xs
xsm
sm
md
lg

ลิเบียยันไม่ได้ปิดน่านฟ้าแม้ฝรั่งเศสขู่ยกพลโจมตีเร็วๆ นี้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ชาวลิเบียไชโยโห่ร้องยินดีกับมติของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น
เอเอฟพี - ลิเบีย ยืนยันไม่ได้ปิดน่านฟ้า ขณะที่คาดว่า อังกฤษ และฝรั่งเศส จะส่งเครื่องบินรบโจมตีกองกำลังผู้ภักดีต่อ มูอัมมาร์ กัดดาฟี โดยรัฐบาลชาติยุโรปตัดสินใจแบนเที่ยวบินพลเรือนไปยังประเทศดังกล่าวทั้งหมดแล้ว หลังคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็น เปิดทางให้สามารถปฏิบัติการโจมตีลิเบียทางอากาศได้

โฆษกหญิงของสำนักงานการจราจรทางอากาศ ยูโรคอนโทรล เผยว่า ทางการลิเบีย แจ้งว่าน่านฟ้าของประเทศยังเปิดอยู่ หลังจากก่อนหน้านี้ สำนักงานดังกล่าวรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ของมอลตา ที่ว่า รัฐบาลตริโปลีไม่อนุญาตให้มีการสัญจรไปมาทางอากาศ จนกว่าจะมีการประกาศแจ้งเพิ่มเติม

นอกจากนี้ สมาชิกทั้ง 39 ประเทศของยูโรคอนโทรล ซึ่งรวมถึงสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ และ รัสเซีย ได้ขอให้ทางสำนักงานห้ามการบินทุกเที่ยวเหนือน่านฟ้า และมุ่งหน้าสู่ลิเบีย โฆษกหญิงระบุ

ทั้งนี้ คาดว่า สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส อาจจะส่งเครื่องบินรบไปโจมตีกองกำลังผู้สวามิภักดิ์ต่อกัดดาฟี หลังจากได้รับการอนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นในวันพฤหัสบดี (17) ที่ผ่านมา

การประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นในวันพฤหัสบดีนั้น มีมติ 10-0 อนุญาตให้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อกำหนดเขตห้ามบิน ปกป้องพื้นที่ของพลเมือง และบีบให้กองทัพของกัดดาฟีหยุดยิง

ขณะที่ 5 ชาติสมาชิกคณะมนตรีจากทั้งหมด 15 ประเทศ อันได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย บราซิล และ เยอรมนี งดออกเสียงโหวตในครั้งนี้ โดย จีน และ รัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรนั้นก็ไม่ได้ใช้สิทธิในการวีโตด้วย

ส่วน ซาอิฟ อัล-อิสลาม ลูกชายของกัดดาฟี ประกาศกร้าวว่า ครอบครัวของเขาไม่เกรงกลัวการโจมตีใด โดยกระทรวงต่างประเทศ ยืนยันว่า ตริโปลีพร้อมที่จะหยุดยิงแต่ต้องการหารือเกี่ยวกับข้อตกลงต่างๆ ก่อน

ก่อนหน้านี้ ฟรองซัวส์ บารวง โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส แถลงว่า ปฏิบัติทางทหารเพื่อปกป้องพลเรือนจากกองกำลังของกัดดาฟีนั้น จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเมื่อไร อย่างไร และมีเป้าหมายเป็นที่ใด

ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) เตือนว่า จำเป็นต้องมีการอพยพประชาชนร่วม 2,500 คนออกจากลิเบีย ผ่านทางชายแดนตูนิเซีย และอียิปต์ ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งถือเป็นการอพยพเพื่อมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
กำลังโหลดความคิดเห็น