xs
xsm
sm
md
lg

ทรีนีตี้แนะสะสมหุ้นใหญ่ ประเมิน Downside ของ SET Index เริ่มจำกัด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บล.ทรีนีตี้ ชี้หุ้นหลุด 1,200 จุด เป็นจังหวะเข้าสะสม 6 หุ้น ได้แก่ SCC, DELTA, CPF, HMPRO, STGT, BAM เนื่องจากประเมิน Downside ของ SET Index เริ่มจำกัด ให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาดหุ้น โรงแรมและท่องเที่ยวใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้น เสี่ยงถูกช็อต หลังโควิด-19 ยังระบาดหนัก

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยที่หลุดระดับ 1,200 จุด จากการที่นักลงทุนกลับมากังวลกับการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ดาวโจนส์ดิ่งแรง ซึ่งในภาวะแบบนี้มองว่าเป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ SCC, DELTA, CPF, HMPRO, STGT, BAM เนื่องจากประเมิน Downside ของ SET Index เริ่มจำกัดที่บริเวณดังกล่าวแล้วและมองกรอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,170 จุดเช่นเดิม อิง Forward PE กรณีล่างของเราที่ 14.6 เท่า

อย่างไรก็ตาม โควิด-19 ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่แนะนำให้จับตาอย่างใกล้ชิดสัปดาห์นี้ ล่าสุดเป็นประเด็นกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างรุนแรงเมื่อคืน หลังจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทำระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวน Active case ของทั้งโลกขณะนี้ทำจุดสูงสุด

นายณัฐชาต กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงยืดเยื้อจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์และกลุ่มหุ้นต่างๆ ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบจะยังคงมี Upside ที่จำกัดต่อไป จาก run rate ของกลุ่มโรงกลั่นจะอยู่ในระดับต่ำด้วยเช่นกัน อุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่างๆ มีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะเชื้อเพลิงอากาศยานที่การฟื้นตัวน่าจะยังคงถูกจำกัด จากจำนวนเที่ยวบิน Commercial flight ต่างๆ ที่ยังไม่น่าจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และคาดหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสนามบิน สายการบิน หรือโรงแรมต่างๆ จะยังคงปรับตัว Underperform ตลาดต่อไป จาก Valuation ที่แพงและสะท้อนผลการดำเนินงานไป 2-3 ปีล่วงหน้าแล้ว

ทั้งนี้ ประเมินการฟื้นตัวมีโอกาสล่าช้ามากขึ้น จากการจำกัดการเดินทางในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ดูเหมือนจะยังทำได้ยาก ยังคงแนะนำ Underweight ในหุ้นเหล่านี้ต่อไป และประเมินว่ากลุ่มนี้มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายของการทำธุรกรรมชอร์ตเซลอีกครั้ง

นายณัฐชาต กล่าวว่า ประเมินว่าการกลับมาล็อกดาวน์อย่างจริงจังรอบ 2 ในสหรัฐฯ คงจะไม่เกิดขึ้น แต่นโยบาย Social distancing โดยการให้ทำงานจากบ้านหรือเรียนออนไลน์นั้นน่าจะมีอยู่ต่อไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อที่อาจเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยอดการส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐฯ ในช่วงที่สหรัฐฯ มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้นตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงพฤษภาคมนั้น จะพบว่ามีหลายหมวดสินค้าที่มีการขยายตัวอย่างน่าสนใจ ซึ่งน่าจะเป็นสินค้าที่ได้ประโยชน์ หากธีม Social distancing ในสหรัฐฯ ยังคงดำรงอยู่ต่อไป ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง/แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง มองหุ้นที่เกี่ยวข้องได้แก่ ASIAN ฟิลม์ที่ใช้ผลิตสินค้าจำพวกบรรจุภัณฑ์อาหาร มองหุ้นที่เกี่ยวข้องได้แก่ PTL ถุงมือยางที่ใช้ในบริการสาธารณสุข มองหุ้นที่เกี่ยวข้องได้แก่ STGT


กำลังโหลดความคิดเห็น...