xs
xsm
sm
md
lg

ชวนออเจ้าเที่ยวเมืองพระนคร...ชิล ช้อป แชะ กับ"10 จุดเช็คอินริมเจ้าพระยา"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

Facebook :Travel @ Manager
10 จุดเช็คอินริมเจ้าพระยา
แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านเมืองกรุง อย่าง “แม่น้ำเจ้าพระยา” ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการคมนาคมของคนเมืองกรุง ไม่ว่าจะเป็นเรือด่วนเจ้าพระยา หรือเรือโดยสารข้ามฟาก และยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนริมสองฝั่ง และตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานี้เองมีแหล่งที่เที่ยว ที่กิน ที่ช้อป อย่างหลากหลาย ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ฉันก็เลยอยากจะชวนมาเดินชิลชมวิวกันเพลินๆ กับ “10 จุดเช็คอินริมเจ้าพระยา” กันสักครั้ง
ป้อมพระสุเมรุ
จุดเช็คอินแรกที่ฉันอยากแนะนำก็คือ “ท่าพระอาทิตย์” หากใครนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาผ่านมาแถวนี้ จะต้องสะดุดตากับป้อมปราการสูงเด่นมองเห็นแต่ไกล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของย่านพระอาทิตย์ โดยมีชื่อเรียกว่า “ป้อมพระสุเมรุ” เป็น1 ใน 14 ป้อมปราการของกรุงเทพมหานคร ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่เมื่อเวลาผ่านไปป้อมปราการได้หมดความจำเป็นจึงได้ถูกรื้อถอน ปัจจุบันจึงเหลือแต่ “ป้อมพระสุเมรุ” และ “ป้อมมหากาฬ” ให้ได้ชม ป้อมแห่งนี้มีลักษณ์ที่งดงามสูงเด่นเป็นสง่า มีเชิงเทินช่องยิงปืน และก็ยังมีปืนใหญ่ตั้งไว้ให้ได้ชม
พระที่นั่งสันติชัยปราการ
บริเวณโดยรอบป้อมพระสุเมรุแห่งนี้ ก็ยังเป็นที่ตั้งของ "สวนสันติชัยปราการ" สวนสาธารณะแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 พื้นที่บริเวณสวนสาธารณะติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาตรงปากคลองบางลำพู ภายในบริเวณสวนนั้นร่มเย็นด้วยต้นไม้ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามมาก และยังมองเห็นความงดงามของสะพานพระราม 8 ได้อีกด้วย
ท่าเรือวังหลัง
เสน่ห์ในการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ยิ่งเมื่อไปเดินเล่นในย่านการค้า หรือแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ ถือเป็นสีสันการดำเนินชีวิตของคนเมือง ซึ่งแหล่งช้อปปิ้งแบบที่ว่านี้ก็หาได้ไม่ยาก เช่นเดียวกันกับฝั่งธนบุรี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลศิริราช มีอีกสถานที่หนึ่ง ที่เรียกได้ว่าใครที่ผ่านไปมาแถวนี้นั้นจะต้องเคยมาจับจ่ายใช้สอยกันที่นี่อย่างแน่นอน และที่แห่งนี้จะรู้จักกันดีในชื่อว่า “ตลาดวังหลัง”
ร้านวังหลังเบเกอรี่
“ตลาดวังหลัง” เป็นตลาดเล็กๆ ที่มีผู้คนมาเดินจับจ่ายกันอย่างคึกคัก ทุกเพศทุกวัยก็ต้องมาเดินกันที่นี่ บ้างก็เดินเล่นช้อปเสื้อผ้า ของใช้ บ้างก็หาของกินอร่อยๆ ให้อิ่มท้อง และสิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นเสน่ห์ของตลาดวังหลังไปเสียแล้ว
ร้านของกินหลากหลายย่านวังหลัง
บริเวณท่าเรือท่าพระจันทร์
หากนั่งเรือข้ามฟากจากวังหลัง เพื่อมุ่งหน้าไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะเป็น “ท่าพระจันทร์” ตั้งอยู่บริเวณสุดถนนพระจันทร์ ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้บริการเฉพาะเรือข้ามฟากในเส้นทางท่าพระจันทร์-วังหลัง และท่าพระจันทร์-พระปิ่นเกล้า บริเวณท่าเรือแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์ ซึ่งเป็นป้อมแห่งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามแนวกำแพงพระนครด้านตะวันตก ถนนที่อยู่บริเวณนั้นจึงมีชื่อว่า "ถนนพระจันทร์" และท่าน้ำในบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพระจันทร์จึงเรียกว่า "ท่าพระจันทร์" มาจนถึงปัจจุบัน

บริเวณท่าพระจันทร์เป็นแหล่งการค้าที่คึกคักมาก และเป็นที่รู้จักกันดีของการเป็นตลาดพระเครื่องและวัตถุมงคลต่าง ๆ รวมถึงร้านค้า, ร้านอาหาร, ร้านหนังสือต่าง ๆ อีกด้วย
ท่าพระจันทร์
ท่ามหาราช แหล่งท่องเที่ยวริมน้ำ
