xs
xsm
sm
md
lg

ไวรัสโคโรนา กระทบเอสเอ็มอี ธุรกิจไหนรุ่ง ธุรกิจไหนร่วง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ส่งผลต่อธุรกิจเอสเอ็มอี โดยมีทั้งธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากวิกฤตเป็นโอกาส และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบด้านลบแบบไม่ได้ตั้งรับ เช่น การส่งสินค้าไปประเทศจีน และผู้ผลิต ผู้นำเข้าที่ต้องการวัตถุดิบและสินค้าจากจีน ต้องหยุดชะงักไปพร้อมกับการประกาศชัตดาวน์จีน เช่นกัน

ส่งออกสินค้าเกษตรเสียหายหลังจีนประกาศชัตดาวน์

นายวิศิษย์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการรายงานสถานการณ์การส่งสินค้าทางเรือที่จะส่งออกประเทศจีน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เมืองอู่ฮั่น ท่าเรือต่างของจีน แม้จะสามารถขนส่งได้ตามปกติ แต่หลังจากที่จีนประกาศชัตดาวน์ จากเดิมที่เคยแจ้งว่าจะปิดท่าเรือเฉพาะช่วงตรุษจีน ตามกำหนดการเดิม สายเรือจะ เปิดเรือแม่เพื่อวิ่งเข้าเมืองจีนตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. แต่เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโคโรนา สายเรือจึงเลื่อนการเปิดรับเรือแม่เข้า ประเทศจีน เป็นวันที่ 10 ก.พ. แทน ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรวจสอบข้อมูลเป็นระยะ

สำหรับปัญหาที่อาจตามมาจากเรื่องดังกล่าว คือ เมื่อพ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว สินค้าต่างๆ ที่ถูก hold สำหรับการนำเข้า และส่งออก ทั้งจากเหตุผลของการขยาย ระยะเวลาปิดของเทศกาลตรุษจีนออกไปจากปัญหาไข้หวัดโคโรนา จะทำให้มีสินค้าตกค้างเป็นจำนวนมาก และเมื่อบริษัท ต่างๆ เปิดทำการจะทำให้มีสินค้าคงค้างเป็นจำนวนมากที่จะส่งออก นำเข้า ดังนั้นอาจจะเกิดปัญหา Congestion ที่ท่าเรือทั้งในส่วนของประเทศไทย และในส่วนของท่าเรือในจีนได้ ซึ่งภาครัฐต้องเตรียมการในเรื่องนี้ เพื่อมิให้เกิดค่าใช้ จ่ายในส่วนของ Port Congestion Surcharge ได้

นายวิศิษย์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ผู้ประกอบการสะดุดหลังขาดวัตถุดิบ และสินค้าจากจีน

นอกจากนี้ จากการที่ประเทศจีน ประกาศขยายเวลาปิดเทศกาลตรุษจีนออกไปจนถึง 10 กุมภาพันธ์ 2563 ทำให้บริษัท และห้างร้านต่างๆ ปิดทำการโดยพนักงานส่วนใหญ่จะ Work@Home อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจีนเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของโลก ดังนั้นการที่ประเทศจีนประกาศวันหยุดเพิ่มนั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการในประเทศอื่นๆ ที่มีการสั่งซื้อสินค้าจากจีน เพื่อนำไปใช้ เป็นวัตถุดิบในไลน์ผลิต อาจจะได้รับผลกระทบตามมา

ทั้งนี้ แม้ว่าระบบศุลกากร และท่าเรือของจีนนั้นได้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน การผ่านพิธีการได้ แต่พนักงานที่ทำงานในท่าเรือก็หยุดให้บริการในช่วงดังกล่าว , โกดังคาร์โก้หลายแห่งในจีนประกาศปิดยาว, บริษัทขนส่งก็ประกาศหยุดในช่วงนี้ ดังนั้นจึงไม่มีพนักงานที่จะมาขับรถเพื่อมาขนส่งสินค้าทำให้การส่งออกของจีนหยุดชะงัก ชั่วขณะหนึ่ง


โดยในทำนองเดียวกัน สำหรับผลกระทบด้านการส่งออกนั้น การส่งออกสินค้าไปยังจีนในขณะนี้ก็จะชะลอตัวเช่นกัน เนื่องจากสินค้าที่ส่งออกก็จะตกค้างที่ท่าเรือไม่สามารถทำการเคลียร์ของออกได้ ทั้งนี้สินค้าในกลุ่ม perishable จะเป็นสินค้าแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นสินค้าบริโภคที่เน่าเสียง่าย ซึ่งการที่จีนขยายเวลาหยุดทำการออกไป ทำให้สินค้าดังกล่าวตกค้างที่ ท่าเรือ และตราบใดที่จีนยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานการณ์โคโรนาจะคลี่คลายได้เมื่อใด ทำให้ผู้นำเข้าของจีนหยุดสั่งสินค้าในกลุ่ม perishable ออกไปก่อน

โดยจากข้อมูลพบว่าไทยมีการส่งสินค้าผลไม้สด แช่เย็น แข่แข็ง ไปจีนปีละกว่าหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐ โดย เป็นลำดับสามรองจาก เมล็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง อย่างไรก็ตาม จะมีออฟฟิศบางส่วนของจีน ที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากไม่ได้อยู่บริเวณ ศูนย์กลางของการระบาด เช่น Dalian, Qingdao และ Tianjin ได้เริ่มเปิดทำการบ้างแล้ว ดังนั้น ข้อแนะนำสำหรับผู้ส่งออก ให้ ตรวจสอบสถานการณ์กับคู้ค่าในประเทศจีน และสายเรือ เพื่อสามารถวางแผนการขนส่งสินค้าในเส้นทางได้อย่างเหมาะสม เพื่อ หลีกเลี่ยงการตกค้างของสินค้า และปัญหาในการเดินพิธีการ ซึ่งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้





เจลล้างมือยอดขายพุ่ง ผลิตไม่ทันขาย

สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา มีหลายผลิตภัณฑ์ รวมถึง ผู้ผลิตเจลล้างมือ ซึ่งในบ้านเรามีผู้ผลิตเจลล้างมือหลายแบรนด์ มีทั้งแบรนด์ใหญ่และกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี ซึ่งมีทั้งที่เพิ่งทำออกมาจำหน่ายในช่วงนี้ และผู้ประกอบการที่ทำขายมานานแล้ว แต่ได้รับอานิสงส์ในช่วงนี้ ด้วยกันแบบขาดตลาดกันเลยทีเดียว

นางสาวณัชชา วงศ์สุขดี เจ้าของผลิตภัณฑ์เจลล้างมือ Wash Me เล่าว่า ตนเองได้ทำผลิตภัณฑ์เจลล้างมือยี่ห้อ Wash Me ออกมาจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ตอนเริ่มทำไม่ได้คิดว่าจะขายได้ เพราะช่วงนั้นไม่ได้มีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา แต่ที่ทำเจลล้างมือขายเพราะเป็นความชอบส่วนตัว พอทำออกขายในช่วงแรกต้องบอกว่ายอดขายน้อยหลักร้อยชิ้น แต่เริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้น หลังจากกระแสของไวรัสโคโรนา ผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียวขายสินค้าที่ผลิตออกมาหมด และมีออเดอร์สั่งเข้ามาอีกจำนวนมาก แต่ด้วยจ้างโรงงานผลิตทำให้ ต้องรอสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตในช่วงนี้


สำหรับจุดขายเจลล้างมือ Wash Me คือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เน้นน่ารักสดใส โดยเลือกออกแบบเป็นลายกราฟฟิกการ์ตูนรูปสัตว์ที่เด็กชื่นชอบอย่าง หมีและแมว โดยเน้นสีสันสดใสเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสีชมพู ฟ้า และเหลือง ส่วนบรรจุภัณฑ์ได้เลือกบรรจุภัณฑ์ที่สามารถห้อยกระเป๋าได้ เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา

ในส่วนของเจลล้างมือ Wash Me มีกลิ่นให้เลือก 2 กลิ่น คือ กลิ่นแป้งเด็ก และกลิ่นผลไม้รวม ซึ่งเป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะกลิ่นแป้งเด็ก ซึ่งตอนสั่งทำกลิ่นแป้งเด็กตอนนั้นดูจากกระแสความนิยม แต่พอทำออกมาขายจริง กลิ่นผลไม้รวมกลับได้รับความนิยมมากกว่า

นางสาวณัชชา ได้พูดถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ว่า ตอนที่ทำออกมาขายในช่วงนั้น ไม่ได้คาดหวังว่าจะขายได้ ก็เลยสั่งผลิตมาไม่มาก และเลือกช่องทางขายหลักผ่านช่องทางออนไลน์ ขายผ่านหน้าเพจ และอินสตาแกรม ส่วนช่องทางออฟไลน์ ตอนนี้วางขายที่ ร้านCastle C ที่สยามสแควร์ และ Chobx Mao สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ และที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งที่กัมพูชา ตอนนี้ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน


สนใจติดตามได้ที่ FB: washme


หน้ากากอนามัย รับอานิสงส์ PM 2.5 และไวรัสโคโรนา

นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม) เจ้าของหน้ากากแบรนด์ Mask Cute (แมสค์คิ้วท์) เล่าว่า ตนเองได้เริ่มทำหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ออกมาจำหน่าย ในช่วงที่มีสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยเป็นหน้ากากที่ออกแบบเอง เป็นแบรนด์ของเราเองโดยได้ว่าจ้างโรงงานผลิต

ทั้งนี้ ในช่วงที่เริ่มทำหน้ากากอนามัย แมสค์คิ่วท์ออกมาจำหน่าย ตอนนั้นฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้รุนแรงเหมือนอย่างทุกวัน ต้องอาศัยการโปรโมท โดยการออกบูทแนะนำให้คนรู้จัก หลังจากสินค้าเริ่มติดตลาด ลูกค้าเริ่มมองที่ความเป็นแฟชั่น มากกว่าการป้องกันฝุ่น เพราะหน้ากากอนามัยจะมีการออกแบบลวดลายที่มีความเป็นแฟชั่น

โดยหลังจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และบวกกับฝุ่น PM 2.5 ในปี 2563 ส่งผลให้หน้ากากอนามัย แมสค์คิ้วท์ ได้รับอานิสงส์ ยอดขายเพิ่มขึ้น มากกว่า 30% อย่างไรก็ตาม คุณฟิล์ม บอกว่า ไม่ว่าความต้องการของลูกค้าจะมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ เขาก็จะไม่ขึ้นราคาอย่างแน่นอน

สนใจติดต่อ FB: Mask Cute Thailand



นายรัฐภูมิ  โตคงทรัพย์  เจ้าของ หน้ากากอนามัยแมสค์คิ้วท์
สำหรับทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ การปรับตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้น ต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือต่อไป


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager



กำลังโหลดความคิดเห็น...