xs
xsm
sm
md
lg

นักวิจัย สกสว.เสนอภาครัฐเตรียมทำ Travel Bubble กับประเทศความเสี่ยงต่ำ หลังหลายประเทศเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข้อมูลจากโครงการการศึกษาวิเคราะข้อมูลรายงานสถานการณ์ ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้วิเคราะห์ผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ระบุว่า ปัจจุบันการระบาดของ COVID-19 นําไปสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของโลก ถือเป็นภาวะตกต่ำที่สุดของเศรษฐกิจโลก 

ทั้งนี้ แรงงานกว่า 1.6 พันล้านคนในภาคเศรษฐกิจแบบไม่เป็นทางการ (Informal economy) มีโอกาสเสี่ยงที่จะตกงานและสูญเสียรายได้จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรอบนี้ โดยแรงงานเหล่านี้จัดเป็นกลุ่มเปราะบางเนื่องจากไม่ได้อยู่ในการคุ้มครองของสวัสดิการของภาครัฐหรือหน่วยงานทางการ และเป็นปัจจัยนําไปสู่การเพิ่มขึ้นของจํานวนคนจนหรือคนที่มีรายได้ต่ำ สําหรับภาคส่วนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ ธุรกิจสายการบิน ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว เป็นต้น

รศ.ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ นักวิจัยโครงการ “การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมหลังวิกฤต COVID-19” สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า โรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก COVID-19 เพราะรัฐบาลเลือกปิดประเทศไม่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และทำให้กิจการโรงแรมต้องหยุดชะงักเพื่อให้คนไทยปลอดจากเชื้อ COVID-19 ในขณะที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญต้นทุนจมจากการที่โรงแรมมีสิ่งปลูกสร้างที่ต้องดูแลรักษา แม้ภาครัฐจะส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวภายในประเทศและการจัดประชุมสัมมนาต่างๆ แต่ความต้องการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นไม่น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยรายได้ของกลุ่มโรงแรมที่หายไปจากการปิดประเทศได้เพียงพอ ในขณะที่มาตรการช่วยเหลือทางการเงินประสบปัญหาทางปฏิบัติและไม่มีประสิทธิผลโดยเฉพาะประเด็นการขอหลักทรัพย์เพิ่ม

ทุกฝ่ายตระหนักดีว่าภายหลังที่ประเทศทั่วโลกสามารถบริหารจัดการวิกฤต COVID-19 ได้สำเร็จ ธุรกิจท่องเที่ยว รวมไปถึงโรงแรมน่าจะฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว การให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมโรงแรมมีประโยชน์ส่วนเพิ่มต่อระบบเศรษฐกิจไทย (มี Positive Externality) ในทางกลับกัน การไม่ให้ความช่วยเหลือธุรกิจโรงแรมจะกลายเป็นปัญหาหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้แก่สถาบันการเงิน อาจทำให้เกิดปัญหาแก่ระบบสถาบันการเงินได้ในอนาคต เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือดังที่เกิดขึ้นในวิกฤตในช่วงปี พ.ศ. 2540

ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นแก่กิจการทุกขนาด แต่มาตรการช่วยเหลือให้ความสำคัญต่อกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ในขณะที่มีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจำนวนหนึ่งที่จะเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไป และบรรเทาผลกระทบต่อการจ้างงาน แต่ไม่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือเพราะขนาดกิจการเกินเกณฑ์คำจำกัดความที่ใช้ในภาครัฐเล็กน้อย


ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมและกลุ่มท่องเที่ยวเป็นการพิเศษตราบเท่าที่ยังเลือกที่จะไม่เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะมาตรการดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ทำธุรกิจไม่ได้ตามปกติ

โดยสามารถดำเนินการได้ใน 2 ลักษณะ การปล่อยกู้เงื่อนไขพิเศษแก่ผู้ประกอบการ โดยเงื่อนไขพิเศษโดยเฉพาะการเข้าค้ำประกันโดยภาครัฐ หรืออาจจัดตั้งกองทุนในลักษณะ Asset Management Fund (AMC) เพื่อเข้าถือหุ้นและให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการไทยดังที่เคยดำเนินการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 เพื่อประคองการเสื่อมราคาของสินทรัพย์ การช่วยเหลือดังกล่าวจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขการยังคงจ้างแรงงาน เช่น การให้ความช่วยเหลือร้อยละ 20 ของวงเงินสินเชื่อเดิมหากผู้ประกอบการคงการจ้างงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของการจ้างงานเดิมก่อนวิกฤต และให้วงเงินเพิ่มเติมในกรณีที่ผู้ประกอบการทำ Re-skill/up-skill ให้แรงงาน เป็นต้น

นอกจากนั้น ภาครัฐควรทำงานเชิงรุกเพื่อเตรียมทำ Travel Bubble กับประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ และประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน เช่น การพัฒนา Dashboard เพื่อรายงานสถานการณ์ COVID-19 และแนวทางการจัดหาวัคซีนของประเทศต่างๆ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการต่างๆ รับรู้อย่างทั่วถึง และเตรียมความพร้อมในการกำหนดเงื่อนไขและแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศ เช่น ต้องได้รับวัคซีน COVID-19 ก่อนเข้าประเทศ วัคซีนที่ยอมรับ และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ดี ควรให้ความรู้ทางกฎหมายและสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการล้มละลายเพื่อให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในกรณีสุดวิสัยและถูกฟ้องล้มละลายตระหนักถึงสิทธิในการขอฟื้นฟูกิจการและมีโอกาสกลับมาทำธุรกิจใหม่ได้โดยเร็ว จัดทำระบบลงทะเบียนออนไลน์สำหรับแรงงานที่เคยทำงานในภาคท่องเที่ยวและโรงแรมเพื่อเป็นฐานข้อมูลและลดปัญหา Mismatching ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์การท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติ และ/หรือ การดำเนินกิจกรรมการเพิ่ม/ปรับทักษะเพื่อให้แรงงานมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เร่งคืนภาษีที่หัก ณ ที่จ่ายต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ และการยินยอมให้ธุรกิจโรงแรมนำเอาผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19 จนกระทั่งมีการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้มาหักภาษีเงินได้ในปีถัดๆ ไปได้ (Carry Loss Forward)


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager







กำลังโหลดความคิดเห็น...