xs
xsm
sm
md
lg

38 องค์กรใต้ถกปัญหาความรุนแรง การละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมยื่น 6 ข้อแนวทางยุติไฟใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
ปัตตานี - กลุ่มพลังมวลชนในนามเครือข่ายเฉพาะกิจ เพื่อปกป้องพลเรือน และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น 38 องค์กรใน จชต. จัดเสวนาเครือข่ายประชาสังคมเสริมสร้างความเข้าใจกระบวนการสันติภาพ และความเป็นธรรม เรียกร้องให้ยุติการคุกคาม และปิดปากประชาชน ยื่นแนวทาง 6 ข้อต่อรัฐไทย

วันนี้ (2 มี.ค.) ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กลุ่มพลังมวลชนในนามเครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือน และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งประกอบด้วย แกนนำองค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาการ เยาวชน สื่อมวลชน จำนวน 100 กว่าคน จาก 38 กลุ่ม/องค์กร จากพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายเฉพาะกิจฯ ได้รวมตัวกันจัดประชุมเสวนาโต๊ะกลมเครือข่ายประชาสังคม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจกระบวนการสันติภาพ และความเป็นธรรม

ทั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความเข้มแข็งในการทำงานเพื่อสันติภาพ และสิทธิมนุษยชน รวมทั้งแสวงหาทางออกในการยุติการคุกคามประชาชน นักสิทธิมนุษยชน และสื่อมวลชน ที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญากับสื่อมวลชน “ผู้จัดการออนไลน์” ที่ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการซ้อมทรมาน และนายอิสมาแอ เต๊ะ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) หลังจากที่ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีความของตนเอง ในรายการ “นโยบาย by ประชาชน” ทางสถานี Thai PBS เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
 

 
หลังจากประชุมเสร็จ กลุ่มพลังมวลชนฯ 38 องค์กร ได้ร่วมเปิดแถลงข่าวแสดงถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล กองทัพภาคที่ 4 และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ได้ยุติการคุกคาม และปิดปากประชาชน เปิดพื้นที่ทางการเมือง พร้อมเสนอแนวทาง 6 ข้อ ดังนี้

1. ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ยุติการคุกคามประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา ด้วยการบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ไม่เป็นธรรม

2. ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือขบวนการต่อสู้ปาตานี ยุติการคุกคาม และโจมตีพลเรือนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา โดยเด็ดขาด

3. ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยุติการคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการแจ้งความดำเนินคดี (SLAPPs) ต่อประชาชน สื่อมวลชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ดำเนินการทบทวน และตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงการดำเนินการชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม

5. ขอเรียกร้องให้ “หุ้นส่วนสันติภาพ” ทั้งรัฐบาลไทย กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือขบวนการต่อสู้ปาตานีทุกกลุ่ม กลุ่มประชาสังคมทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศได้ร่วมกันติดตาม และตรวจสอบกรณีการคุกคามข้างต้นอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการคลี่คลายปัญหาอย่างสร้างสรรค์ต่อรัฐบาลไทย และขบวนการต่อสู้ปาตานี

และ 6. ขอเรียกร้องให้เพื่อนมิตรกลุ่มประชาสังคมในพื้นที่ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา ผนึกกำลังกันเพื่อป้องกัน สกัด ขัดขวางไม่ให้ทุกฝ่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน และปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ ก็เพื่อตอกย้ำหลักคิดที่ว่า สันติภาพนั้นไม่อาจปรากฏขึ้นได้ หากไร้ซึ่งความเป็นธรรม
 

 
ในแถลงการณ์ยังได้ระบุด้วยว่า จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อาจทำให้รัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงมั่นใจว่า สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานีแห่งนี้ดีขึ้นแล้ว แต่เราในนามของเครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือน และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และผู้ที่ร่วมลงชื่อข้างท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ขอย้ำเตือนว่า ข้อสรุปดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงแต่อย่างใด เพราะตราบใดที่รัฐบาลไทย และขบวนการต่อสู้ปาตานีไม่พยายามจัดการกับปัญหารากเหง้า ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วเป็นประเด็นปัญหาในทางการเมือง อีกทั้งยังไม่มุ่งเน้นการลดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมต่างๆ ที่ดำรงอยู่ ตราบนั้นความขัดแย้งในพื้นที่จะยังไม่อาจคลี่คลายลงไปได้ ที่สำคัญประชาชนพลเรือนทุกชาติพันธุ์ ศาสนา ในพื้นที่แห่งนี้ ก็ยังคงประสบกับชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง

คำยืนยันข้างต้นสะท้อนจากสภาพความเป็นจริงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ (นับตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2560 เป็นต้นมา) ไม่เฉพาะเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนยังคงมีความต่อเนื่องอยู่เท่านั้น แต่ยังปรากฏเหตุการณ์ปิดล้อมหมู่บ้าน ตรวจค้น และจับกุมประชาชนจำนวนมากในคราวเดียวกันหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย แม้ปฏิบัติการเหล่านี้จะอ้างการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แต่ผลลัพธ์ก็คือยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่า ยังส่งผลให้เกิดความรุนแรงระลอกใหม่ตามมาอีกด้วย

