xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯสำรวจบ้านพังนครฯ เพื่อเตรียมช่วยเหลือ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นครศรีธรรมราช - คณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 900,000 คน และมีบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 246 หลัง เพื่อรวบรวมส่งคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือ สำหรับการสร้างบ้านถาวรแก่ผู้ประสบภัยต่อไป

วันนี้ (18 เม.ย.) คณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่นำโดย นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แบ่งคณะทำงานออกเป็น 2 ชุด เพื่อลงพื้นที่สำรวจความเสียของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันจนส่งผลให้บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง ในพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช คือ อำเภอนบพิตำ และอำเภอสิชล

โดยการออกสำรวจพื้นที่ครั้งนี้ ทางคณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 4 บินสำรวจความเสียหาย เนื่องจากมีพื้นที่ประสบภัยเป็นวงกว้างและมีถนนหลายเส้นทางที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกรวบรวมส่งคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือ สำหรับการสร้างบ้านถาวรแก่ผู้ประสบภัยต่อไป

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผ่านมาส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนครอบคลุมทั้ง 23 อำเภอ ตัวเลขประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 900,000 คน และมีบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 246 หลัง และในจำนวนนี้เป็นบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอสิชล จำนวน 143 หลัง และบ้านเรือนประชาชนในอำเภอนบพิตำ จำนวน 38 หลัง นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายของเสียหายบางส่วนอีกจำนวน 9,000 หลัง ส่วนความเสียหายอื่นทั้งสาธารณะ

ชาวบ้านแห่ร้องที่ดิน-ตำรวจ
หลังถูกแจ้งความบุกรุกอาศัยในที่ดินงอกตามธรรมชาติ

เมื่อเวลา13.00 น.วันเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านประมาณ 80 คน นำโดย นายวิชาญ จันทรักษ์ อายุ 55 ปี อยู่ 19/3 ม.3 อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนกับสำนักงานที่ดินอำเภอสิชล พ.ต.อ.ปวร พรหมมา ผกก.สภ.สิชล และรักษาการนายอำเภอสิชล เพื่อขอความเป็นธรรมและให้เข้าตรวจสอบแนวเขตที่ดินในบริเวณริมคลอง ม.3 ต.สิชล อ.สิชล สืบเนื่องจากชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ประมาณ 60 ครัวเรือนถูกแจ้งความฐานบุกรุกที่ดินของผู้อื่น

นายวิชาญ เปิดเผยว่าราว 40 ปี ก่อนชาวบ้านได้ทยอยมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ริมป่าชายเลนใน ม.3 ที่มีผืนดินงอกขึ้นมาตามธรรมชาติริมคลองสายดังกล่าวราว 10 ไร่ จึงได้มาตั้งรกรากกัน แต่ได้ถูกเจ้าของที่ดินในแนวที่อยู่ติดกับที่งอกออกมาแจ้งความดำเนินคดี โดยบอกว่า ที่ที่งอกออกมานั้นเป็นของเขาด้วย เห็นว่า ในเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมที่ที่งอกมาควรจะเป็นของหลวงและพวกเราได้เข้าไปอาศัย ในขณะที่เจ้าของที่ดินนั้น ควรจะยึดเอาตามแนวโฉนดที่ครอบครองอยู่แล้ว จึงมาร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแนวเขตเพื่อความชัดเจนโดยรังวัดแนวเขตของโฉนดได้แค่ไหนก็เอาไปเลย ส่วนที่งอกออกมานั้นชาวบ้านชุมชนนี้ต้องการอาศัยในพื้นที่นี้

ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทุกภัยที่เกิดขึ้นได้ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายไปหลายหลัง ยังไม่รู้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่และเกรงว่าเจ้าของที่ดินจะเอาไปเรียกร้องค่าชดเชยโดยที่พวกเราไม่รู้เรื่องหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รับข้อเรียกร้องแต่ยังหาข้อยุติไม่ได้จะใช้ระเบียบวิธีใดเข้าไปดำเนินการ

สภาทนายความนครศรี
เตรียมยื่นมือช่วยผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ

นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสบกับสภาวะภัยธรรมชาติน้ำท่วมและดินถล่มเป็นเหตุให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ได้รับความเสียหายในชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก และยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐหลายส่วนด้วยกัน

ซึ่งขณะนี้ทางสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับจากเหตุแห่งภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนหลังจากภัยพิบัติได้ผ่านพ้นไปแล้ว และขอให้ประชาชนผู้ที่เดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดได้มารับสิทธิในการขอความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ หรือรับบริการด้านกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่สภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช
กำลังโหลดความคิดเห็น