xs
xsm
sm
md
lg

“กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” สินค้า GI เมืองนราฯ รุกตลาดดิจิทัลเอาใจคนยุคใหม่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





สินค้าปลากุเลาเค็ม ถือเป็นเมนูท้องถิ่นขึ้นชื่อของจังหวัดนราธิวาส จากปลาสายพันธ์ท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา “กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” ก็เป็นอีกหนึ่งเจ้าในตลาดท้องถิ่นที่ทำปลากุเลาเค็ม สืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ






จินตนา พันธเสน ผู้บริหารแบรนด์ “กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” เล่าว่า “กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” เป็นกิจการครอบครัวที่มีคุณแม่เป็นผู้ริเริ่ม คิดสูตรการทำปลากุเลาเค็ม แต่ก็ขายไปได้เพียงระยะหนึ่งก็มีเหตุให้ต้องหยุดไป ตนซึ่งเป็นลูกสาวที่พอรู้สูตรก็นำมาปัดฝุ่นและพัฒนา ต่อยอดจนได้รสชาติที่มีเอกลักษณ์ ถูกปากตามที่ต้องการ

อีกทั้งปลาชนิดนี้เป็นปลาสายพันธุ์ท้องถิ่นของจังหวัดนราธิวาส ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือที่คนทั่วไปขนานนามว่าราชาแห่งปลาเค็ม เพราะมีรสสัมผัสกลมกล่อมไม่เค็มจัด เนื้อฟู มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงกรรมวิธีการผลิตที่ต้องอาศัยความละเมียดละไม ส่งผลให้ปลากุเลาเค็มตากใบ มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1,300-1,500 ซึ่งครองตำแหน่งของฝากทรงคุณค่ายอดนิยมที่ผู้คนมักซื้อหาไปมอบให้แก่กันมาจนปัจจุบัน




ทั้งนี้ปลาของแบรนด์ “กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” ยังมีจำหน่ายเฉพาะในท้องถิ่นเท่านั้น อาทิ ขายตามตลาด ธนาคาร หน่วยงานราชการ หรือทำตามออเดอร์จากลูกค้า หลังจากลุยตลาดเองประมาณ 5 ปี ก็ได้ลูกชายและลูกสาวมาเข้ามาช่วยเพื่อผลักดันธุรกิจให้ขยายสู่วงกว้างและสอดรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ทำให้ช่วง 5 ปีให้หลังจนถึงปัจจุบัน “กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” เติบโตและที่รู้จักเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ซึ่งการพัฒนาธุรกิจเป็นไปอย่างครบวงจรทั้งด้านกระบวนการผลิต ที่ใช้การตากปลาด้วยพาลาโบลาโดม ซึ่งเป็นระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจก การพัฒนาสินค้าให้คุณภาพสูงสุด มีการปรับสูตรเพื่อให้สอดรับกับกระแสสุขภาพ และการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์แปรรูปให้หลากหลายยิ่งขึ้นในรูปแบบพร้อมรับประทานเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน อาทิ ปลากุเลาหยอง, น้ำพริกปลากุเลา ฯลฯ




นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล หรือ “โครงการไทยเด่น” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมจุดเด่นของแบรนด์ และพัฒนารูปลักษณ์ใหม่ๆ พร้อมทั้งแนะนำกลยุทธ์การสร้างความโดดเด่นให้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์โดยใช้เรื่องราวเข้ามาผสมผสาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาภายใต้โครงการฯ คือ หลนปลากุเลาเค็ม ที่อยู่ระหว่างการปรับสูตรให้ได้มาตรฐานลงตัวพร้อมจัดหน่าย


ต่อยอดช่องทางจัดจำหน่ายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ โดยใช้เฟซบุ๊กเพจ “กุเลาทองแม่แป้นตากใบ ปลากุเลาเค็ม” พร้อมรับประกันสินค้าทุกชิ้น ตลอดจนการแปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ ที่ได้ผู้บริหารรุ่น 3 อย่าง ปัญจพร พันธเสน มาช่วยทายาทรุ่นแม่ดูแลงานด้านนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัญจพรได้นำทักษะการออกแบบที่ร่ำเรียนจากคณะสถาปัตยกรรม มาปรับและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของแบรนด์ให้ดูทันสมัย ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค

ซึ่งแนวคิดหลักของการยกระดับบรรจุภัณฑ์ปลากุเลาเค็มให้สะดุดตามาจากเหตุผลเรื่องราคาสินค้าที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นนอกจากคุณภาพของปลาที่สมบูรณ์แบบแล้ว บรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้มก็ควรคุ้มค่าสมราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายเช่นเดียวกัน และด้วยความมุ่งหวังให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น จึงเลือกใช้ดีไซน์โมเดิร์น ที่มีการวางเลย์เอ้าท์เรียบง่าย ใช้สีน้อย สะอาดตา จดจำง่าย และสอดแทรกเรื่องราวความพิถีพิถันในกระบวนการผลิตของแบรนด์




รวมถึงมีการใส่วิธีการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่ายลงในบรรจุภัณฑ์และทำเป็นโปสการ์ดเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้า มีการปรับบรรจุภัณฑ์ถุงกระดาษขนาดเล็กสำหรับบรรจุปลาชิ้นจากเดิมที่เป็นถุงธรรมดาสู่ถุงบรรจุแบบสุญญากาศ พร้อมระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน ต่อด้วยการผลิตกล่องกระดาษ ถุงพลาสติกสกรีนสำหรับบรรจุปลาทั้งตัว และกล่องไม้ที่เพิ่งเริ่มทดลองผลิตเมื่อสิ้นปี 2562 เพื่อเพิ่มความพรีเมียมให้กับช่วงเทศกาลพิเศษ เหมาะสำหรับนำไปเป็นของขวัญที่สร้างความประทับใจให้กับผู้รับ





ตลอดจนการดีไซน์ผลิตบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแปรรูปชนิดอื่นก็ยังได้รับการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลตอบรับที่ได้ถือว่าคุ้มค่า เพราะสามารถขยายฐานจากกลุ่มลูกค้ารุ่นพ่อแม่ไปยังกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน และดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ตลอดจนกลุ่มนักศึกษาที่เรียนด้านดีไซน์ได้เพิ่มขึ้น






สุดท้ายนี้ในปี 2563 ผู้บริหารแบรนด์ “กุเลาทองแม่แป้น ตากใบ” ตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ายุคใหม่ ซึ่งสามารถติดตามได้ทางช่องทางออนไลน์และงานจัดแสดงสินค้าระดับประเทศ พร้อมทั้งเตรียมเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด และเร่งศึกษาด้านการส่งออก ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวของแบรนด์

สนใจติดต่อได้ที่ 66/1 หมู่ที่ 4 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
โทร 08-9122-9377 หรือเฟซบุ๊ก Kulaothong



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...