xs
xsm
sm
md
lg

ฟิทช์คงอันดับเครดิตของ BBL จับตาฐานะเงินกองทุนหลังซื้อแบงก์อินโดฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ที่ ‘BBB+’ และอันดับเครดิตภายในประเทศที่ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประกาศแผนการเข้าซื้อหุ้นของธนาคาร PT Bank Permata Tbk (AAA(idn)/เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ) ประเทศอินโดนีเซียในสัดส่วน 89% โดยธุรกรรมครั้งนี้ยังต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และทางการที่เกี่ยวข้อง โดย BBL คาดว่าธุรกรรมการซื้อขายจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 ปี 2563

ทั้งนี้ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ และอันดับเครดิตภายในประเทศ พิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร (Viability Rating  หรือ VR) ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างเครดิตของของธนาคารเอง 

ส่วนการประกาศคงอันดับเครดิตและให้แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพของธนาคารพิจารณาจากมุมมองของฟิทช์ ว่า การเข้าซื้อหุ้น Permata ไม่น่าจะส่งผลให้โครงสร้างเครดิตของธนาคารเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมดังกล่าวได้แสดงถึงระดับคามเสี่ยงที่ธนาคารยอมรับได้ (risk appetite) ที่สูงขึ้น รวมถึงการยอมรับต่อการมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยง (risk absorption buffer) ที่ลดลงได้ ขนาดของสินทรัพย์ที่ธนาคารจะเข้าซื้อ (หากสำเร็จ) ถือว่ามีนัยสำคัญโดยจะคิดเป็น 9% ของสินทรัพย์รวมของธนาคารภายหลังรวมกิจการตามตัวเลขประมาณการของธนาคาร

อีกทั้งฐานะเงินกองทุนของธนาคาร อันเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของธนาคารมาอย่างยาวนาน มีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของของธนาคาร อาจลดลงเป็น 14.5% จาก 17.7% จากตัวเลขประมาณการของธนาคาร ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 แต่ปัจจัยที่จะช่วยรองรับความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น อัตราส่วนเงินกันสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และระดับสภาพคล่องที่น่าจะยังทรงตัวและสนับสนุนโครงสร้างเครดิตของธนาคารภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการต่อไปได้

ทั้งนี้ แผนการเข้าซื้อกิจการของ Permata สอดคล้องต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของ BBL ที่ต้องการเป็นธนาคารชั้นนำในภูมิภาคโดยมีเครือข่ายทางธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้นในตลาดที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิทช์เชื่อว่า BBL มีสถานะที่ดีกว่าธนาคารอื่นในด้านการขยายตัวของธุรกิจในตลาดต่างประเทศ จากความเชี่ยวชาญในด้านกิจการต่างประเทศของธนาคาร โดยธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารคิดเป็นประมาณ 17% ของสินเชื่อรวม อย่างไรก็ตามขนาดและความซับซ้อนของธุรกรรมอาจทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงจากการดำเนินการตามแผน (execution risk) อีกทั้งอาจต้องอาศัยระยะเวลาในการผสานธุรกิจและใช้ประโยชน์จากการรวมธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของธนาคารต่อไป

ฟิทช์ มองว่า BBL เป็นหนึ่งในธนาคารไทยที่มีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งที่สุด ความสามารถในการสร้างกำไรที่เพียงพอและการจ่ายเงินปันผลจะเป็นสิ่งชี้วัดว่าธนาคารจะสามารถสร้างฐานะเงินกองทุนซึ่งอาจจะปรับตัวลดลงไปหลังจากการเข้าซื้อกิจการกลับมาได้หรือไม่

นอกจากนี้ ฟิทช์จะสังเกตการณ์ระดับของการยอมรับความเสี่ยง (risk appetite) และฐานะเงินกองทุนของธนาคารอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการปรับตัวอ่อนแอลงมากกว่าที่คาดไว้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของสินทรัพย์ที่มีระดับความเสี่ยงที่มากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งแสดงถึงการลดระดับมาตรฐานการประเมินความเสี่ยงของธนาคารที่อ่อนแอลง อาจส่งผลในเชิงลบต่ออันดับเครดิต

รวมถึงผลประกอบการที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งทำให้ระดับต่ออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญในด้านคุณภาพสินทรัพย์และฐานะเงินกองทุนอ่อนตัวลง อาจส่งผลให้อันดับเครดิตของธนาคารถูกปรับลดอันดับเช่นกัน ทั้งนี้ โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของธนาคารนั้นถูกจำกัดเนื่องจากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของ BBL ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตของประเทศไทย (BBB+/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวก) แล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...