xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องเน่าๆ ที่คนในตระกูลชินวัตรก่อไว้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เหลียวหลังมองคนในตระกูลชินวัตร ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ฝั่งรากลึก และมีการสืบทอดอำนาจกันชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จนถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความชั่วร้าย และกลายเป็นเรื่องน่าสะพึงกลัวคน “ชินวัตร” และเป็นที่มาให้มวลมหาประชาชนต้องออกมาขับไล่ เผยเรื่องเน่าๆ ที่หลายคนในชินวัตรทำไว้ เริ่มตั้งแต่ตัว “พ่อ” อย่างทักษิณ ไปจนถึงรุ่นลูก ชี้หากยังปล่อยให้ระบอบทักษิณเรืองอำนาจต่อไป เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่คนไทยไม่อยากเห็น

ในสมัยที่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เรืองอำนาจนับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา นโยบายของพรรคไทยรักไทยในขณะนั้นถือว่าเป็นนโยบายที่ตรงใจคนไทยไม่น้อย โดยเฉพาะ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายประชานิยมอย่างจริงจัง ประกอบกับการปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารประเทศให้เป็นในรูปแบบบริษัท ทุกอย่างคล่องตัว ฉับไว สลัดภาพความล่าช้าของระบบข้าราชการไทยไปอย่างสิ้นเชิง

ยิ่งวลี “รวยแล้วไม่โกง” ได้ดูดเอาความชื่นชอบของประชาชนแปรมาเป็นคะแนนเสียงให้พรรคไทยรักไทยอย่างมากมาย ทำให้ทักษิณกลายเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารประเทศ พรรคอื่นๆ ที่เข้ามาร่วมรัฐบาลจึงเป็นเพียงไม้ประดับเท่านั้น

แต่เมื่อบริหารประเทศนานเข้า หลายนโยบายที่ทักษิณนำมาใช้กลับกลายเป็นนโยบายที่เอื้อต่อประโยชน์ต่อกิจการของคนในตระกูลชินวัตร ใครหน้าไหนที่กล้ามาขวางนโยบายของทักษิณสุดท้ายก็ถูกสกัดออกไปจนพ้นเส้นทาง เรื่องของหลักคุณธรรม จริยธรรม สื่อสัตย์ สุจริตหรือมีความรู้ความสามารถ ทักษิณเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ในลิ้นชักแล้วล็อกกุญแจ

วิธีการที่จะทำให้การบริหารประเทศมีความเด็ดขาด ทักษิณไม่รอช้า ในภาคธุรกิจมีการควบรวมกิจการได้ ในทางการเมืองทักษิณก็ควบรวมพรรคการเมืองได้เช่นกัน คนในพรรคความหวังใหม่แทบทั้งหมดย้ายเข้ามาอยู่กับไทยรักไทย หรือดูดผู้แทนจากพรรคอื่นๆ เข้ามาไว้ที่ไทยรักไทย เมื่อสามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ก็ไม่มีความหมาย ลงมติกันครั้งใดก็แพ้ทุกครั้ง

พรรคไทยรักไทยนับเป็นพรรคแรกที่สามารถเป็นรัฐบาลมาได้ครบ 4 ปี ไม่ต้องประสบปัญหาเรื่องงูเห่าเหมือนกับรัฐบาลในอดีต และเมื่อเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2548 ไทยรักไทยก็ได้คะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ตั้งรัฐบาลได้โดยพรรคเดียว

ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ทักษิณเผยตัวตนของตัวเองมากยิ่งขึ้น ออกนโยบายที่เอื้อต่อธุรกิจของตระกูลชินวัตรมากยิ่งขึ้น และที่คนไทยจำนวนไม่น้อยรับไม่ได้กับพฤติกรรมของเขาคือการกระทำที่หมิ่นเหม่ หรือเทียบเคียงกับสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั้งประเทศ

จนเกิดการรวมตัวกันของผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวของรัฐบาลไทยรักไทย ก่อเกิดขึ้นในนามของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาประท้วงและขับไล่รัฐบาลของทักษิณออกไป ขณะเดียวกันการตอบโต้ของทักษิณก็ได้ปลุกมวลชนที่สนับสนุนตนเองเข้ามาในนามของคนเสื้อแดงตอบโต้ โดยในช่วงนี้ได้มีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งได้ออกมาโจมตีสถาบันเบื้องสูงอย่างเปิดเผย

ท้ายที่สุดเมื่อสถานการณ์พัฒนาการไปจึงมีการนัดหมายของมวลชน 2 ฝ่ายที่เตรียมจะปะทะกัน ฝ่ายทหารโดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก จึงได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณเมื่อ 19 กันยายน 2549

เมื่อรัฐบาลที่มาจากอำนาจทหารได้คืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคของทักษิณที่แปลงร่างมาในนามพรรคพลังประชาชนได้รับการเลือกกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง โดยครั้งนี้ทักษิณได้ทาบทามนายสมัคร สุนทรเวช เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อลดความไม่ไว้วางใจจากฝ่ายทหาร

สุดท้าย สมัคร สุนทรเวช ก็ต้องมีอันพ้นสภาพไปจากการเข้าไปทำรายการชิมไปบ่นไป คราวนี้ได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน โดยทักษิณจิ้มไปที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย สามีของเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นน้องสาวของทักษิณ

แต่สมชายก็ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ไม่นานเมื่อมีการยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมๆ กับการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองที่กลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ หันมาร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อขั้วตรงข้ามขึ้นมาเป็นรัฐบาล ทักษิณเลือกที่จะใช้คนเสื้อแดงเข้ามาเคลื่อนไหวกดดันการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2552 แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารกดดันจนต้องยอมแพ้ จากนั้นในปีถัดมาคนเสื้อแดงได้ปรับยุทธวิธีใหม่ คราวนี้มีกองกำลังติดอาวุธเข้ามาประจำการและปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อีกครั้ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเผาสถานที่หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร

แม้ฝ่ายคนเสื้อแดงจะพ่ายแพ้ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นั่นก็เพียงพอที่ทำให้ทักษิณหยิบฉวยผลของการปะทะกันในครั้งนี้นำไปขยายต่อ เพื่อสร้างตราบาปให้กับพรรคคู่แข่งและสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง จนพรรคประชาธิปัตย์ต้องยุบสภาแล้วให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2554

ครั้งนี้ทักษิณวางหมากให้น้องสาวอย่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามานำทัพในนามของพรรคเพื่อไทย ด้วยนโยบายกระชากใจคนรากหญ้าทั้งโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาท สำหรับข้าวขาว และ 20,000 บาทสำหรับข้าวหอมมะลิ รวมถึงการชูค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้พรรคเพื่อไทยกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลได้อีกครั้งพร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

คราวนี้ไม่ต้องเหนียมอายกันอีกต่อไป หลายโครงการมีการทุจริตคอร์รัปชันกันมโหฬาร ด้วยฐานเสียงที่มีทั้งสภาล่างและสภาสูงที่มีคนของทักษิณพร้อมจะยกมือสนับสนุนตลอดเวลา โดยไม่สนใจความไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดการออกมาต่อต้านของภาคประชาชนครั้งใหญ่ในนามของ กปปส.จนทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องยุบสภาเมื่อ 9 ธันวาคม 2556 แต่ยังคงอยู่ในตำแหน่งรักษาการมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อย้อนกลับไปในช่วงที่ทักษิณโดดลงมาเล่นการเมืองเต็มตัว คนในตระกูลชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว 3 คนคือทักษิณ เป็นนายกฯคนที่ 23 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย เป็นนายกฯ คนที่ 26 และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ คนที่ 28 เห็นได้ชัดเจนว่าทักษิณไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากคนในตระกูลชินวัตร เว้นแต่ช่วงที่ดึงเอานายสมัคร สุนทรเวช เข้ามาคั่นกลางในช่วงที่ฝ่ายทหารยังไม่ไว้วางใจตระกูลชินวัตรเท่านั้น
พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
ทักษิณเขี้ยวตัวพ่อ

