xs
xsm
sm
md
lg

ส่องงบไตรมาส 2 หุ้นโรงไฟฟ้า ใครปัง ใครแป้ก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จับตางบ Q2/63 หุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โบรกฯ คาด BGRIM-GULF กำไรปรับตัวดีขึ้น ฟาก BCPG -RATCH-TPIPP-EGCO กำไรลดลง ส่วน CKP พลิกขาดทุน

ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมข้อมูลหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งจะเตรียมประกาศผลประกอบการของไตรมาส 2/63 ในเร็วๆ นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทที่กำไรปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

ส่วนบริษัทที่กำไรในไตรมาส 2/63 ลดลงได้แก่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO

GULF คาดฟันกำไรสุทธิ 1.8 พันล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่าแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 ของ GULF จะทำได้ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาด GULF จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 850 ล้านบาท ซึ่งหากดูกำไรจากธุรกิจหลักแล้ว จะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน

หากเทียบกับไตรมาส 1/63 จะเติบโต 539% เพราะไตรมาส 1/63 ทาง GULF ขาดทุนสุทธิ 431 ล้านบาท สาเหตุที่กำไรในไตรมาส 2/63 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะค่าความผันแปรตามฤดูกาล (Weight Factor) ที่สูงขึ้นจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) และต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงจากโรงไฟฟ้าประเภท SPP

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า GULF จะมีกำไรปกติในไตรมาส 2/63 จำนวน 912 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน เพราะผลกระทบของ Covid-19 ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าในกลุ่มประเภทโรงงานอุตสาหกรรมลดลง

BGRIM กำไรพุ่ง หลังบุ๊กจ่ายไฟเพิ่ม 528 MW

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า BGRIM จะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 1,043 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน หากตัดตัวเลขกำไรอัตราแลกเปลี่ยนออกไป 376 ล้านบาท จะทำให้มีกำไรปกติอยู่ที่ 667 ล้านบาท ซึ่งก็ยังเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี จำนวน 528 MW โดยหลักมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม 473 MW ที่จ่ายไฟเข้าระบบในกลางปี 62 รวมถึงการเข้าการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าอ่างทองพาวเวอร์ กำลังผลิต 86 MW ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และทำให้รับรู้รายได้ทันทีในปลายไตรมาส 1/63 รวมถึงต้นทุนด้านก๊าซธรรมชาติที่ลดลง 5% จากปีก่อน

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ BGRIM ในไตรมาส 2/63 จะอยู่ที่ 654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.80% จากปีก่อน เพราะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศ
เวียดนาม และต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า BGRIM จะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/63 จำนวน 1,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 625 ล้านบาท เนื่องจาก BGRIM จะรับรู้รายได้จากอ่างทองพาวเวอร์ ขนาดกำลัง 123 MW เข้ามาเต็มไตรมาสครั้งแรก รวมถึงมีต้นทุนจากก๊าซธรรมชาติที่ลดลง

BCPG ภัยแล้งใน สปป.ลาว ฉุดกำไรลด 27%

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/63 ทาง BCPG จะมีกำไรสุทธิ 340 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากค่าความเข้มข้นของแสงอาทิตย์ในโครงการโซลาร์ ฟาร์มในไทยอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับปัญหาภัยแล้งใน สปป.ลาว ซึ่งทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในสปป.ลาว ยังมีผลขาดทุน รวมถึงโซลาร์ ฟาร์มที่ญี่ปุ่นจ่ายไฟฟ้าน้อยลง เพราะความต้องการไฟลดลงจากผลกระทบของ Covid-19

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าไตรมาส 2/63 จะเป็นจุดต่ำสุดของ BCPG โดยคาดจะมีกำไรอยู่ที่ 320 ล้านบาท เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ประกอบกับปีนี้เป็นปีที่น้ำแล้งเป็นพิเศษ และมีจะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

CKP น้ำงึม 2-ไซยะบุรี ผลิตไฟฟ้าลดลง

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ผลประกอบการของ CKP ในไตรมาส 2/63 จะพลิกขาดทุนสุทธิ 343 ล้านบาท หลังจากที่ช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 84 ล้านบาท เนื่องจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้น้อยลง โดยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียง 210GWh ซึ่งลดลง 55% จากปีก่อน ถึงแม้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจน 1 และ 2 จะมียอดการผลิตที่ทรงตัวจากปีก่อน และมีโอกาสที่จะรับรู้ผลขาดทุนจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CKP จะขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/63 จำนวน 194 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกขาดทุนหลังจากที่ช่างเดียวกันของปีก่อน มีกำไร 104 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากภัยแล้งที่ต่อเนื่องมาจากเมื่อปี 62 ทำให้โครงการน้ำงึม 2 (NN2) กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 258MW ผลิตกระแสไฟฟ้าลดลง 58% จากปีไตรมาส 2/62

RATCH โรงไฟฟ้าใหญ่ปิดซ่อมบำรุง

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาด RATCH จะมีผลกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 จำนวน 1,492 ล้านบาท ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 261 ล้านบาท และมีการกลับรายการมูลค่าสต๊อกน้ำมัน จำนวน 251ล้านบาท ส่วนกำไรปกติจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,213 ล้านบาท ลดลง 44% จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้า RATCHGEN ซึ่งมีกำลังการผลิตคิดเป็น 50% ของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นปิดซ่อมบำรุง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าหงสาที่ลดลงเพราะปิดซ่อมบำรุง

TPIPP กำไร Q2 โตดีกว่า Q1

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า TPIPP จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 1,255 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11% แต่เป็นเพราะมีค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้กำไรสุทธิยังทรงตัว

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า TPIPP จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 1,159 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาส 1/63 เพราะปริมาณขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่มีปัญหาจากสายส่งส่วนกลาง

EGCO คาดกำไรโค้ง 2 กำไรหด 21%

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/63 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 2,102 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากการปิดซ่อมโครงการโรงไฟฟ้าพาจู กำลังการผลิต 1,823 MW แต่อย่างไรก็ตาม กำไรปกติในไตรมาส 2/63 ลดลงเพียง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/63 ซึ่งได้แรงหนุนจากโรงไฟฟ้าเคซอนที่ฟิลิปปินส์ และโรงไฟฟ้าขนอม


กำลังโหลดความคิดเห็น...