สถานการณ์อันอึมครึมเหล่านี้ ไม่น่าจะเป็นบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อกระบวนการสันติภาพที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งมีการซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อมีความพยายามจะปิดกั้น และกีดกันการแสดงความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ประชาชนปรารถนา ดังเช่น ที่ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาคในภาคที่ 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญากับสื่อมวลชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งในกรณีรายงานข่าวเกี่ยวกับการซ้อมทรมานของสื่อผู้จัดการออนไลน์ และการเข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีความของ นายอิสมาแอ เต๊ะ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) ในรายการ “นโยบาย by ประชาชน” ทางสถานี Thai PBS
 

 
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ และกฎหมายอาญา มิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และยังทำให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในเสรีภาพของบุคคล และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) ที่ระบุว่า บุคคลทุกคนมีสิทธิ และเสรีภาพทั้งทางร่างกาย และการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งเป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อมิให้เกิดการตรวจสอบ และถ่วงดุลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือที่เรียกว่า SLAPPs (Strategic Lawsuit against Public Participations)

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือปาตานีจะไร้ความหมาย หากรัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องชีวิตของพลเรือน และเสรีภาพที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ อันเป็นหลักการพื้นฐานสำหรับการสร้างสันติภาพที่เคารพยอมรับ ให้เกียรติ และเปิดกว้างต่อการทำงานร่วมกัน

ลงชื่อรายนามองค์กร 38 กลุ่ม และรายนามบุคคลอีก จำนวน 28 รายชื่อ
องค์กรร่วมลงนาม
1. กลุ่มเซากูน่า
2. กลุ่มด้วยใจ
3. กลุ่มนักสาธารณสุขเพื่อสังคม (PHOS)
4. กลุ่มบุหงารายาเพื่อการศึกษา (BRG)
5. กลุ่มสตรีพุทธเพื่อสังคม
6. กลุ่มสลาตันเนเจอร์
7. คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)
8. คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ (PAOW)
9. เครือข่ายชาวปาตานีนอกมาตุภูมิ (PATANI Viewers)
10. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ (B4P)
11. เครือข่ายทรัพยากรชายแดนใต้
12. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
13. เครือข่ายบัณฑิตอาสาปาตานี (INSouth)
14. เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (PermaTamas)
15. เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ (JOP)
16. เครือข่ายผู้ช่วยทนายความมุสลิม (SPAN)
17. เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
18. เครือข่ายเยาวชนลุ่มน้ำสายบุรี (JALEM)
19. ชมรมอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม (PICSEB)
20. ปาตานีฟอรั่ม (Patani Forum)
21. มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (Nusantara)
22. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
23. มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้
24. มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม (MAC)
25. ศูนย์บูรณาการคนหนุ่มสาวเพื่อศักยภาพชุมนุมชน (YICE)
26. ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW)
27. ศูนย์วัฒนธรรมมลายูปาตานี (BUMI)
28. ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามเพื่อการพัฒนา (PUKIS)
29. สถานีวิทยุมีเดียสลาตัน (Media Selatan)
30. สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนใต้
31. สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี
32. สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี (PerMAS)
33. สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR)
34. สำนักพิมพ์อาวัณบุ๊ค (Awan Book)
35. สำนักสื่อวารตานี (Wartani)
36. ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู
37. องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP)
38. องค์กรผู้หญิงปาตานี (PERWANI)
บุคคลลงนาม
1. เกื้อ ฤทธิ์บูรณ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.ปัตตานี
2. งามศุกร์ รัตนเสถียร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
3. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล สถาบันสันติศึกษา มอ.หาดใหญ่
4. ฐิตินบ โกมลนิมิ
5. ณรรธราวุธ เมืองสุข สื่อมวลชน
6. บดินทร์ สายแสง สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
7. บัณฑิต ไกรวิจิตร
8. บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
9. พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
10. ฟารีดา ปันจอร์ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มอ.
11. ภักดิ์กมล ศิริวัฒน์ นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
12. มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ มอ.ปัตตานี
13. มูฮำหมัดอิลยาส หญ้าปรัง
14. รอมฎอน ปันจอร์
15. รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช
16. เรืองรวี พิชัยกุล
17. สุณัย ผาสุก ที่ปรึกษา Human Rights Watch ประเทศไทย
18. อันธิฌา แสงชัย 
19. อับดุลสุโก ดินอะ ศูนย์อัลกุรอานเเละภาษา QLCC
20. อาทิตย์ ทองอินทร์
21. เอกราช ซาบูร์ เครือข่ายมุสลิมเอเชีย
22. เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...