เช่นเดียวกันในช่วงที่คนในตระกูลชินวัตรเข้ามาบริหารประเทศ แต่ละคนล้วนมีข้อครหาต่างๆ มากมาย แต่สุดท้ายก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเลือกคนในตระกูลนี้กลับเข้ามาบริหารประเทศกันทุกครั้ง

เริ่มต้นที่ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้เตรียมการตั้งแต่ก่อนลงสนามการเมือง โดยเขาได้โอนหุ้นในกิจการชินคอร์ปไปไว้ในชื่อลูก ด้วยกลวิธีที่ส่อเจตนาจะหลบเลี่ยงการตรวจสอบ จนกระทั่งมีการขายหุ้นออกไปให้กับเทมาเส็กจากสิงคโปร์เมื่อต้นปี 2549 ที่ไม่ต้องเสียภาษี จนเป็นต้นเหตุความไม่พอใจของผู้คนและนำไปสู่การยึดอำนาจ

ในช่วงที่ทักษิณบริหารประเทศอยู่ได้มีการลดค่าสัมปทานให้ AIS และมีการแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต นับเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท AIS ซึ่งเป็นบริษัทลูกของชินคอร์ป ทำให้ราคาหุ้นของทั้งเครือชินคอร์ปเพื่อสูงขึ้นจนสามารถขายได้สูงถึง 7.6 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลทักษิณยังให้รัฐบาลพม่ากู้เงินรัฐบาลไทย 4 พันล้านบาท โดยมีเงื่อนไขให้ซื้อสินค้าซื้อสินค้าชินคอร์ป คดีหวยบนดิน คดีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้บริษัท กฤษดามหานคร

ส่วนคดีที่ตัดสินแล้วคือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 2 ปี จากคดีทุจริตประมูลซื้อที่ดินรัชดาภิเษกเมื่อปี 2551 รวมไปถึงคำสั่งให้ยึดทรัพย์ของพันตำรวจโท ทักษิณ และคนใกล้ชิด มูลค่าราว 46,000 ล้านบาท จากที่ 76,000 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินเมื่อ 2553

ไม่เพียงแค่ส่วนที่เป็นคดีความเท่านั้น ทักษิณในช่วงแรกที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ยังมีเรื่องการเข้าซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ที่มองกันว่าเป็นการฟอกเงินของทักษิณ มีการนำนักร้องดังของไทยหลายคนที่เดินทางไปสร้างความบันเทิงให้ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหากันว่าเขามีส่วนสำคัญในการสังหารชาวมุสลิมที่มัสยิดกรือเซะ

ในส่วนที่การบริหารงานในพรรคไทยรักไทยขณะนั้น ทักษิณนับได้ว่ามีอำนาจเต็ม ชี้เป็นชี้ตาย ส.ส.ในพรรคได้ทุกคน โดยไม่สนใจว่าภาพลักษณ์ของคนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร หากทำงานให้กับทักษิณแล้วย่อมได้รับการตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือทรัพย์สินเงินทอง

ทักษิณยังเป็นผู้ที่วางแผนที่วางตัวบุคคลลงในหน่วยงานราชการสำคัญต่างๆ จนทำให้หน่วยงานเหล่านี้ตอบสนองนโยบายของทักษิณอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเฉื่อยฉากับรัฐบาลอื่น เห็นได้ชัดว่าข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เมื่อเกษียณแล้วได้กลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง

แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงทั้งในปี 2552 และ 2553 และครั้งนั้นมีคนในตระกูลชินวัตรไปให้กำลังใจคนเสื้อแดงด้วย ในทุกครั้งทักษิณจะเป็นผู้ที่เข้ามากระตุ้นให้คนเหล่านี้ต่อสู้เพื่อตน ด้วยการแอบอ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย และกำจัดอำมาตย์

นอกจากนี้คนเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณยังได้กล่าวโจมตีสถาบันเบื้องสูงกันทุกช่องทางการสื่อสาร ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และในวิทยุในอินเทอร์เน็ต แต่ทักษิณไม่เร่งรีบในการดำเนินการกับคนเหล่านั้น แม้กระทั่งตัวของทักษิณเองก็กระทำการที่หมิ่นเหม่เสียเอง

ถึงวันนี้แม้ทักษิณจะต้องระหกระเหินในต่างประเทศ แต่การบงการทุกอย่างก็ยังทำได้เสมือนกับมานั่งสั่งการในพรรคได้ด้วยตัวเอง เลือกได้แม้กระทั่งตัวนายกฯ รัฐมนตรีต่างๆ ใครไม่เข้าตาโละทิ้ง หรือแม้กระทั่งแผนในการรับมือกับฝ่ายตรงข้าม การเดินเกมทั้งรุกและรับล้วนแล้วแต่มาจากการสั่งการของทักษิณทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่เหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้งที่เกิดขึ้นทักษิณจึงถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์เหล่านี้
คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร
“พจมาน” มาเฟียในพรรค

ขณะที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภรรยาของทักษิณ ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในพรรคเพื่อไทย เธอทำหน้าที่เป็นแม่บ้านในการจัดการด้านการเงินและคนในพรรค รวมถึงแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น เป็นตัวประสานความไม่เข้าใจกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง หรือเป็นตัวประสานกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นผู้จัดสรรผลประโยชน์ด้านต่างๆ ภายในพรรค ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อพรรคเป็นอย่างมาก ชี้เป็นชี้ตายทุกเรื่องในพรรคได้

แม้พจมานจะถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกพร้อมพี่ชายบุญธรรม บรรณพจน์ ดามาพงศ์ คนละ 3 ปี ในคดีร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงภาษีหุ้น บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ สุดท้ายพจมานก็รอดคดีดังกล่าวมาได้โดยไม่มีมลทินใดๆ

เช่นเดียวกับคดีซื้อที่ดินรัชดาจนศาลพิพากษาจำคุกทักษิณ 2 ปี ส่วนพจมานนั้นรอดโดยศาลให้คืนที่ดิน คืนเงิน 1,800 ล้านบาท จากนั้นกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ประมูลขายที่ดินรัชดาฯ แปลงดังกล่าวอีกครั้ง คราวนี้พจมานเข้าไปซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท

ส่วนการหย่าร้างกับทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเพียงในนาม เพื่อผลในทางกฎหมายที่หากเกิดอะไรขึ้นเรื่องยุ่งๆ จะไม่เขามาถึงตัวเธอ และทักษิณยังไว้วางใจให้คุญหญิงพจนมานยังคงมีบทบาทสำคัญในพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างยิ่ง สามารถเรียกประชุมพรรคได้โดยที่ไม่มีตำแหน่งในพรรค

ใครที่คิดจะแตะต้องหลังบ้านของทักษิณ ต้องเจอกับผลลัพธ์ที่จะตามมาอันน่าสะพรึงกลัว อย่างการที่นายณัฏฐพล และทยา ทีปสุวรรณ หนึ่งในแกนนำ กปปส.เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมานในห้างดัง หลังจากนั้นบ้านพักที่เขาใหญ่ของคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ มารดาของทยาถูกยิงถล่ม และบ้านพักของนัฎฐพลและทยาถูกขว้างระเบิด
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
น้องเขยเดินเกม