หากเดินจากท่าพระจันทร์เลียบถนนมุ่งหน้าไปทางสนามหลวง จะผ่านอีกหนึ่งจุดเช็คอิน ก็คือ “ท่ามหาราช” สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้นำกลุ่มอาคารพาณิชย์เก่าในบริเวณพื้นที่ท่ามหาราชมาปรับปรุง และพัฒนาให้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ โดยตั้งอยู่ที่ ตรอกมหาธาตุ ถนนมหาราช เขตพระนคร ซึ่งในอดีตท่าเรือแห่งนี้ถูกใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี และถนนมหาราชก็ยังเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ ที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนในแนวดังกล่าวเป็นถนนเลียบกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านทิศตะวันตก เริ่มตั้งแต่ปากคลองตลาดเป็นจุดบรรจบของถนน 3 สาย คือ ถนนมหาราช ถนนราชินีและถนนมหาไชย แล้วพระราชทานนามว่า "ถนนมหาราช"
แวะมาพักผ่อนยามเย็น
ร้านของกินภายในท่ามหาราช
ในช่วงยามเย็นที่บริเวณท่ามหาราชแห่งนี้ จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็มานั่งรับลมชิลๆ บ้างก็มาถ่ายรูปวิวแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะมาหาของว่างกินก็ไม่ว่ากัน เพราะที่นี่มีร้านขายทั้งอาหารคาวและหวานให้เลือกหลากหลาย
อาคารแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมแถวท่าช้าง
เดินถัดไปอีกไม่ไกลนักจะพบกับอาคารสีเหลืองโดดเด่น นั่นก็คือ “ท่าช้างวังหลวง” หรือ “ท่าช้าง” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงและนิยมอย่างมากทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ มีอาคารแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และอาหารการกินที่อร่อยขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงมากมาย หากใครอยากไปสัมผัส “ท่าช้างวังหลวง” รับรองว่าจะได้พบกับโฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน
ร้านค้าขายของริมทาง
แหล่งท่องเที่ยวบริเวณท่าเรือยอดพิมาน
และในครั้งนี้ฉันก็ไม่พลาดที่จะไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวบริเวณท่าเรือยอดพิมานที่ “ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งย่านปากคลองตลาด ฉันเดินทางมาด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา เพราะเป็นการเดินทางที่ง่ายที่สุด เมื่อใกล้ถึงก็สามารถเห็นอาคารของยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ได้อย่างไม่ยากเพราะตั้งอยู่ริมน้ำ อีกทั้งตัวอาคารยังเป็นสีเหลืองเด่นสะดุดตา ซึ่งจุดที่เรือจอดนั้นเป็นท่าเรือปากคลองตลาดที่สามารถเดินเข้ายอดพิมาน ริเวอร์วอล์คได้เลย
บรรยากาศภายในยอดพิมาน
เมื่อฉันได้เดินขึ้นมาแล้วก็ได้พบกับอาคารที่ โดยตัวอาคารยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรม สไตล์โคโลเนียล ซึ่งที่ชั้น 1 นั้นบรรยากาศจะเป็นทางเดินทอดยาวทอดขนานกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีร้านค้ามากมายและสินค้าหลากชนิดให้ได้เดินชมเดินซื้อ ส่วนชั้น 2 เพราะมีระเบียงที่สามารถมายืนชมทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา
ร้านอาหารที่ท่าดินแดงตั้งอยู่เรียงราย
สำหรับผู้ที่ชื่บชอบลัดเลาะเสาะหาร้านอาหารรสเด็ดแล้วล่ะก็ จะต้องไม่พลาดมาที่ย่าน “ท่าดินแดง” ในเขตคลองสาน ฝั่งธนบุรี ถือว่าเป็นย่านเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครเช่นกัน เพราะมีหลักฐานการมาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น โดยพื้นที่แถบนี้เป็นจุดแวะพักสำหรับเรือสินค้าที่จะเดินทางจากปากแม่น้ำเข้าสู่กรุงศรีอยุธยา เนื่องจากการเดินทางผ่านย่านนี้ต้องใช้เวลามากตามลักษณะความคดโค้งของแม่น้ำ
มีร้านอาหารหลากหลาย
ปัจจุบันนี้ “ท่าดินแดง” ก็ยังคงเป็นย่านค้าขายที่สำคัญอยู่เช่นเดิม โดยเฉพาะเป็นจุดเชื่อมต่อจากย่านชุมชนชาวจีนเก่าแก่อย่างเยาวราช และย่านการค้าอย่างสำเพ็ง-พาหุรัด โดยจะเชื่อมต่อกันบริเวณท่าเรือท่าดินแดง ที่มีบริการเรือข้ามฟากระหว่างท่าเรือราชวงศ์-ท่าเรือท่าดินแดง หากมานั่งสังเกตการณ์ จะเห็นว่ามีผู้คนใช้บริการเรือข้ามฟากอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน

