xs
xsm
sm
md
lg

"เมย์แบงก์ กิมเอ็ง" คาดไตรมาส 1 ปี 2563 ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่จุดฟื้นตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดไตรมาส 1 ปี 2563 ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่จุดฟื้นตัว โดยมองว่าช่วงต้นปี 2563 ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความหวังอีกครั้งโดยเรามักจะเห็นบริษัทจดทะเบียนต่างๆมีการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ในช่วงต้นปีและแน่นอนว่าเป้าหมายดังกล่าวมักจะออกมาค่อนข้างท้าทาย โดยจุดที่ได้เปรียบของปี 2563 คือ บริษัทส่วนใหญ่มีฐานกำไรในปี 2562 ค่อนข้างต่ำจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแรง

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่าปี 2562 เป็นปีที่ไม่ค่อยสดใสสำหรับตลาดทุนไทย โดยเปิดต้นปี ดัชนีอยู่บริเวณ 1,563จุด ไปทำจุดสูงสุดของปีในช่วงเดือนกรกฏาคม ที่บริเวณ 1,748 จุดและช่วงท้ายปีปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 1,570+/- ถ้าคิดเป็นผลตอบแทนของ SET index ปี 2562 ถือว่าบวกได้เพียง 1% โดยการปรับตัวลงในช่วงท้ายปีตอบรับเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ เช่น การยืดเยื้อของสงครามการค้า,ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตต่ำคาดอย่างไรก็ดีเราเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาตอบรับปัจจัยลบมากไปแล้วและปัจจัยดังกล่าวคาดปรับตัวดีขึ้นในปี 2563โดยประเมินปัญหาสงครามการค้ามีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้นหลังจากบรรลุข้อตกลงการค้าเฟส 1 ผสานกับสัญญาณเศรษฐกิจไทยที่คาดฟื้นตัวขึ้นจากการขับเคลื่อนของทั้งนโยบายการเงินและการคลังจากภาครัฐรวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ถือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อการลงทุนปรับตัวขึ้นดังนั้นจากปัจจัยที่ได้กล่าวข้างต้นเราจึงประเมินดัชนีหุ้นไทยกำลังเข้าสู่จุดฟื้นตัว

ท่ามกลางปัญหาสงครามการค้าที่ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กดดันการลงทุนมาโดยตลอดแม้ว่าช่วง Q4/62 เราเริ่มเห็นสัญญาณของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับจีนมากยิ่งขึ้นหลายครั้งเริ่มมีความหวัง แต่สุดท้ายมักจะจบลงด้วยความผิดหวังเนื่องจากการจะหาข้อตกลงทางการค้าให้เป็นที่น่าพอใจของทั้ง 2 ฝ่ายค่อนข้างยากโดยทางด้านสหรัฐฯ ก็ต้องการให้จีนเร่งซื้อสินค้าเกษตร เนื้อสัตว์ ในปริมาณสูงเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรของสหรัฐฯซึ่งถือเป็นฐานเสียงที่สำคัญก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในช่วงปลายปี 2563 ในขณะที่ ทางฝั่งจีนต้องการให้ สหรัฐฯยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีสินค้าที่โดนผลกระทบแล้วกว่า3.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าการเจรจาการค้าจะเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อหาจุดที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่าย โดยเราเชื่อว่าจุดต่ำสุดได้ผ่านพ้นไปแล้วในปี 2562จากการปลดล็อคเจรจาการค้าเฟส 1 และจะค่อยๆผ่อนคลายลงในปี 2563แม้อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ก็น่าจะออกมาในเชิงบวกก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วงปลายปีหน้าได้

สำหรับช่วงต้นปี 2563 ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความหวังอีกครั้งโดยเรามักจะเห็นบริษัทจดทะเบียนต่างๆมีการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ในช่วงต้นปีและแน่นอนว่าเป้าหมายดังกล่าวมักจะออกมาค่อนข้างท้าทาย โดยจุดที่ได้เปรียบของปี 2563 คือ บริษัทส่วนใหญ่มีฐานกำไรในปี 2562 ค่อนข้างต่ำจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแรง ดังนั้นการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำถือว่ามีความเป็นไปได้ หลังจากเราเริ่มเห็นสัญญาณของปัญหาต่างๆ เข้าสู่ช่วงเวลาการฟื้นตัว แต่อย่างไรก็ดีทุกอย่างคงต้องใช้ระยะเวลาในการเยียวยาก่อนกลับสู่ภาวะปกติ

ประเมินเป้าหมายดัชนีปี 2563 ที่ระดับ 1,720 จุด สัญญาณเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกดดันกำไรบริษัทจดทะเบียนอ่อนแอ ส่งผลให้ตลอดปี 2562 นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการลงต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแต่อย่างไรก็ดีเราคาดว่าปี 2563 ภาพรวมเศรษฐกิจภายในและภายนอกจะเข้าสู่จุดฟื้นตัวท่ามกลางนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลาง และเร่งใช้นโยบายการคลังมากขึ้นผสานกับปัญหาสงครามการค้าที่คาดจะมีพัฒนาการเชิงบวกคาดหนุนกำไรรวมของบริษัทจดทะเบียนเติบโตจากฐานต่ำราว +9.4 % YoY สู่ระดับ 1.07 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 101.7 บาท ต่อหุ้นซึ่งหากอิงค่าเฉลี่ย PE Ratio ของ SET 10 ปีย้อนหลัง +1.5 S.D ที่ระดับ 16.9 เท่าจะได้ดัชนีเป้าหมายของ SET Index ปี 2563 ที่ระดับ 1,720 จุด

คาด SET ช่วง Q1/63 ฟื้นตัวในกรอบ 1,500-1,650 จุดจากคาดการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนมีการพัฒนาดีขึ้นผสานกับเศรษฐกิจในประเทศที่มีโอกาสเร่งตัวขึ้นจากฐานต่ำทั้งด้านการบริโภคผ่านนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่วนการลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายจากภาครัฐฯปรับตัวตอบรับการปลดล๊อคผ่าน พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งจะเร่งเบิกจ่ายภายในเดือนกุมภาพันธ์2563 ผสานกับการดำเนินนโยบายการคลังของธนาคารกลางทั่วโลกที่มากขึ้นในขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลกคาดยังทรงตัวในระดับต่ำเป็นบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยธีมการลงทุนเด่น เน้นสะสมหุ้น Valuation ไม่แพง, ปันผลสูง, เข้าสู่ช่วง High Seasons และมีการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืนโดยเราเลือก AOT, BBL, BEM, CPN เป็นหุ้นเด่นประจำไตรมาส Q1/633


กำลังโหลดความคิดเห็น...