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยทักษิณ ที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาสั้นๆ จากอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ทักษิณได้ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอดด้วยการต่ออายุราชการให้กับน้องเขยรายนี้จนเกิดข้อครหาขึ้น เนื่องจากตามเกณฑ์ปกติข้าราชการประจำจะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงได้ ไม่เกิน 4 ปี สามารถต่ออายุราชการได้คราวละ 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง

นั่นหมายความว่าจะอยู่ในตำแหน่งเดิมได้เพียงแค่ 6 ปี สุดท้ายทักษิณจึงให้มีการสลับตำแหน่งกับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปลัดกระทรวงแรงงาน ปัจจุบันจารุพงศ์ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

แต่เรื่องที่โด่งดังที่สุดคือคลิปที่มีคนหน้าเหมือนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พาหญิงสาวเข้าโรงแรมม่านรูด และสมชายได้ออกมายอมรับว่าคลิปควงหญิงสาวเข้าม่านรูดนั้นเป็นของจริงบางส่วน และมีการตัดต่อเพื่อต้องการดิสเครดิต

นอกจากนี้ยังเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงแก่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในสมัยที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม

แม้บทบาทที่ผ่านมาของสมชายจะเหมือนไม่มีอะไรมากนัก แต่ด้วยบุคลิกที่นิ่มนวล สมชายจึงถูกวางตัวให้เป็นผู้ที่คอยประสานงานกับภาคส่วนราชการในสายของกระบวนการยุติธรรมและอัยการ รวมถึงการเดินหมากการเจรจากับกลุ่มก้อนต่าง ๆ เห็นได้จากการเข้าหารือกับหลวงปู่พุทธอิสระในช่วงที่ผ่านมา
นาวเยาวภา วงศ์สวัสดิ์
“เจ๊แดง” ฉาวผลประโยชน์ “ตัวแม่”

ถัดมาที่แม้จะเป็นเพียงแค่ ส.ส.เชียงใหม่ แต่ภายในพรรคแล้วทุกคนรู้ดีว่าเธอคือเจ้าแม่คนหนึ่งในเพื่อไทย เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มวังบัวบาน น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ภรรยาของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคชุดที่ถูกยุบพรรคเมื่อปี 2549 เมื่อพ้นโทษแล้วจึงกลับเข้ามาลงรับสมัคร ส.ส.อีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2556 โดยคนในแวดวงการเมืองมองกันว่า งานนี้เป็นการวางหมากเตรียมความพร้อมหากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องถูกวิบากรรมทางการเมืองจนต้องพ้นสภาพไป ก็จะมีเยาวภาเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทน อีกทั้งเธอกุมทั้งเสียง ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือ คอยดูแลเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ให้กับคนในตระกูล

“ในพรรคเพื่อไทยรู้กันดีว่าเยาวภาหรือเจ๊แดงเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในพรรค รองจากทักษิณและพจมาน การจัดสรรเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ต้องผ่านคนทั้ง 3 นี้เท่านั้น แถมในบางครั้งเกิดปัญหาในเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวกันระหว่างเยาวภากับคุณหญิงพจมานก็มี แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันลงตัว” คนในพรรคเพื่อไทยกล่าว

จุดที่หลายคนจับตามองน้องสาวของทักษิณรายนี้คือมีรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในสังกัดของเธอ หนึ่งในนั้นคือนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ดูแลโครงการรับจำนำข้าว จนเกิดข้อครหาต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งคนในวงการค้าข้าวยังบอกใบ้เป็นนัยๆ ว่าเจ๊ดอ รายนี้เป็นคนที่ดูแลเรื่องผลประโยชน์ในโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด

ไม่เพียงแค่เรื่องรับจำนำข้าว คนในแวดวงข้าราชการก็ร่ำลือกันว่าการโยกย้ายข้าราชการแต่ละครั้ง หากใครอยากได้ตำแหน่งที่ดี มีความแน่นอนว่าไม่พลาดต้องวิ่งเข้าหาเจ๊คนนี้ ปลัดกระทรวงหลายแห่ง หรือข้าราชการในตำแหน่งต่างๆ หากเข้ามาอยู่ในสังกัดแล้วรับประกันได้ชัวร์ ส่วนการตอบแทนอื่นๆ เป็นเรื่องที่ต้องตกลงกัน
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
“ยิ่งลักษณ์” ดื้อตาใส

กลับมาถึงนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปี 2554 เพียงไม่กี่เดือนเธอสามารถทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศได้ทันที สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนเกือบทั้งประเทศ

ตามมาด้วยนโยบายเอาใจค่ายรถยนต์ต่างชาติที่ไม่พอใจกับวิธีการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล และขู่ว่าจะย้ายฐานการผลิต เท่านั้นรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ผุดโครงการ “รถยนต์คันแรก” ขึ้นมาทันที ด้วยการทุ่มเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาทคืนให้กับผู้ใช้สิทธิ

ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แม้จะไม่สามารถทำได้ในทันที แต่ก็เริ่มบังคับใช้เมื่อ 1 มกราคม 2556 ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงของจริง ขณะที่แรงงานบางส่วนถูกเลิกจ้าง เนื่องจากนายจ้างไม่สามารถรับภาระได้หรือย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านแทน

ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวที่หาเสียงไว้ รัฐบาลเพื่อไทยเดินหน้าไม่สนข้อท้วงติดใจใครหน้าไหน แม้ฤดูกาลแรกผ่านไปจะส่อเค้าความเสียหายไปนับแสนล้านบาทแล้ว แต่รัฐบาลยังเดินหน้าทำต่อ จนท้ายที่สุดเริ่มเกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายเงินให้กับชาวนาได้ เนื่องจากไม่สามารถระบายข้าวในสต๊อกได้

โครงการนี้ยังทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ถูกกล่าวหามีส่วนในการทุจริตจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่าเธอจะหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหรือไม่

นับได้ว่าในยุคของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ กระบวนการคอร์รัปชันเบ่งบานมาก ไม่ว่าจะมีคำเตือนจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ ป.ป.ช.ยิ่งลักษณ์เงียบ แถมยังผุดโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทหรือโครงการเมกะโปรเจกต์ 2 ล้านล้านบาทที่คนในพรรคเพื่อไทยจ่อเรียกค่าหัวคิวจากโครงการเหล่านี้กันเป็นล่ำเป็นสัน

นอกจากนี้สิ่งที่เธอเคยพูดไว้ในช่วงที่หาเสียงว่า “ดิฉันเข้ามาแก้ไข ไม่คิดแก้แค้น” กลายเป็นเรื่องที่สวนทางกับความเป็นจริง ใครที่ขวางทางถูกย้ายอย่างกรณีของนายถวิล เปลี่ยนศรี สุดท้ายศาลปกครองมีคำสั่งให้ย้ายกลับไปทำงานในตำแหน่งเดิม หรือในช่วงที่พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ กลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยหนุนรัฐบาลของคนในตระกูลชินวัตรอยู่ก็เริ่มออกมาแสดงพลังที่จะปกป้องยิ่งลักษณ์ แม้บางครั้งเกิดความรุนแรงขึ้น ไม่ต่างกับกรณีของกลุ่มคนที่ยังดำเนินกิจการที่หมิ่นสถาบัน แต่ยิ่งลักษณ์นิ่งเฉยกับเรื่องเหล่านี้

ขณะที่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมต่างๆ ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการพูดผิดที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือแต่ละครั้งก็ต้องพกโพยขึ้นมาพูด หลายคนจึงสงสัยในความรู้ความสามารถของตัวนายกฯ อีกทั้งการส่งสายตาหวานให้กับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา กลายเป็นเรื่องที่เมาท์กันสนุกสนาน แถมยังมีเรื่องของโฟร์ซีซั่นส์ที่ยังไม่มีความชัดเจนและหนึ่งในผู้ที่ออกมาเปิดเผยอย่างนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร ก็มีอันต้องถูกอุ้มไปฆ่า

“ยุคนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มันหาไม่ได้แล้ว ใครที่หวังดีต่อพรรคแต่ไปขัดกับแนวทางหลักของนายใหญ่ก็ต้องถูกสกัดออกมาในวงนอก วันนี้เพื่อไทยถึงได้โดนคดีต่างๆ เต็มไปหมด” แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยกล่าว

ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมความอดทนต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เข้ามารุมเร้ารัฐบาลของเธอ หลายครั้งที่การแก้ไขกฎหมายต่างๆ ถูกศาลตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือการที่มีประชาชนเรือนล้านออกมาเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่ง แม้กระทั่งการอดทนต่อการถูกตราหน้าว่าโง่ หรือถูกผู้คนขับไล่ตระกูลชินวัตรออกไป แต่เธอกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวในเรื่องเหล่านี้ ด้วยเป้าหมายใหญ่กว่านั้นคืออยู่เพื่อครองอำนาจให้นานที่สุด และเมื่อได้อำนาจเหล่านี้มาอีกครั้งก็จะนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาของคนในตระกูลชินวัตรได้ในอนาคต
นายพายัพ ชินวัตร
“พายัพ” ฉาวพระครูปลัด

สำหรับคนอื่นๆ ในตระกูลชินวัตรอย่างนายพายัพ ชินวัตร น้องชายทักษิณ ที่แม้จะไม่ได้รับมอบหมายให้มีบทบาทในพรรคมากนัก แต่งานที่เขาเดินเครื่องอยู่คือการเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่ผ่านมานอกเหนือจากเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในกิจการของครอบครัวอย่างชินวัตรไหมไทยแล้ว เขายังตกเป็นข่าวกับอดีตนางเอกสาวหม้ายรายหนึ่ง

แต่ที่โด่งดังมากที่สุดหนีไม่พ้นการที่พายัพไปบวชที่ประเทศอินเดียเพียงไม่กี่วัน กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่งพระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณจารย์ ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติพระสงฆ์ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรมนั้นจะต้องผ่านการอุปสมบทมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 พรรษา
นางเยาวเรศ ชินวัตร
“เยาวเรศ” ปลอมวุฒิ

ขณะที่น้องสาวอีกคนของทักษิณคือ นางเยาวเรศ ชินวัตร ที่ไม่ได้เข้ามายุ่งกับการเมืองมากนัก แต่ได้เข้ามาทำงานในสภาสตรีแห่งชาติจนได้เป็นประธาน และเพิ่งถูกคัดค้านการเข้ารับตำแหน่งบุคคลดีเด่นด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายและการคุ้มครองสตรี จากสภาสตรีแห่งชาติ โดยตัวแทนจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งได้รับมอบหมายจากองค์กรเครือข่ายสิทธิสตรีและครอบครัว เห็นว่าตำแหน่งดังกล่าว ไม่น่าจะมีความเหมาะสม เนื่องจากยังมีบุคคลอื่นที่มีผลงานด้านความเสมอภาคหญิงชายและการคุ้มครองสิทธิสตรีที่โดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์มากกว่า

ทั้งนี้ เยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้หนีโทษจากคำพิพากษาไปอยู่ต่างประเทศ และยังมีเรื่องการปลอมแปลงวุฒิการศึกษาในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงผลงานที่ยังไม่โดดเด่น สุดท้ายจึงได้ประกาศที่จะไม่รับตำแหน่งดังกล่าว

“คุณเยาวเรศมีความพยายามที่จะเข้ามาในสายการเมืองเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ แต่ติดขัดที่มีจุดอ่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องวุฒิการศึกษาปลอมที่นำมาใช้ในการสมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และถูกตรวจสอบพบจนต้องลาออกไป” แหล่งข่าวกล่าว
นายพานทองแท้ ชินวัตร(ภาพจาก face book)
“โอ๊ค” ดูดโฆษณาหน่วยงานรัฐ

ส่วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทักษิณอย่างนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค ที่ยังเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่อาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้ หากระบอบทักษิณยังเรืองอำนาจต่อไป แต่ตัวของโอ๊คเองก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องฉาวๆ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการพกโพยในช่วงสอบและถูกจับได้ จนเป็นข่าวโด่งดัง ขณะที่ข่าวกับดาราสาวๆ ก็ยังมีให้เห็นโดยตลอด

แม้โอ๊คจะไม่ได้เข้ามาเป็นผู้บริหารในกิจการของตระกูลชินวัตร โดยแยกออกไปทำงานด้านสื่อและโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในนามของบริษัท ฮาวคัม ได้รับงานป้ายประชาสัมพันธ์ในโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่างบเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นงบเพื่อช่วยเหลือให้บริษัทของโอ๊คอยู่รอดได้

อีกด้านหนึ่งพานทองแท้ยังมีทีวีดาวเทียมอย่าง Voice TV ที่ได้รับเงินโฆษณาจากรัฐวิสาหกิจใหญ่อย่าง ปตท.อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงจากบริษัทในตระกูลชินวัตร ทำให้ Voice TV บริหารงานอยู่ได้ ที่สำคัญ Voice TV ยังกระโดดข้ามไปยังประมูลทีวีดิจิตอล ที่จะกลายเป็นสถานีโทรทัศน์อีกแห่งหนึ่งที่จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย

ไม่เพียงแค่การแตกไลน์ไปทำธุรกิจของตัวเอง พานทองแท้จะคงทำหน้าที่ช่วยหาเสียง ปกป้อง “อาปู” อย่างเต็มที่บนโลกไซเบอร์ ด้วยการใช้สื่ออย่างเฟสบุ๊คเข้ามาทำการตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามที่มาโจมตียิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย และหลายครั้งยังมุ่งที่จะสกัดแนวทางที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังดำเนินการอยู่

อีกทั้งยังเป็นเหมือนกึ่งฝ่ายประชาสัมพันธ์ บางครั้งก็เป็นฑูตไปเยี่ยมพี่น้องคนเสื้อแดงตามพื้นที่ต่างๆ หรือจัดอีเวนต์ดึงคนมาร่วมสนุกผ่านเฟซบุ๊กและคัดเลือกผู้ชนะเดินทางไปพบทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง

แต่ในเรื่องนี้หลายคนยังสงสัยกันว่า “โอ๊ค” จะมีความรู้ความสามารถมากพอหรือไม่ ในการออกมาตอบโต้แต่ละครั้ง เพราะจะต้องใช้ข้อมูลและมุมมองต่างๆ มากมาย เพื่อโต้แย้งฝ่ายตรงข้าม

ไม่ว่าคนในตระกูลชินวัตรจะมีบาดแผล หรือมีเรื่องอื้อฉาวอย่างไร คนในตระกูลนี้ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าชนกับอุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา โดยมองข้ามความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ได้ทำลงไป และไม่ยอมรับกับกระบวนการยุติธรรมที่มี แต่ละคนยังทำหน้าที่เพื่อช่วยให้คนในตระกูลนี้ยังครองอำนาจทางการเมืองต่อไป เพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาลที่สูบกินจากทุกช่องทาง ทั้งจากธุรกิจส่วนตัวที่รัฐบาลของคนในตระกูลออกแบบมาให้เอื้อหรือหัวคิวจากโครงการต่างๆ กระทั่งเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง สร้างความร่ำรวยให้กับคนในตระกูลนี้อย่างมหาศาล

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนในตระกูลนี้ไม่ยอมที่จะยอมทิ้งอำนาจทางการเมืองไปง่ายๆ

กำลังโหลดความคิดเห็น