หากออกมาจากท่าเรือแล้วตรงมาที่ถนนท่าดินแดง จะเห็น ศาลพระศิวะ ตั้งเด่นเป็นสง่า ให้ผู้คนได้เข้าไปสักการะกัน ซึ่งเมื่อได้สักการะองค์พระศิวะแล้ว ก็สามารถเดินเล่นเลียบเรื่อยไปตามทางเดินริมถนน โดยตลอดระยะทางก็จะมีร้านค้าร้านอาหารตั้งอยู่เรียงราย
ร้านขนมหวานก็มีให้ลองลิ้มรส
ล้ง 1919
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ต้องไม่พลาดมาเช็คอิน โดยนั่งเรือข้ามฟากมาจากท่าเรือสี่พระยามายังท่าเรือหวั่งหลี ก็จะพบกับ “ล้ง 1919” ที่เที่ยวแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ย่านคลองสาน สถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นท่าเรือมาก่อน โดยคำว่า “ล้ง” มาจากชื่อเดิมของสถานที่แห่งนี้ ที่มาชื่อว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” เป็นภาษาจีน หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2393 โดยท่าเรือนี้มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ พร้อมพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันนี้รู้จักกันในนามโกดังบ้าน “หวั่งหลี” ตั้งอยู่ ณ สุดถนนเชียงใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย - เยาวราช
บรรยากาศภายใน ล้ง 1919
ภายในพื้นที่ “ล้ง 1919” ในปัจจุบัน หรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ในอดีต จะประกอบไปด้วย ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) อายุมากกว่า 167 ปี สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมจิตใจ ของชาวจีนในแผ่นดินไทย อาคารจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ เวทีการแสดงและกิจกรรมกลางแจ้ง ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Art & Craft (อาร์ต แอนด์ คราฟท์) ฝีมือศิลปินไทยรุ่นใหม่ ร้านอาหาร-คาเฟ่ไลฟ์สไตล์ และร้านค้าจำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยมต่างๆ และยังมีพื้นที่นั่งพักผ่อนระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถมานั่งผ่อนคลาย รับลมกันแบบชิลๆ
ท่าเรือคลองสาน
ย่านคลองสาน ฝั่งธนบุรีที่มีศาสนสถานงดงามหลายแห่ง และในอดีตยังเคยเป็นย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสานไม่ออกก็ลองนึกภาพพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีที่อยู่ตรงกันข้ามกับฝั่งเขตสาทร เขตบางรักและเขตสัมพันธวงศ์ของฝั่งกรุงเทพฯ ลักษณะเป็นชุมชนย่านการค้าที่มีความเป็นมายาวนาน
ร้านหนังสือภายใน The Jam Factory 
และแถวริมน้ำเจ้าพระยาย่านคลองสานนี้มีสถานที่ยอดฮิต กับพื้นที่สีเขียว ของโครงการ The Jam Factory ที่มีบรรยากาศร่มรื่น มีร้านกาแฟชวนดื่ม และยังมีร้านหนังสือหลากหลายแนวทั้งวรรณกรรม การเมือง สังคม ที่มีทั้งหนังสือภาษาไทยและอังกฤษ ใครที่เป็นหนอนหนังสือรักการอ่านจะต้องไม่พลาด หากใครได้มาสัมผัสกับพื้นที่นี่แล้วจะหลงใหลอย่างแน่นอน
แวะพักมากินขนมดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจ
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
ส่วนสถานที่สุดท้ายที่อยากแนะนำไปเช็คอิน ถ้าได้มาเดินเล่นในช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” (Asiatique The Riverfront) ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งชอปปิ้งและแฮงเอาต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะว่าเป็นแหล่งรวบรวมร้านค้ามากมาย มีทั้งของใช้ ของฝาก เสื้อผ้า และอื่นๆ มีบรรยากาศการเดินเล่นเป็นแบบสบายๆ ได้ชมทิวทัศน์งามๆ และยังมีร้านอาหารทั้งเล็กและใหญ่ให้เลือกชิมแบบนานาชาติ มาลิ้มรสพร้อมนั่งรับลมเย็นๆ กันแบบเพลินๆ แล้วตบท้ายด้วยการขึ้นชิงช้าสวรรค์ “เอเชียทีค สกาย” นั่งพักผ่อนก่อนกลับบ้าน
แหล่งชอปปิ้งและแฮงเอาต์ยอดนิยม
ช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ว่างๆ ลองออกมาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ กับ “10 จุดเช็คอินริมเจ้าพระยา” กันสักครั้ง นอกจากจะได้เที่ยว ได้กิน ได้ช้อปแล้ว ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศลมพัดเย็นๆ ชวนผ่อนคลายสบายใจ ช่างเหมาะกับวันพักผ่อนสุดสัปดาห์เสียจริงๆ
ร้านค้ามากมายที่เอเชียทีค
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...