xs
xsm
sm
md
lg

มั่นคงฯ เดินหน้าตามแผนธุรกิจ 5 ปี เล็งขายโรงงานเข้ากองทรัสต์เสริมสภาพคล่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์
มั่นคงฯ เดินหน้าตามแผนธุรกิจ 5 ปี เน้นปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบไวรัสโควิด-19 ดึงเทคโนโลยีออนไลน์ช่วยขายไตรมาส 1/63 สร้างยอดขายกว่า 500 ล้านบาท เล็งขายโรงงาน-คลังสินค้ามูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์เสริมสภาพคล่องทางการเงิน

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการจำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทุกภาคธุรกิจ ซึ่งในส่วนของมั่นคงฯ นั้น ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มากนัก เนื่องจากบริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือและปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับการทำงานของทีมงาน การปรับการขายที่ดึงเอาเทคโนโลยี Virtual Tour 360 องศา มาใช้ให้ลูกค้าชมบ้านเสมือนจริงแม้ไม่ได้เดินทางมาที่โครงการ และยังสามารถเลือกเป็นเจ้าของผ่านช่องทาง Line ได้อีกด้วย นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและกว่า 70% เป็นลูกค้าไม่ติดภาระสัญญากู้เงินที่อยู่อาศัย ประกอบกับสินค้าของบริษัทฯ อยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท จึงทำให้ได้รับผลกระทบไม่มากหนัก นอกจากนี้ ยังได้ออกโปรโมชันต่างๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น ทำให้บริษัทฯ ยังสามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 500 ล้านบาท ซึ่งหากรวมยอดจอง Pre-Approve และ Backlog แล้ว บริษัทฯ สามารถทำยอดขายในช่วงไตรมาสแรกคิดเป็น 35% ของเป้าตลอดทั้งปี 2563 และจากการดำเนินงานในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดจอง Pre-Approve และ Backlog ประมาณ 90 ล้านบาท/สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 80%

“จากความแข็งแกร่งของแผนธุรกิจ 5 ปี ของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างสมดุลรายได้เพื่อความมั่นคง นับว่าเป็นแผนการดำเนินงานที่บริษัทฯ มาถูกทางแล้ว แม้ในภาพรวมของการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยจะชะลอตัวไปบ้างด้วยปัจจัยต่างๆ แต่ด้วยแผนธุรกิจของบริษัทฯ ทำให้เรามีรายได้จากธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการ หรือธุรกิจรายได้ประจำเข้ามาเสริมและช่วยรักษาสมดุลทางรายได้ ทำให้ยังสามารถรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งในปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการ รวม 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2561” นายวรสิทธิ์ กล่าว

สำหรับธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการของมั่นคงเคหะการ ได้แก่ ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน ที่บริหารงานโดย บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ยังคงทำผลงานได้ดี ทั้งนี้ ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีผู้เช่าแล้วกว่า 90% ของพื้นที่เช่า ธุรกิจโครงการ พาร์ค คอร์ท (Park Court) สุขุมวิท 77 คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ระดับลักชัวรีไฮเอนด์ให้เช่า ยังสามารถรักษาอัตราเช่าให้อยู่ที่ 80% ของจำนวนห้องเช่าทั้งหมด ธุรกิจสนามกอล์ฟ ฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ ธุรกิจบริการด้านดูแลจัดการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัท ยัวร์ส พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด รวมไปถึงธุรกิจโครงการสถานพยาบาล สถานฟื้นฟู และเวชศาสตร์ชะลอวัย (Wellness Center) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต และมีแผนจะเปิดตัวช่วงปลายปี 2563

ในส่วนของหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินที่จะครบกำหนดในช่วงปีนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ระดมออกหุ้นกู้ 3 ปี 11 เดือน เป็นจำนวนเงิน 1,565 ล้านบาท อีกทั้งได้มีการขายทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในแผนพัฒนาในอนาคตอันใกล้เป็นจำนวนเงินกว่า 2,600 ล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่ไม่มีภาระผูกพันอีกมากกว่า 2,500 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีความยืดหยุ่นเพื่อใช้เป็นช่องทางในการเสริมสภาพคล่อง

นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะขายทรัพย์สินในส่วนของโรงงานและคลังสินค้าให้เช่ากว่า 130,000 ตารางเมตร มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยทาง ก.ล.ต.ได้อนุมัติให้จัดตั้งบริษัทจัดการกองทรัสต์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และคาดว่ากองทรัสต์จะเสนอขายต่อประชาชนได้ในไตรมาส 3 นี้ ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest bearing debt ratio) ให้ยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นปี มีสัดส่วนเท่ากับ 1.3 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

“ในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ท้าทายด้วยปัจจัยหลายๆ ด้าน ทั้งปัจจัยจากไวรัสโควิด-19 และสภาวะเศษฐกิจทั้งหลาย แต่เราก็ยังคงเดินหน้าสานต่อนโยบายสร้างความสมดุลของรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอทั้งเช่าและการบริการ และมองหาโอกาสในการพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ เพื่อขยายในส่วนของธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ ตามแผนการดำเนินธุรกิจ 5 ปี พร้อมขยับสัดส่วนกำไรของทั้ง 2 ฝั่งให้อยู่ที่ 50/50 ภายในปี 2564 เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นคงให้บริษัทฯ ตามแผนที่วางไว้” นายวรสิทธิ์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...