xs
xsm
sm
md
lg

อันซีนอุดรฯ ตามรอยพญานาค-ตื่นตาบ่อน้ำมหัศจรรย์ที่ “วัดภูตะเภาทอง”

เผยแพร่:   โดย: ปิ่น บุตรี


วัดภูตะเภาทอง อันซีนอุดรธานี (ภาพ : เพจ วัดภูตะเภาทอง ท่องเที่ยวแดนธรรมะ)
จังหวัดอุดรธานี ช่วยสัมผัสมนต์เสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะแห่งใหม่มาแรง “วัดภูตะเภาทอง” ที่เชื่อว่าพญานาคมาช่วยสร้าง ชวนชมภาพรอยฝ่ามือแดงอายุกว่า 2,500 ปี ห้ามพลาดบ่อน้ำมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนสีไปตามแสงธรรมชาติ

จังหวัดอุดรธานี ชวนเที่ยวยุค New Normal ชูจุดเด่นความเป็นจังหวัดสะอาดที่สุดในเมืองไทยปี 2563 พร้อมนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเมืองอุดรฯมากยิ่งขึ้น อาทิ อ่างเก็บน้ำพาน บ่อเกลือบ้านดุง บ้านห้วยสำราญ วัดเขาช่องชาด และ “วัดภูตะเภาทอง” อันซีนอุดรฯ ที่มีความน่าสนใจยิ่ง

วัดภูตะเภาทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะแห่งใหม่ จ.อุดรธานี (ภาพ : เพจ วัดภูตะเภาทอง ท่องเที่ยวแดนธรรมะ)
“วัดภูตะเภาทอง” ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ที่บ้านหนองแวงสีชมพู ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

วัดภูตะเภาทองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะแห่งใหม่มาแรง เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย มีพื้นที่กว่า 15 ไร่ สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้จัดตั้งวัดขึ้นอย่างถูกต้อง

บรรยากาศภายในบริเวณวัดภูตะเภาทอง (ภาพ : เพจ วัดภูตะเภาทอง ท่องเที่ยวแดนธรรมะ)
พื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดเป็นลานหิน มีก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตามากกว่า 30 ลูก สันนิษฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นทะเล ต่อมาเกิดการยกตัวขึ้นเป็นลานหินและพื้นดิน คาดว่าจะมีกลุ่มคนผู้เลี้ยงสัตว์ หรือนายพรานใช้เป็นเส้นทางการหากิน เนื่องจากพบรอยฝ่ามือคนข้างหินก้อนใหญ่รูปเรือสำเภาโบราณ

ปัจจุบันทางวัดได้พัฒนาทางเดิน รวมถึงทางขึ้นหินแต่ละก้อน เชื่อมโยงกันด้วยบันไดไม้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปร่วมชมความงามของผืนป่าและไม้ป่านานาพันธ์ที่เกิดบนภูเขาหินได้อย่างเพลิดเพลิน

พระพุทธรูปในโบสถ์ไม้ วัดภูตะเภาทอง
พระครูเขมกาญจโนภาส (สุพรรณ) เจ้าอาวาสวัดภูตะเภาทอง เปิดเผยว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตังแต่ปี  2534 เดิมมีสภาพค่อนข้างทุรกันดาร เส้นทางคมนาคมขึ้นเขายังไปมาไม่สะดวก แต่ทางวัดก็ได้พัฒนามาเรื่อยๆ

ในส่วนของชื่อวัดภูตะเภาทอง ท่านเจ้าอาวาสเล่าว่า วัดแห่งนี้ตั้งชื่อตามพื้นที่ก่อตั้งคืออยู่บนภูเขา และมีลักษณะหินก้อนหนึ่งใหญ่ที่มีรูปลักษณะคล้ายเรือสำเภาโบราณ ชาวบ้านเชื่อกันว่า หากได้มาลอดใต้ท้องหินจะคล้ายกับการลอดท้องช้าง คือจะได้รับสิริมงคล ประสบโชคดี เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

ความเชื่อเรื่องการลอดหินเรือสำเภาเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดภูตะเภาทอง
นอกจากนี้ที่วัดวัดภูตะเภาทอง ยังเรื่องเล่าขานถึงการก่อกำเนิดชวนทึ่งเกี่ยวกับพญานาค โดยนายปวง เทพมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านหนองแวงศรีชมภู ประธานการท่องเที่ยวกลุ่ม 3 หนอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า

ตอนที่ทางวัดเริ่มสร้างรูปเคารพปู่พญานาคเจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้เก่าและทรุดโทรมมาก จึงได้ว่าจ้างรถแบ็คโฮมาขุดดินตรงจุดที่จะก่อสร้างพญานาค ซึ่งเดิมเป็นคันดินธรรมดาและมีพญานาคเก่าอยู่ 2 องค์

