xs
xsm
sm
md
lg

3 บจ.รับอานิสงส์ขายไอโฟน 11 ยอดจองพุ่ง ดันรายได้โตกว่า 40%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัทจดทะเบียนตัวแทนขาย iPhone รับทรัพย์ สาเหตุจากราคาเครื่องรุ่นใหม่ลดลงจากรุ่นก่อนหน้าที่ออกจําหน่ายเมื่อปีก่อน 9-17% ส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มนิยมเทคโนโลยีตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้ผลิต smartphone จะลดราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของเครื่องรุ่นเก่ากว่าลง ซึ่งมองว่าช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มที่อ่อนไหวด้านราคา ผู้บริหาร บจ. ตัวแทนขายประเมิน Apple มีสัดส่วนยอดขายดีขึ้นมากกว่าปีก่อน 40% ผลดีจากไอโฟน 11 ที่ยอดจองซื้อกว่าเท่าตัว ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในปัจจุบันนี้อาจกล่าวได้ว่าอุปกรณ์สื่อสารเช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในอวัยวะที่ 33 ของคนเราไปแล้ว อย่างน้อยต้องมีกันคนละ 1 เครื่อง และจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโทรศัพท์มือถือในหลากหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อโทรศัพท์มือถือจากประเทศจีน หรือประเทศเกาหลี ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เป็นหลัก โดยในทุกๆ 4 เดือนมักจะมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด 1-2 รุ่น ซึ่งมีหลายรุ่นและราคาที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนถึงหลายหมื่นบาท เนื่องจากด้วยคุณลักษณะของ Smart Phone ในปัจจุบันที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน นอกเหนือจากเพียงแค่เพียงการใช้เพื่อโทรศัพท์หากันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่ยังรวมเอาความสามารถด้านความบันเทิงอื่นๆ และคุณสมบัติด้านการทำงานเข้ามาผนวกเอาไว้ด้วยไม่ว่าจะเป็น ทีวี วิทยุ กล้องถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ใช้เป็นอุปกรณ์นำทาง หรือแม้กระทั่งใช้งานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เช่น เครื่องคิดเลข, เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ การใช้งานตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลผ่านคิวอาร์โค้ด ใช้เป็นนาฬิกาปลุก หรือจับเวลาถอยหลัง ใช้แทนกระดาษวาดรูป เป็นสมุดจดแจ้งเตือนการทำงานตารางนัดหมาย เป็นได้แม้กระทั่งพจนานุกรม เครื่องบันทึกเสียง หรือบันทึกกิจกรรมด้านสุขภาพ เป็นต้น และยังคงมีการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี

อย่างไรก็ตาม ในหลากหลายยี่ห้อของโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาจกล่าวได้ว่า iPhone มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทรนด์เทคโนโลยีของตลาดโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนี้ แม้ว่า iPhone เองนั้นจะไม่ได้มีการออกวางจำหน่ายหลายรุ่นในแต่ละปี ซึ่งเฉลี่ยจะออกรุ่นใหม่มาเพียงปี 1 รุ่นเท่านั้น (แต่จะเพิ่มความแตกต่างด้านคุณลักษณะเฉพาะ เช่น พื้นที่ความจุข้อมูลภายใน หรือขนาดหน้าจอ เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อใช้) ซึ่งในช่วงปลายไตรมาส 3 ของทุกปี Apple บริษัทผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ iPhone จะทำการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ และทยอยออกวางจำหน่ายตามลำดับ ซึ่งในประเทศไทยจะอยู่ในช่วงไตรมาส 4 ของทุกๆ ปี โดยอาจพูดได้ว่าเป็นช่วงฤดูทองคำของบริษัทจดทะเบียนหลัก 3 รายในตลาดหุ้นที่ถือแฟรนไชส์ iStudio คือ COM7, SPVI และ CPW

