xs
xsm
sm
md
lg

อย่าลืมไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

​“ช่วงนี้หมอเค้าเชิญชวนไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แล้วนะครับเฮีย” พี่หมอกล่าวเตือนคุณชูสง่า “เข็มละเท่าไหร่ล่ะ?หมอ” “ถ้า3สายพันธุ์ฉีดฟรี 4สายพันธุ์ต้องเสียเงินเพิ่ม” “เฮียว่า ไหนๆเจ็บตัวแล้วเอา 4 สายพันธุ์ไปเลยดีกว่า” เจ้าเก่งจ้องรอจังหวะอยู่ “เดี๋ยวผมขับรถไปให้ขอฉีดด้วยคนนะครับเอา4สายพันธุ์เหมือนเฮีย”

​กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนประชาชน7กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี ระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2563 จำนวน 4.11 ล้านโด๊ส โดยขอรับบริการได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานบริการเอกชนใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

​นพ.สุรชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ประกอบกับช่วงนี้มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจที่มีอาการคล้ายไข้หวัด อาจเกิดความสับสนในการวินิจฉัยและการดูแลรักษาซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่ติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วยผ่านการไอหรือจามรดกัน โดยหลังจากได้รับเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7วัน สำหรับกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 13 เมษายน 2563 มีรายงานผู้ป่วย 95,994 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

​การรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2563 กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ6เดือนถึง 2 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคอ้วน(น้ำหนัก>100กิโลกรัม หรือBMI>35กิโลกรัมต่อตารางเมตร) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง(รวมผู้ติดเชื้อHIVที่มีอาการ) และผู้มีโรคเรื้อรัง ปอดอุดตันเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัดและเบาหวาน

​ทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรป้องกันตนเองโดยยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่ ปิดปากปิดจมูกเมื่อไอจาม โดยใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ล้างคือล้างมือบ่อยๆเมื่อสัมผัสสิ่งของต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได เลี่ยงคือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และหยุดคือเมื่อป่วยควรหยุดงานหยุดเรียนจนกว่าจะหายเป็นปกติ

​“ไปครับเฮีย..เก่งไปสตาร์ทรถเปิดแอร์เย็นๆรอเลยนะครับ!” เด็กอ้วนรีบเอาใจเฮียอย่างรู้งาน!


กำลังโหลดความคิดเห็น...