xs
xsm
sm
md
lg

งดงามเหนือท้องน้ำเจ้าพระยา "ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค" ครั้งแรกในรัชกาลที่ ๑๐

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย (แฟ้มภาพ)
วันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นวันที่ประชาชนชาวไทยจะได้ร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และเป็นอีกครั้งที่ชาวไทยจะได้ชมภาพอันงดงามตระการตาของริ้วขบวนเรือพระที่นั่งที่จะลอยลำงามสง่ากลางท้องน้ำเจ้าพระยา รวมถึงได้ฟังกาพย์เห่เรืออันไพเราะดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำ

“ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” หมายถึงริ้วขบวนเรือที่จัดขึ้นในการที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่างๆ โดยทางน้ำ ทั้งเป็นการส่วนพระองค์และการพระราชพิธี อาทิ พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท การอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากหัวเมืองเข้าประดิษฐานในเมืองหลวง การต้อนรับทูตต่างประเทศ เป็นต้น
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์งดงามกลางแม่น้ำเจ้าพระยา (แฟ้มภาพ)
การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ได้มีปรากฏมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสืบทอดต่อมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และนับเป็นต้นแบบสำคัญของขบวนพยุหยาตราฯ ในสมัยต่อมาคือ ขบวนพยุหยาตราฯ ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานว่าเมื่อพระองค์เสด็จแปรพระราชฐานไปยังหัวเมืองต่างๆ มีการจัดขบวนพยุหยาตราฯ ที่เรียกว่า “ขบวนเพชรพวง” เป็นริ้วขบวนยิ่งใหญ่ 5 สาย มีเรือทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 100 ลำ

ความงดงามของขบวนเรือในสมัยนั้นได้ถูกบันทึกไว้โดย นิโคลาส แชแวร์ หนึ่งในคณะทูตฝรั่งเศสซึ่งเดินทางเข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ว่า “...ไม่สามารถเทียบความงามกับขบวนเรืออื่นใดได้ เป็นขบวนเรือที่มโหฬาร มีเรือกว่า 200 ลำ โดยมีเรือพระที่นั่งพายเป็นคู่ๆ ไปข้างหน้า เรือพระที่นั่งนั้น ใช้ฝีพายของพวกแขนแดงที่ได้รับการฝึกพายมาจนชำนาญ ทุกคนสวมหมวก เสื้อ ปลอกเข่า ปลอกแขน มีทองคำประกอบ เวลาพายพร้อมกับเป็นจังหวะจะโคน พายนั้นก็เป็นทอง เสียงพายกระทบเป็นเสียงประสานไปกับทำนองเพลงยอพระเกียรติของพระเจ้าแผ่นดิน...”
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ (แฟ้มภาพ)
ส่วนในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูประเพณีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่ โดยทรงเสด็จทอดผ้าพระกฐินที่วัดอรุณราชวรารามตั้งแต่ปี 2502 เป็นต้นมา และได้มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคสืบต่อมารวมแล้วถึง 17 ครั้ง อีกทั้งในรัชกาลของพระองค์ยังได้มีการสร้าง “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙” ขึ้น ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี 2539

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยเป็นพิธีเบื้องปลาย มีการจัดรูปขบวนเรือพระราชพิธีจํานวน 52 ลํา กําลังพลฝีพายจํานวน 2,200 นาย แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังนี้
ฝีพายและผู้ให้สัญญาณ ต่างเป็นส่วนสำคัญในขบวนเรือพระราชพิธี (แฟ้มภาพ)
“ริ้วสายกลาง” ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ มีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้มีเรืออีเหลืองเป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือเป็นเรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอกและเรือตำรวจ

“ริ้วสายใน” ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาตเรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทองซึ่งเป็นเรือคู่ชัก

“ริ้วสายนอก” ประกอบด้วยเรือดั้ง และเรือแซง สายละ 14 ลำ
ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงของฝีพาย (แฟ้มภาพ)
ริ้วขบวนเรืออันงดงามน่าประทับใจ (แฟ้มภาพ)
เรือพระราชพิธีจํานวน 52 ลํานี้ทำขึ้นจากไม้ มีอายุในการสร้างมาก โดยเฉพาะเรือพระที่นั่งทั้ง 3 ลํา ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ สร้างในรัชกาลที่ ๕ แล้วเสร็จสิ้นในรัชกาลที่ ๖ มีอายุ 108 ปี เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ สร้างในรัชกาลที่ ๕ มีอายุกว่า 102 ปี เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช สร้างในรัชกาลที่ ๖ มีอายุ 95 ปี ส่วนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2539 มีอายุ 23 ปี และเรืออื่นๆ ในขบวน โดยเฉพาะเรือรูปสัตว์แต่ละลํา มีอายุการสร้างนับร้อยปี

ในการนี้ได้ประพันธ์บทเห่เรือขึ้นใหม่จำนวน 3 องก์ โดย นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ศิลปินแห่งชาติ และมีนาวาเอกณัฏวัฒน์ อร่ามเกลื้อ เป็นผู้เห่เรือ ส่วนเครื่องแต่งกายฝีพายยึดถือรูปแบบเดิมตามโบราณราชประเพณี
การฝึกซ้อมของฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ขณะเคลื่อนผ่านสะพานพระราม 8 ในช่วงฝึกซ้อม
ส่วนเส้นทางเสด็จพระราชดําเนินเป็นเส้นทางเดียวกับที่เคยใช้มาตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือเส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงท่ามหาราช

ในขณะนี้ได้มีการซ้อมกำลังพลฝีพายและเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธี โดยถึงวันนี้ได้ซ้อมย่อยไปแล้ว 7 ครั้ง และจะมีการซ้อมย่อยอีก 3 ครั้ง ในวันที่ 3, 7 และ 17 ตุลาคม จากนั้นจะเป็นการซ้อมใหญ่ในวันที่ 17 และ 21 ตุลาคม

มีการซ้อมย่อยจำนวน 4 ครั้ง ในวันที่ 12, 19, 26 พฤศจิกายน และวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ส่วนการซ้อมใหญ่จำนวน 1 ครั้ง ในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ก่อนจะถึงวันเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันที่ 12 ธันวาคม 2562
การฝึกซ้อมฝีพายเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
ทุกคนต่างตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในวันเสด็จฯ เลียบพระนครทางชลมารค 24 ต.ค. นี้
และสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับเรือพระราชพิธีและขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ก็สามารถไปชมนิทรรศการพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 “ศิลปะบนผืนน้ำ” ที่ทางกองทัพเรือ ร่วมกับไอคอนสยาม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2562 ณ ชั้น M และชั้น 1 ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร กรุงเทพฯ

การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ประชาชนจะได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และยังเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความงดงามของประเพณีและวัฒนธรรมไทยของริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของชาติไทยเพียงแห่งเดียวในโลกด้วย
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...