ประติมากรรมหินรูปร่างแปลกตาที่วัดภูตะเภาทอง
ตอนนั้นหลวงพ่อไม่ได้บอกกล่าว แต่ให้รถมาทำการปรับปรุงเลยเมื่อกำลังจะทำการขุดเครื่องยนต์สตาร์ทติดและดับทันที โดยไม่สามารถติดเครื่องได้อีกเลยจึงจอดรถทิ้งไว้

ตกกลางคืนหลวงพ่อฝันว่า มีคนมาพูดว่า ท่านจะทำอะไรทำไมไม่บอกเรา ท่านจะสร้างอะไร ท่านทำลายเราทำไม พอตื่นเช้ามาหลวงพ่อนึกได้ว่าไม่ได้บอกกล่าว จึงตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าว รถแบ็คโฮจึงสามารถทำงานต่อไปได้ หลังสร้างเสร็จก็ยังไม่มีคนมาเที่ยว

พญานาคราชมุจลินท์
จนกระทั่งกลางดึกของคืนหนึ่ง หลวงพ่อก็ได้ฝันอีกว่า มีคนบอกให้หลวงพ่อไปช่วยเปิดถ้ำที่อยู่ด้านบนของภูเขา
และเราจะมาช่วยหลวงพ่อสร้างวัด เมื่อสร้างวัดแล้วเราจะไปเกิดเพราะอยู่ที่นี่มานาน เราชื่อ “มุจลินท์
จากนั้นหลวงพ่อได้ไปขุดดินเพื่อเปิดทางถ้ำตามที่ฝัน หลังขุดดินเสร็จยังไม่ทันได้เก็บเครื่องมือ คนจากต่างถิ่นก็เดินทางเข้ามาเยือนที่วัดสร้างความประหลาดใจและรู้สึกมหัศจรรย์มาก เพราะเดิมทีวัดแห่งนี้ไม่มีใครเข้ามา หากจะมาก็เป็นส่วนราชการที่มาศึกษาดูงาน ไม่นานแล้วก็กลับ

สระโบกขรณี-พญานาคราชมุจลินท์ (ภาพ : เพจ วัดภูตะเภาทอง ท่องเที่ยวแดนธรรมะ)
สำหรับผู้มาเยือนวัดภูตะเภาทอง ที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะและไฮไลท์ไม่ควรพลาด ได้แก่

-รูปเคารพ “พญานาคราชมุจลินท์” 2 ตน สีทองอร่าม เลื้อยดูน่าเกรงขามและพ่นน้ำได้ ซึ่งทางวัดได้สร้างขึ้นตามนิมิตที่ได้กล่าวมาข้างต้น

-“สระโบกขรณี” หรือ “บ่อน้ำสีคราม” เป็นบ่อน้ำที่อยู่คั่นกลางระหว่างหิน 2 ลูก ณ บริเวณรูปเคารพพญานาคราชมุจลินท์ ยามเมื่อเงาของพญานาคสะท้อนในน้ำรวมกับแสงของดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วง จะเกิดปรากฏการณ์น้ำในบ่อเปลี่ยนสีไปตามสภาพแสงของแต่ละช่วงเวลาดูน่าตื่นตาตื่นใจ

รอยฝ่ามือแดงที่หินเรือสำเภา
-“หินเรือสำเภา” ที่มาของชื่อวัด ที่มีช่องให้คลานลอดเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้วยความเชื่อเดียวกับการลอดท้องช้างตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น

-“รอยฝ่ามือแดง” ปรากฏบริเวณหินเรือสำเภา มีลักษณะเป็นภาพเขียนสีโบราณ ซึ่งกรมศิลปากรตรวจสอบแล้วยืนยันว่ามีอายุประมาณ 2,500 ปี ใกล้เคียงกับผาแต้ม จ.อุบลราชธานี

รอยฝ่ามือแดง อายุเก่าแก่ประมาณ 2,500 ปี
และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์ของ วัดภูตะเภาทอง อันซีนอุดรธานีที่มีทั้งเรื่องราวความเชื่อของพญานาค ผสานกับกับสภาพธรรมชาติที่มีรูปแบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะในทางธรณีวิทยา นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะแห่งใหม่มาแรงที่มีความน่าสนใจยิ่ง

#########################

“วัดภูตะเภาทอง” ตั้งอยู่ ที่บ้านหนองแวงสีชมพู ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นักท่องเที่ยวผู้สนใจสามารถเดินทางมาท่องเที่ยว ศึกษาธรรมะเรียนรู้ธรรมชาติที่วัดแห่งนี้ได้ด้วยรถส่วนตัว โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2315 อ.หนองวัวซอ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 4022 ซึ่งจะมีป้ายบอกทางตลอดเส้นทาง ถนนสภาพดี การคมนาคมสะดวก




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...