บมจ.คอมเซเว่น หรือ COM7 ถือได้ว่าเป็นพี่ใหญ่สุดใน 3 พี่น้องที่ถือใบอนุญาตแฟรนไชส์จำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Apple ในชื่อร้าน iStudio ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปัจจุบัน (ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2562) กว่า 34,200 ล้านบาท จากความได้เปรียบในด้านจำนวนสาขาที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย โดยปัจจุบันคอมเซเว่น มีร้าน Apple brand shop ภายใต้แบรนด์ Studio7 และ Ustore (ร้านจำหน่ายแบรนด์สินค้า Apple ในมหาวิทยาลัย) จำนวน 100 สาขา นอกจากนี้ มีร้าน BaNANA 230 สาขา Kingkok Phone จำนวน 103 สาขา BKK จำนวน 42 สาขา TRUE Shop by COM7 จำนวน 121 สาขา BaNANA Shopping (แฟรนไชส์) จำนวน70 สาขา iCare จำนวน 26 สาขา และ Brand Shop อีกจำนวน 35 สาขา

จุดเด่นที่สำคัญคือ ในไตรมาสที่ 4 ของทุกปี จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ เพราะแต่ละค่ายมือถือ จะมีการทยอยเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ อีกทั้งยังจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการซื้อเพื่อมอบให้เป็นของขวัญเนื่องในโอกาสที่ตรงกับช่วงสิ้นปี ทำให้ประเมินว่า แนวโน้มรายได้ไตรมาส 4 ของ COM7 จะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% อีกทั้งการตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 800 แห่งภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ายอดขายในปี 62 มีโอกาสทะลุ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเติบโตเกินเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 10% จากระดับ 2.79 หมื่นล้านบาทในปีที่แล้ว ขณะที่ช่องทางขายออนไลน์มียอดขายดีขึ้น ในปีนี้มีสัดส่วนไม่ถึง 5% แต่คาดว่าในอีก 2 ปี สัดส่วนจะขึ้นมาที่ 5% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) นั้นบริษัทฯ ประเมินว่าจะรักษาไว้ให้อยู่ในระดับเฉลี่ย 13-14% โดยเฉพาะไตรมาส 4 จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซัน

“มองว่าในปีนี้สินค้า Apple มีสัดส่วนยอดขายดีขึ้นมากกว่าปีก่อน 40% อีกทั้งได้รับผลดีจากการเปิดตัว iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max ที่มียอดจองซื้อล่วงหน้ามากกว่าเท่าตัว เทียบกับ iPhone X, iPhone XR เมื่อปีแล้ว และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งผลตอบรับเข้ามาดีเกินกว่ายอดจองในรุ่นก่อนมาก โดยมองว่าเป็นผลจากการอัพเดทเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น และตั้งราคาขายในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งปีหน้าหากระบบ 5G เกิดขึ้นเร็วก็เป็นโอกาสที่จะกระตุ้นให้คนเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือมาใช้รุ่นที่รองรับ 5G ได้ด้วย และจะส่งผลต่อโมเมมตัมการขาย iPhone 11 ที่ดีต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนในช่วงต้นปีหน้า ผลักดันให้ยอดขายในปี 2563 เติบโตขึ้นต่อเนื่อง” สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.COM7 กล่าวถึงมุมมองของธุรกิจ

ขณะที่ บมจ.คอปเปอร์ ไวร์ด หรือ CPW หุ้นน้องใหม่เข้าเทรดหุ้น IPOสดๆ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 160 ล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาหุ้นละ 2.38 บาท โดยบริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple อย่างเป็นทางการ คือร้าน iStudio by Copperwired จำนวน14 สาขา ร้าน Ai_ สยามดิสคัฟเวอรี่ 1 สาขา ร้าน iServe 5 สาขา และสาขาล่าสุด ได้แก่ U-Store by Copperwired ม.ราชภัฏสวนสุนันทา นอกจากนี้ ยังมีช่องทาง e-commerce ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทคือ www.istudio.store และ www.dotlife.store อีกทั้งยังประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์อื่นๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมครอบคลุมแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ และมีสินค้าหลากหลายกว่า 2,000 รายการ ในร้าน .life จำนวน 19 สาขา นอกจากนี้ CPW ยังมีบริษัทย่อยที่ดำเนินการโดยบริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และเน้นขายส่งให้ร้านค้าและผู้ประกอบการค้าปลีก เช่น หน้าร้านของ CPW, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, พาวเวอร์บาย และร้านค้าปลอดภาษีคิงพาวเวอร์ เป็นต้น KOAN ยังมีการค้าปลีกผ่านช่องทาง e-commerce โดยผ่านเว็บไซต์ www.koan.co.th

โดยผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,577.80 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 236.98 ล้านบาท หรือ 15.13% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 26.48 ล้านบาท หรือ1.68% โดยรายได้หลักของบริษัทฯ มาจากสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์สัดส่วน 46.33% กลุ่มโทรศัพท์มือถือ 22.94% กลุ่มคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต 27.72% กลุ่มบริการซ่อมแซม และรับประกัน 2.43% ของรายได้รวม

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโตกว่างวดครึ่งปีแรก จากแผนการขยายสาขาใหม่ และการปรับปรุงสาขาเดิมที่จะแล้วเสร็จ โดยเฉพาะไตรมาส 4/2562 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซันธุรกิจที่มีสินค้าใหม่ทยอยเปิดตัว คือ iPhone 11 รุ่นใหม่และ และสินค้าแบรนด์ Apple อื่นๆ รวมทั้งการจับจ่ายใช้สอยสินค้าดิจิทัลไลฟสไตล์ในช่วงปลายปี สนับสนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปีจะเป็นไปตามที่วางไว้

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2563 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 6 สาขา ได้แก่ ร้าน Apple Brand Shop ร้าน .life รวมทั้งปรับปรุงสาขาร้านค้าปลีก 3 สาขา ให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ตามเทรน

ส่วน บมจ.เอส พี วี ไอ จำกัด หรือ SPVI แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับใบอนุญาติจำหน่ายแบรนด์สินค้า Apple อย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้มีการขยายในส่วนของร้าน iStudio เพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้ เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนที่จะขยายสาขาเยอะมากเหมือนก่อน เพราะจำนวนทำเลที่ตั้งของร้านที่จำกัด โดยจะเน้นเฉพาะห้างขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันการขยายตัวของห้างขนาดใหญ่มีไม่มากเหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งความถี่ของการเข้าใช้บริการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ลดลง ในทางกลับกัน SPVI ได้หันไปเน้นธุรกิจการขยายร้าน U Store ซึ่งเป็นร้านขายแบรนด์สินค้า Apple ซึ่งเน้นกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักศึกษาจำนวนมาก เพราะมาจิ้นดี โดยล่าสุด SPVI ได้เปิดสาขา U Store ในมหาวิทยาลัยนเรศวร เนื่องจากมองว่าในระยะหลังกลุ่มลูกค้านักศึกษาในสถานศึกษาเติบโตโดดเด่นมาก โดยเฉพาะสินค้าหลักคือ ไอแพด ที่ราคาไม่สูงมาก และยังมีโปรโมชันด้านราคาเฉพาะกลุ่มอีกด้วย

ขณะที่แม้ว่าในปัจจุบัน โทรศัพท์สมาร์ทโฟนแบรนด์ Apple จะยังมีความต้องการอยู่มากโดยเฉพาะ iPhone11 จากราคาที่ปรับตัวลดลงมากเมื่อเทียบกับรุ่นที่เปิดตัวในปีก่อนหน้า อีกทั้งยังได้มีโปรโมชั่นการส่งเสริมการขายของร้านที่ร่วมกันกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน มองว่าแนวโน้มยอดขายไตรมาส 4 ปีนี้ ปริมาณความต้องการสินค้าใหม่ เช่น iPhone11 และสินค้า Apple อื่นๆ จะมีเข้ามามากน้อยแค่ไหน โดยหากยอดขายที่ได้ตามจำนวนเป้าหมายที่วางไว้ มองว่าเป้าหมายรายได้อาจจะเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อนซึ่งทำได้ 2.59 พันล้านบาท โดย 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขายกว่า 1.57 พันล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 27.60 ล้านบาท ส่วนในไตรมาส 2/2562 มียอดขายเท่ากับ 800.32 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 579.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 220.81 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 38.10% และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 12.68 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 8.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.05 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 46.39%






กำลังโหลดความคิดเห็น...