xs
xsm
sm
md
lg

ONEE ปิดเทรดวันแรกเหนือจอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์" ปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 0.70 บาท หรือ 8.24% จากราคาไอพีโอที่กำหนดหุ้นละ 8.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 8,426.57 ล้านบาท ผู้บริหารปลื้มกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ พร้อมนำเงินที่ได้ไปใช้เป็นทุนตามแผน

หุ้นของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก เมื่อตลาดเปิดพบว่าราคาหุ้นอยู่ที่ 10.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ +17.65% จากราคาขาย IPO ที่หุ้นละ 8.50 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 10.50 บาท ต่ำสุดที่ 9.20 บาท เมื่อปิดตลาดราคาหุ้นอยู่ที่ 9.20 บาทเพิ่มขึ้น +0.70 บาท หรือ +8.24% มูลค่าซื้อขาย 8,426.57 ล้านบาท

โดย ONEE เสนอขาย 496.25 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 20.8 ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย 4,218 ล้านบาท ราคาพาร์หุ้นละ 2.0 บาท ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ลงทุนพัฒนาศักยภาพในการผลิตรายการและเพิ่มงบประมาณผลิตรายการ 500 ล้านบาท 2.การลงทุนพัฒนาขีดความสามารถของระบบสารสนเทศ 130 ล้านบาท 3.การปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 2,200 ล้านบาท 4.เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ โดยมีหุ้นที่ไม่ติด Silent Period เท่ากับ ร้อยละ 23.1

นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ONEE เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในโอกาสที่ เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้นำหุ้น ONEE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์เป็นวันแรก นับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย โดยมีมูลค่าเสนอขายรวม 4,218 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ประมาณ 20,241 ล้านบาท พร้อมด้วยกระแส
ตอบรับที่ดีจากทั้งนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาที่ให้กระแสตอบรับที่ดีและให้ความสนใจลงทุนเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

โดยบริษัทคาดการณ์รายได้ปี 2564 และปี 2565 จะเติบโตมากกว่า 10% โดยได้ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย ซึ่งส่งผลให้รายได้ของแต่ละกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น สำหรับแผนงานธุรกิจในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทเตรียมนำเสนอคอนเทนต์ใหม่เพิ่ม ส่วนที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้นได้รับเสียงตอบรับที่ดี และส่งผลให้เรตติ้งของธุรกิจดีขึ้น สามารถนำไปสร้างเม็ดเงินต่อยอดในธุรกิจออนไลน์ ซึ่งภายหลังการเปิดประเทศเชื่อว่ากระแสเงินจากโฆษณาจะกลับมาเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้หลักจากรายได้โฆษณาบนโทรทัศน์อยู่ที่ 48% แต่ตั้งเป้าหมายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า รายได้ดังกล่าวจะลดลงเหลือ 45% เพราะคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจออนไลน์จะปรับเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ 20% เป็น 25-28% รวมถึงธุรกิจต่างประเทศ จากปัจจุบันที่ 5% เป็น 7-10% โดยธุรกิจต่างประเทศบริษัทอยู่ระหว่างพูดคุยกับพันธมิตรเพื่อร่วมทุนประมาณ 3-4 ราย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2565


กำลังโหลดความคิดเห็น