xs
xsm
sm
md
lg

ปล้นตลาดหุ้น...จาก PICNI STARK ถึง EA / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การทุจริต ฉ้อฉล ยักยอกทรัพย์ ผ่องถ่ายเงินออกจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกิดขึ้นมาตลอด 49 ปี ตั้งแต่ก่อกำเนิดตลาดหุ้น สร้างความเสียหายให้ประชาชนผู้ลงทุนรวมๆ แล้ว จำนวนนับล้านคน

แต่ยังไม่มีมาตรการใดที่จะป้องกันหรือปราบปรามการปล้นเงินจากบริษัทจดทะเบียน

โศกนาฏกรรมจากบริษัทจดทะเบียน ซึ่งต้องล่มสลายกลายเป็นซาก เพราะผู้บริหารบริษัททุจริต โยกย้ายทรัพย์สินของผู้ถือหุ้น ถ่ายเทเข้ากระเป๋าตัวเองเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในแต่ละคดีมีประชาชนผู้ลงทุนตกเป็นเหยื่อนับหมื่นๆ คน

แต่คนโกงในตลาดหุ้นส่วนใหญ่มักลอยนวล แทบไม่ค่อยได้ยินว่ามีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่ก่อคดีร้ายแรงคนใดต้องได้รับโทษ ชดใช้กรรมที่ก่อไว้กับนักลงทุนรายย่อยๆ

คดีผู้บริการบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ ในความผิดทุจริตการซื้ออุปกรณ์และซอฟต์แวร์ ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โดยได้รับผลประโยชน์จำนวน 3,465.64 ล้านบาท คงไม่ใช่การปล้นครั้งสุดท้ายในบริษัทจดทะเบียน

ทุกฝ่ายเชื่อว่า คดีโกงในบริษัทจดทะเบียน จะต้องเกิดขึ้นตามมาอีก เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา “ฝีแตก” เท่านั้น

คดีปล้นในตลาดหุ้นที่เป็นข่าวโด่งดังและอยู่ในความทรงจำ เริ่มตั้งแต่บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PICNI บริษัท รอยเนท จำกัด (มหาชน) หรือ ROYNET บริษัท เอส.อี.ซี.ซี.ออร๋โตเซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ SECC บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC

บริษัท โพลาลิส แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ POLAR บริษัท อินเตอร์ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC และบริษัท เอ็นเนอร์ยี เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK

ปิดท้ายด้วยโศกนาฏกรรมใหญ่รายล่าสุด คดีโกงใน EA แต่จะไม่ใช่การปล้นครั้งสุดท้ายในตลาดหุ้น

เพราะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น จำนวน 856 บริษัท แยกเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 634 บริษัท และบริษัทจดทะเบียนในตลาดใหม่อีก 222 บริษัท เชื่อว่าผู้บริหารบริษัทนับร้อยแห่งอาจกำลังปฏิบัติการปล้น ทยอยผ่องถ่ายเงินของผู้ถือหุ้นอยู่

หลายบริษัทอาจอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ก.ล.ต. เพื่อกล่าวโทษแก๊งปล้น เป็นคดีต่อจาก EA ก็ได้

การปั่นหุ้น การฉ้อฉล ไซฟ่อนผ่องถ่ายเงินออกจากบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตลาดหุ้นไทยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วโลก

เพียงแต่ตลาดหุ้นไทยคดีปล้นในบริษัทจดทะเบียนเกิดขึ้นชุกชุม ถี่ยิบ ต่อเนื่อง และมีสถิติมากที่สุดในโลก

จนนักลงทุนต่างชาติตั้งถามว่า ก.ล.ต.ยังทำหน้าที่เป็นองค์กรที่กำกับดูแลตลาดหุ้นอยู่ได้อย่างไร ทำไมไม่ถูกผ่าตัดใหญ่ ทำไมไม่ถูกยุบทิ้ง

และในตลาดหุ้นยังหลงเหลือนักลงทุนรายย่อยอยู่ได้อย่างไร เพราะน่าจะหมดเนื้อหมดตัว หรือเกิดความเกรงกลัวแก๊งมิจฉาชีพในตลาดหุ้น กลัวถูกผู้บริหารจดทะเบียนปล้น จนถอนตัว หนีออกจากตลาดหุ้นไปแล้ว

การปล้นในบริษัทจดทะเบียน แม้จะสร้างหายนะใหญ่หลวงให้นักลงทุนนับหมื่นๆ ชีวิต นับหมื่นครอบครัวต้องได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ แต่ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า

การทุจริต ฉ้อโกง ปล้นเงินของประชาชนผู้ลงทุนในตลาดหุ้นจะยุติลง

และนักลงทุนไม่มีวันหยั่งรู้ได้ว่า หุ้นที่เข้าไปซื้อลงทุนนั้น ผู้บริหารบริษัทขี้โกงหรือไม่

จะรู้ก็สายเกินไป กลายเป็นเจ้าทุกข์ ถูกปล้นหมดตัวไปเสียแล้ว ทั้ง STARK และ EA ที่สร้างภาพเป็นหุ้นชั้นดี ต้มนักลงทุนจนตายสนิท

คดีโกงใน EA สร้างความเสียหายให้นักลงทุนกว่า 4.26 หมื่นคน รุนแรงยิ่งกว่าการโกงใน STRAK หลายเท่า แต่จะกระตุ้นให้ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ตระหนักในการปราบปรามแก๊งโกงในตลาดหุ้นมากขึ้นหรือไม่

หรือจะปล่อยให้ปล้นนักลงทุนที่พลัดหลงเข้ามาในตลาดหุ้น ถูกมิจฉาชีพในคราบผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนปล้นไปตลอดชาติ จนกว่านักลงทุยรายย่อยจะสูญพันธุ์ไปเอง








กำลังโหลดความคิดเห็น