xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นลีสซิ่งยังมีอนาคต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โบรกฯ มองหุ้นบริษัทลีสซิ่งส่วนใหญ่ยังสดใส มาตรการรัฐกระทบช่วงสั้น มีเพียง KTC รับผลหนักสุด เพราะการปรับลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ NIM ลดลงมาก โบรกฯปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นลง แนะให้ “ถือ” หรือ "ขาย"

SAWAD รับผลกระทบช่วงสั้น ให้ “ซื้อ” อนาคตสดใส 

บล.บัวหลวง วิเคราะห์ ว่า SAWAD ยังคงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 20% สำหรับปี 2563 โดยอุปสงค์ยังแข็งแกร่งเนื่องจากธนาคารอยู่ในโหมดระมัดระวังในการปล่อยกู้ลูกค้ารายย่อย นอกจากนี้ โควิด-19 ยังทำให้ LTV ลดลง มาที่ 30-40% ในด้านของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากแบงก์ชาติคาดส่งผลกระทบต่อกำไรของ SAWAD ระยะสั้น ประเมินกำไร Q2 ที่ 956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน NPLs ต่อสินเชื่อปรับขึ้นเล็กน้อยอีกทั้ง D/E ที่ต่ำเพียง 1.4 เท่า หนุนการขยายตัวในอนาคต ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 65 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดกำไร Q2 ของ SAWAD ที่ 990 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เพราะสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น และมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นช่องทางขายประกัน ขณะกำไรลดลง 4% เพราะสินเชื่อรวมลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมขายประกันและค่าทวงถามหนี้ลดลง ส่วนภาพรวมกำไร Q3 คาดเติบโตจากสินเชื่อที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตเด่น เพราะฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น การผ่อนคลาย lockdown และมาตรการเยียวยาจากรัฐ อีกทั้งมีช่องทางการปล่อยสินเชื่อผ่านบริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT ที่เก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมได้สูงกว่าคู่แข่ง คาดผลกระทบจำกัดจากมาตรการของแบงก์ชาติ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 63 บาท

KTC รับผลกระทบ NIM ลดลงมาก ให้ถือหรือขาย

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ บล.เคจีไอฯ ระบุในบทวิเคราะห์ฯ ปรับลดคำแนะนำหุ้น KTC เป็น "ขาย" จากเดิม "ถือ" ประเด็นสำคัญที่ได้จากผู้บริหาร KTC คือ NIM จะลดลงมากกว่าที่คาดไว้ และผลประกอบการครึ่งหลังปี 63 จะแย่กว่าครึ่งปีแรก แต่คุณภาพสินทรัพย์อาจดีขึ้น เนื่องจาก NPL ชะลอตัวลงใน Q3 เพราะเร่งตัดหนี้สูญ และผ่อนคลายเกณฑ์การจัดชั้นสินเชื่อปรับโครงสร้าง จึงปรับเพิ่มสมมติฐาน credit cost ปี 63/64 เพิ่ม และปรับสมมติฐานผลตอบแทนสินเชื่อลดลงเหลือ จึงประมาณการกำไรปี 63ลดลง 21% ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าที่ 33 บาท

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ "ถือ" KTC ให้ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท คาดผลประกอบครึ่งปีหลังต่ำกว่าครึ่งปีแรก รับผลการลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ตามมาตรการแบงก์ชาติ คาดผลการลดดอกเบี้ยดังกล่าว จะมีผลต่อ NIM และจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ การเร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ “KTC พี่เบิ้ม” ยังช่วยเพิ่มรายได้ไม่มากนัก ทำให้ KTC ต้องเพิ่มความเข้มในการกลั่นกรองสินเชื่อเพื่อควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ ส่วน NPL ที่มีค้างมาก อยู่ระหว่างปรึกษากับผู้สอบบัญชี ปรับประมาณการกำไรปีนี้ลง 20% แนะนำ “ถือ” ปรับราคาเป้าหมายปี 63 ลงมาอยู่ 32.50 บาท

