจึงได้รับอนุญาตให้เข้าสู่สังคมปกติของเกาหลีใต้
แต่สำหรับกรณีนี้ที่ถือเป็นการแปรพักตร์กลุ่มใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาและมีความอ่อนไหวกว่าปกติ เอ็นไอเอสจึงประกาศในเดือนมิถุนายนว่า ผู้แปรพักตร์ทั้ง 13 คนจะถูกส่งเข้าสู่การควบคุมอารักขาแทนที่จะเป็นศูนย์เพื่อการตั้งรกราก
ล่าสุด กระทรวงเพื่อการรวมชาติเกาหลีใต้แถลงเพียงว่า ปล่อยตัวคนทั้งหมดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่ให้รายละเอียดอื่นๆ เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย
ทั้งนี้ มีชาวเกาหลีเหนือหนีความยากแค้นและการกดขี่ไปตั้งรกรากในเกาหลีใต้แล้วเกือบ 3,000 คน แต่การแปรพักตร์พร้อมกันเป็นกลุ่มเกิดขึ้นน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่พนักงานที่ทำงานให้ร้านอาหารเกาหลีเหนือในต่างแดน ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาจากครอบครัวที่ “จงรักภักดี” ต่อเปียงยาง
โซลประเมินว่า แต่ละปีเกาหลีเหนือทำเงินจากร้านอาหารในต่างแดนที่มีอยู่ประมาณ 130 แห่งใน 12 ประเทศ ราว 10 ล้านดอลลาร์