นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ออกประกาศระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเปิดทำการศาล และพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันหยุดราชการ พ.ศ. 2562โดยที่มาตรา 29 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้
นอกจากนี้ คำขอประกันผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณา ประกอบกับมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ. ศ.2553 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 กำหนดให้นำตัวผู้ถูกจับ หรือผู้ต้องหาไปศาลหรือยื่นฟ้องภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นเหตุให้ต้องเปิดทำการในวันหยุด เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาให้มีการนำตัวไปศาลโดยเร็ว และเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา หรือจำเลยให้ได้รับการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยเร็ว จึงสมควรวางระเบียบเกี่ยวกับการเปิดทำการศาลในวันหยุดราชการ เพื่อให้การปฏิบัติในเรื่องนี้ดำเนินไปโดยเรียบร้อย และเป็นแนวทางเดียวกัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาจึงวางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมดังต่อไปนี้
1.ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเปิดทำการศาลและพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันหยุดราชการ พ.ศ.2562
2.ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป
3.ให้ยกเลิกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการฉบับที่ 9 เรื่องการเปิดทำการศาลในวันหยุดงานหรือนอกเวลาทำการปกติ บรรดาระเบียบประกาศหรือคำสั่งอื่นใดที่ออกตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการฉบับที่ 9 เรื่องการเปิดทำการศาลในวันหยุดงาน หรือนอกเวลาทำการปกติที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
4.ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเปิดทำการศาลในวันหยุดราชการ เพื่อพิจารณาคำร้องขอผัดฟ้อง ฝากขัง การรับและส่งตัวผู้ถูกจับตามหมายจับ และการพิจารณาส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดพ.ศ.2545 ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1.) ในกรณีที่มีวันหยุดราชการติดต่อกันสองวันให้เปิดทำการในวันหยุดราชการวันแรกเป็นอย่างน้อย
(2.) ในกรณีที่มีวันหยุดราชการติดต่อกันสามวันให้เปิดทำการในวันหยุดราชการวันที่สองหนึ่งวันเป็นอย่างน้อย
(3.) ในกรณีที่มีวันหยุดราชการติดต่อกันตั้งแต่สี่วันขึ้นไปให้เปิดทำการในวันหยุดราชการวันแรกและวันที่สามเป็นอย่างน้อยแต่ต้องมีให้ศาลปิดทำการติดต่อกันถึงสองวันข้อ
5.ให้ศาลชั้นต้นเปิดทำการศาลในวันหยุดราชการทุกวันเพื่อพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
6.การพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวตามความในข้อ 5ให้หมายความรวมถึงการรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง และการอ่านคำสั่ง
7.ให้ศาลชั้นอุทธรณ์และศาลฎีกาเปิดทำการศาลในวันหยุดราชการทุกวันเพื่อพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกาหรือคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามมาตรา 106 หรือมาตรา 119 ทวิแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
8.การเปิดทำการศาลในวันหยุดราชการนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในข้อ 4-7หรือเปิดทำการศาลนอกเวลาทำการปกติเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมประธานศาลฎีกาประธานศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาคประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแล้วแต่กรณีอาจพิจารณากำหนดให้เปิดทำการตามความเหมาะสม
9.ให้ศาลที่เปิดทำการในวันหยุดราชการหรือนอกเวลาทำการปกติแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการเปิดทำการเช่นว่านั้นเป็นการล่วงหน้าตามสมควร
10.ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดวิธีปฏิบัติและอำนวยความสะดวกแก่ทุกศาลเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี