xs
xsm
sm
md
lg

“คลัง” ไล่บี้ 14 ส่วนงานราชการเร่งเบิกจ่ายงบฯ พร้อมกระทุ้ง “รสก.-แบงก์รัฐ” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“รมว.คลัง” เครื่องร้อนตามบี้ 14 ส่วนราชการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ตีกรอบ 1 เดือน ต้องส่งการบ้านเพื่อรายงาน “บิ๊กตู่” มั่นใจสิ้นปีงบ 58 เบิกจ่ายลงทุนตามเป้า พร้อมกระทุ้ง “รสก.-แบงก์รัฐ” ต้องเป็นแขนขาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมร่วมกับ 14 หน่วยงานภาครัฐเพื่อติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 รวมถึงงบเหลื่อมปี 2557 และเงินกู้พิเศษ รวมกันกว่า 4.7 แสนล้านบาท เพื่อต้องการผลักดันเม็ดเงินในโครงการต่างๆ รวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำให้คืบหน้าโดยเร็ว

ทั้งนี้ ได้สั่งให้ 14 หน่วยงานไปเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงที่เหลือ โดยกำหนดกรอบเวลา 30 วัน และจะมีการเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งวันที่ 6 ส.ค.2558 เพื่อประเมินสถานการณ์เบิกจ่าย และนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบ และติดตามการเบิกจ่ายทั้งปีงบประมาณอีกครั้งในช่วงเดือน ก.ย.2558 หากส่วนราชการใดไม่สามารถลงทุนได้ทันจะขอคืนงบประมาณทั้งหมด เว้นแต่มีโครงการผูกพันสามารถเสนอขอพิจารณายืดเวลาได้

ล่าสุด 9 เดือนที่ผ่านมา เบิกจ่ายได้ 3.5 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 73 สูงกว่าปีก่อน แต่มีบางหน่วยงานที่ไม่สามารถทำสัญญาเบิกจ่ายได้ทันวันที่ 31 ก.ค.นี้ ตามเส้นตายที่รัฐบาลกำหนดไว้ เบื้องต้น มีเม็ดเงินรวมกันประมาณร้อยละ 20 ซึ่งส่วนนี้นายกรัฐมนตรีจะขอคืน และคงไม่ต้องใช้มาตรา 44 เพียงแค่ตักเตือนโดยการขึ้นเงินเดือนให้น้อยหรือไม่ขึ้นเลยก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่หน่วยงานดังกล่าวก็สามารถยื่นอุทธรณ์เข้ามาได้หากมีเหตุผลอันสมควร แต่จะได้รับการผ่อนผันให้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ ครม. ตัดสินใจ

โดยในการประชุม ครม.อังคารนี้ ตนเองจะรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งส่วนที่ทำได้ดีและที่ยังล่าช้า และจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดใน 2 เดือนที่เหลือก่อนจะประเมินผลการใช้งบปี 2558 ใหม่อีกครั้ง ซึ่งหากจะให้ได้ตามเป้าหมายร้อยละ 93 จะต้องเบิกจ่ายงบให้มากขึ้นอีกร้อย 20

“แม้ว่าภาพรวมปีนี้ยังไม่น่าเป็นห่วงจนเกินไปแต่อยากให้ทำได้ดีกว่านี้ และดีขึ้นในปีถัดไปจึงขอให้เตรียมพร้อมสำหรับใช้งบปี 2559 ก่อนที่กฎหมายจะผ่านออกมา และให้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างทันทีเมื่องบประมาณมีผลบังคับใช้ สัปดาห์หน้าจะเรียกรัฐวิสาหกิจมาหารือเพื่อเร่งรัดให้ใช้จ่ายงบต่อไป”

สำหรับการรายงานผลการเบิกจ่ายรายกรมนั้นพบว่ างบที่เกี่ยวข้องต่อน้ำมีเม็ดเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้แล้วร้อยละ 77ส่วนที่เหลือน่าจะเบิกจ่ายได้ทันปีนี้ โดยส่วนของกรมทรัพยากรนั้นได้รายงานว่า งานยังเดินหน้าต่อเนื่องแต่ที่ไม่มีตัวเลขการเบิกจ่ายเพราะเอกชนยังไม่ได้เบิกเงินค่างวดเข้ามา ส่วนนี้จึงให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณไปตรวจสอบความคืบหน้าโครงการอีกครั้ง

ส่วนกรมชลประทานระบุว่า ที่ล่าช้าเพราะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบทั้งการทำโครงการแก้มลิง และอ่างเก็บน้ำ โดยมีเพียงกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่สามารถชุดบ่อบาดาลได้เร็วรับมือภัยแล้งได้ดีจึงได้รับจัดสรรงบไปเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังพบว่า กรมส่งเสริมการเกษตรที่สามารถทำงานได้เร็วมีการอุดหนุนให้ตำบลละ 1 ล้านบาท จำนวน 3,500 ตำบล หรือ 3,500 ล้านบาท ใช้ในการขุดสระเพื่อรับมือภัยแล้ง ขณะที่กรมทางหลวง เบิกจ่ายไปได้แล้วร้อยละ 70 ส่วนกรมทางหลวงชนบท เบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ 40 แต่ชี้แจงว่ามีการทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันไว้แล้วร้อยละ 80 โดยเป็นงบย่อยๆ ที่ให้ท้องถิ่นหลังจากนี้น่าจะเดินหน้าได้เร็วขึ้น

นายสมหมาย กล่าวว่า ในอีก 2 สัปดาห์จะมีการเรียกประชุมกับรัฐวิสาหกิจเพื่อติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงสถาบันการเงินของรัฐด้วย โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารของรัฐจะถือว่ามีบทบาทมากในการดูแลประชาชน ซึ่งอาจจะต้องมีการยืดหยุ่น ประนีประนอม ดูแลลูกค้าเป็นพิเศษมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีปัญหา ในส่วนของ ธ.ก.ส. ถือว่าทำงานเป็นที่น่าพอใจ มีการปรับเกณฑ์สินเชื่อเพื่อดูแลเกษตรกรเหมาะสมมากขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น