MTC หุ้นน้ำดี มีปัจจัยโดดเด่น 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ "ซื้อ" หุ้น MTC ราคาเป้าหมาย 63 บาท ประเมินกำไรสุทธิ 2Q20E ที่ 1.27 พันล้านบาท จากสินเชื่อที่ขยายตัวตามความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองฯ ลดลง จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ประเมินว่า loan yield จะปรับลงระยะสั้นช่วง เม.ย.-ส.ค. ทั้งนี้ ยังคงกำไรสุทธิปี 2020E ที่ 4.55 พันล้านบาท ส่วนราคาหุ้นปรับลง จากการเข้ามาแย่งลูกค้าของธนาคารออมสิน และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของแบงก์ชาติ ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดกำไร Q2 ของ MTC ที่ 1,265 ล้านบาท โดยรวมกำไรเพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นและสำรองหนี้สูญลดลง สำหรับกำไรเพิ่มขึ้น ส่วน Q3 คาดโตต่อเนื่องจากการผ่อนคลาย lockdown และมาตรการเยียวยาจากรัฐ ในด้านคุณภาพสินทรัพย์คาด MTC ยังควบคุมให้ NPL Ratio อยู่ในช่วง 1.2-1.3% ได้ ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 68 บาท

บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การรุกเข้ามาในกลุ่มลูกค้ารายย่อยของธนาคารออมสิน น่าจะเป็นการดำเนินงานตามมาตรการภาครัฐบาล ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือประชาชน ประเมินเป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการกลุ่ม Non-Bank ในระยะสั้น ช่วงครึ่งหลังปี 2563-กลางปี 2564 เพราะกลุ่ม Non-Bank มีสาขากระจายในชุมชน เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยได้ลึกกว่า ให้เลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยโดดเด่นเฉพาะตัว เช่น MTC คาดผล Q2 ของ MTC จะแตะระดับ "นิวไฮ" ของปี 2563 คงแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 62.25 บาท

JMART ทุนดีไม่มีผลกระทบ โบรกฯ ปรับเป้าราคาหุ้นเพิ่ม

บล.บัวหลวง ประเมินถึง JMART ว่าภายหลังจากการที่ J-Fintech ปรับโครงสร้างทุนที่ได้ KB Bank จากเกาหลีใต้ เข้ามาร่วมลงทุน จะส่งผลให้ JMART ได้รับกำไรพิเศษจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมราว 150-200 ล้านบาท จึงปรับกำไรปี 2563 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกำไรพิเศษที่จะเข้ามา ขณะแนวโน้มผลงานของ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส หรือ JMT ที่มองว่าดีกว่าคาด อีกทั้งการดำเนินงานของ บมจ.ซิงเกอร์ (ประเทศไทย) หรือ SINGER ที่คุม NPL ให้ลดลงได้ จึงเห็นโอกาสการเริ่มสะสมหุ้น JMART ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 15 บาท แนะนำ “ซื้อ”

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ประเมิน คาดกำไรของ SINGER ไตรมาส 2 ที่ 120 ล้านบาท เพิ่ม 129% ถือเป็นการเติบโตเท่าตัวสวนโควิด-19 เพราะมองเห็นพัฒนาการบวกทั้ง 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจขาย-เช่าซื้อสินค้า รายได้การขายเพิ่มขึ้น 59% นอกจากจะเป็นไฮซีซันแล้วยังได้โอกาสขายเพิ่มช่วงที่คนอยู่บ้าน หนุน GPM ขยับขึ้นตาม Product mix ดีขึ้น และธุรกิจ C4C พอร์ตสินเชื่อเติบโตได้ตามแผน หนุนรายได้ดอกเบี้ยบวก 7% จากไตรมาสแรก ขณะ NPL ลดลง เป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน หนุนกำไรครึ่งปีแรกเพิ่ม 125% และแนวโน้มกำไรปี 2563 เพิ่มขึ้น 144% ปรับราคาขึ้นเป็น 17.70 บาท/หุ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...