xs
xsm
sm
md
lg

แสนสิริฟุ้งโตสวนกระแส ปรับเป้าโอนเพิ่มเป็น 39,000 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุทัย อุทัยแสงสุข
แสนสิริ โตสวนกระแส โชว์ยอดขายครึ่งปีแรก 22,000 ล้านบาท ระบุออกแคมเปญแรงใช้ได้ผลแม้มาร์จิ้นลด 2-3% พร้อมประกาศปรับเป้ายอดโอนเพิ่มเป็น 39,000 ล้านบาท เผยลดเปิดโครงการใหม่เหลือ 12 โครงการ มูลค่า 16,900 ล้านบาท ตามภาวะชะลอตัวของตลาด

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า จากการทำการตลาดในรูปแบบ Speed to Market ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทเติบโตขึ้นมาก ด้วยการออกแคมเปญแรงๆ เช่น “ผ่อนให้ 24 เดือน” และการลดราคาในบางโครงการ เพื่อเร่งปิดการขาย ส่งผลให้บริษัทสามารถปิดการขายโครงการเก่าได้ถึง 19 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการ บ้านเดี่ยว 7 โครงการ โครงการมิกซ์โปรดักต์ ที่มีทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และบ้านแฝด 6 โครงการ และมียอดขายสินค้าทุกประเภทรวมกันตั้งแต่เมษายนเป็นต้นมาเฉลี่ยสูงกว่า 1,000 ยูนิต/สัปดาห์ จากเดิมมียอดขายเฉลี่ย 600-700 ยูนิต/สัปดาห์ ทำให้ยอดขายของบริษัทสูงสวนทางกับตลาดที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม โปรโมชันต่างๆ ที่บริษัทนำออกมาใช้เพื่อกระตุ้นยอดขายจะทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทปรับลดลงมาบ้านประมาณ 2-3% จากเดิมที่มีกำไรขึ้นต้นประมาณ 30% กว่าๆ ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 27-28% แต่ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้สามารถระบายสต๊อกออกไปได้มากในภาวะที่ตลาดไม่ดี สามารถปิดการขายโครงการเก่า และมียอดขายโตส่วนกระแสตลาด

ส่งผลบริษัทให้ปรับเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นจาก 29,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดโอนทั้งแนวราบและแนวสูงยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัทมียอดโอนแล้ว 18,200 ล้านบาท และยังมี Secure backlog ในมือที่เตรียมโอนแล้ว 16,200 ล้านบาท รวมเป็น 34,200 ล้านบาท ทำให้บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดโอนจากเดิม 33,000 ล้านบาท ปรับเป็น 39,000 ล้านบาท เท่ากับว่าบริษัทมีเป้าหมายที่ต้องโอนเพิ่มอีกเพียง 4,600 ล้านบาทเท่านั้น จึงคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน


นายอุทัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในภาวะที่ตลาดที่ยังคงชะลอตัวและยังมีปัจจัยลบจำนวนมาก ทำให้บริษัทปรับแผนการลงทุนใหม่ เพื่อให้มีความรัดกุม และสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา จากเดิมตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ทั้งปี 18 โครงการ 24,000 ล้านบาท ลดลงมาเหลือ 15 โครงการ โดยครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 3 โครงการ และในช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 12 โครงการ มูลค่า 16,900 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 10 โครงการ มูลค่า 14,300 ล้านบาท โดยเป็นบ้านเดี่ยว 3 โครงการ โครงการแบบมิกซ์โปรดักต์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ 7 โครงการ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 2,600 ล้านบาท

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังมีแผนโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่อีก 4 โครงการใหม่ ได้แก่ เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, เดอะ เบส สะพานใหม่, XT เอกมัย และ La Habana หัวหิน เป็นต้น แสนสิริมองว่า ในช่วงครึ่งปีหลังตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยวิเคราะห์จากดีมานด์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และจากเทรนด์อยู่อาศัยที่คนไทยต้องการมีบ้าน 2 หลัง ทั้งคอนโดมิเนียมที่อยู่ในเมือง เพื่อการเดินทางทำงานที่สะดวก ขณะที่ยังมีความต้องการบ้านชานเมืองเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีความปลอดภัยมากกว่า ยังรวมถึงการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบ Work From Home ที่ทำให้ดีมานด์ของบ้านแนวราบเพิ่มสูงขึ้น จากการมองหาบ้านที่มีพื้นที่กว้างขึ้น เพื่อจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวในการทำงานที่บ้าน ขณะที่กลุ่มลูกค้าบางกลุ่มเริ่มมองหาบ้านหลังใหญ่ที่สามารถ Social Distancing ได้ หรือต้องการแยกครอบครัวออกจากครอบครัวใหญ่เพื่อจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ยังรวมไปถึงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มองหาบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเป็นบ้านหลังแรกเพิ่มขึ้นในปัจจุบันอีกด้วย


นอกจากนี้ แสนสิริมองว่า ดีมานด์ที่อยู่อาศัยในตลาดต่างชาติจะกลับมา โดยเฉพาะชาวจีนที่จะมองหาบ้านหลังที่ 2 ในประเทศที่มีความปลอดภัยและมีระบบสาธารณสุขที่ดี ทั้งนี้ จากการรับมือที่ดีในสถานการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ทั่วโลกเล็งเห็นถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยในการรับมือ นอกจากนี้ไทยยังเป็นประเทศฟื้นตัวจากโควิด-19 อันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย จาก 184 ประเทศทั่วโลก จากการจัดอันดับ Global COVID-19 Index แสนสิริจึงมุ่งเจาะกลุ่มตลาดต่างชาติที่ต้องการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ (Leasehold) ในรูปแบบบ้านหรือทาวน์โฮม ในรูปแบบเช่าระยะยาว 30 ปี และบวกเพิ่ม 30+30 ปี เป็น 90 ปี โดยสามารถขายโครงการบุราสิริ สันผีเสื้อ จ.เชียงใหม่ ในรูปแบบ Leasehold ในช่วงที่ผ่านมา ได้ถึง 40 ยูนิต จากชาวจีนที่ต้องการซื้อบ้านในไทย จากแนวโน้มดีมานด์บ้านแนวราบ แสนสิริจึงเปิดตัว “Sansiri Housing Evolution” ที่มุ่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกความต้องการทุกเซกเมนต์ โดยเราวางเป้ายอดขายแนวราบในปีนี้ที่ 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะผลักดันให้ยอดขายของแสนสิริก้าวสู่ 1.2 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ตามเป้าหมายที่วางไว้


กำลังโหลดความคิดเห็น...