“พลับพลึงธาร” เป็นพืชน้ำหนึ่งเดียวในโลก อยู่ในวงศ์พลับพลึง มีชื่อเรียกของแต่ละท้องถิ่น ได้แก่ หญ้าช้อง หอมน้ำ และช้องนางคลี่ เป็นต้น
ปัจจุบันพลับพลึงธารเป็นพืชที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธ์ ซึ่งวันนี้มีรายงานการพบเจอว่ายังหลงเหลืออยู่เพียงในบางพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะที่ระนองตอนล่าง และพังงาตอนบน ซึ่งมีการพบเจอพลับพลึงธารมากกว่าที่อื่น
พลับพลึงธารได้รับฉายาว่าเป็น “ราชินีแห่งสายน้ำ” เนื่องจากมีดอกบานชูช่อในน้ำเป็นสีขาวนวลเต็มลำคลองจะดูสวยงามมาก
ทุก ๆ ปี ดอกพลับพลึงธารจะบานปีละครั้งราว 3 เดือน ในช่วงราวเดือนตุลาคม-ธันวาคม หรือบางปีอาจบานยาวไปจนถึงต้นเดือนมกราคมของปีถัดไป ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วง ๆ นั้น
นายเกษม จักรพงษ์ หรือ “ตาเษม” เจ้าของสวนตาเษม เปิดเผยว่า เนื่องจากปีนี้ระดับน้ำในลำคลองที่ต้นพลับพลึงธารอาศัยอยู่มีปริมาณมากเป็นพิเศษ จึงคาดว่าพลับพลึงธารจะออกดอกบานยาวไปถึงช่วงเดือนมกราคมปีหน้า
โดยพลับพลึงธารที่สวนตาเษม จะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามเต็มลำคลองที่คดเคี้ยวในสวนปาล์มน้ำมันเป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร
ทั้งนี้ตาเษมได้เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาเที่ยวชมทุ่งดอกพลับพลึงธารที่สวนของตนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยตาเษมได้ลงมือตัดหญ้า ปรับพื้นที่ และติดป้าย เตรียมพร้อมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนของตน
สำหรับตาเษมได้ทำการอนุรักษ์ต้นพลับพลึงธารในพื้นที่ของตนมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเขาจะไม่ทำการเกษตรใด ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นพลับพลึงธาร
นอกจากนี้ตาเษมยังเฝ้าระวังคนที่จะมาขุดหัวพลับพลึงธารไปขาย และยังได้เก็บเมล็ดไปขยายพันธุ์ตามลำคลองอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งทางครอบครัวรู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนในการดูแลอนุรักษ์ของดีประจำอำเภอคุระบุรีให้อยู่คู่กับลำคลองตลอดไป
#########
ภาพโดย : อโนทัย งานดี
สำหรับหนึ่งในแหล่งเที่ยวชมดอกพลับพลึงธารที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยก็คือ “สวนตาเษม” ที่บ้านทับช้าง ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งวันนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมทุ่งดอกพลับพลึงธารบานในสวนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย


