xs
xsm
sm
md
lg

รวบรวมธุรกิจมาแรง โกยรายได้ตลอด ปี 2562

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กำลังจะผ่านกันไปแล้ว ปี 2562 สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องบอกว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะด้วยภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ได้เอื้ออำนวยให้กับผู้ประกอบการเพราะด้วยกำลังซื้อที่เริ่มถดถอย และประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในช่วงขาลงด้วย แต่ยังมีเอสเอ็มอี หลายรายแจ้งเกิดกันในปี 2562

ทั้งนี้ ในปี 2562 เป็นอีกปีหนึ่ง ที่ได้เห็นการปรับตัวครั้งสำคัญของผู้ประกอบการเพื่อรองรับการก้าวเข้ายุค 4.0 และการเข้าสู่โลกเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทำให้ได้เห็นธุรกิจดาวเด่นกลุ่มสตาร์ทอัป และเอสเอ็มอี หลายกลุ่มที่สามารถปรับตัวและรับมือเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างดี โดยทีมงาน SME MGRONLINE ได้คัดเลือกธุรกิจที่เห็นว่ามาแรง และโดดเด่นในปี 2562 มาฝาก ดังนี้




แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์


การเข้ามาของแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ เกิดขึ้นมาได้สักระยะหนึ่ง แต่เริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังจากแพลตฟอร์มชื่อดัง แข่งขันกันจัดโปรโมรชั่น ลดราคา เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี่เอง ที่เป็นตัวช่วยและเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า

ปัจจุบันแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ เมืองไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็นผู้ผลักดันให้ตลาดขายของออนไลน์คึกคัก และเติบโตอย่างต่อเนื่องก็ต้องเป็น ลาซาด้า ช้อปปี้ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มที่ซื้อขายระดับโลก อย่าง อาลีบาบา อีเบย์ อเมซอน ขายดี หรือ แพลตฟอร์มน้องใหม่สำหรับคนชอบสินค้าราคาถูก อย่าง ชิลินโด ที่ขายผ่านการประมูล และยังมีแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ของ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล โรบินสัน สำหรับคนชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมของแท้

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มของตลาดสด อย่าง ตลาดยิ่งเจริญ บิ๊กซี และโลตัส ฯลฯ และแพลตฟอร์มขายสินค้าสัญชาติไทยของกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่Thaitrade.com หรือแพลตฟอร์มตัวกลางขายสินค้าโอทอป ที่เกิดมานานเช่นกัน อย่าง Thaitambon และล่าสุด ธนาคารออมสินได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม ชื่อว่าO2O E-Commerce Platform ตัวกลางในการซื้อขายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน สินค้าโชวห่วย ทุกตัวล้วนเป็นช่องทางการขายที่ช่วยขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ในปีที่ผ่านมา


แอปพลิเคชั่นสั่งและจัดส่งอาหาร


สำหรับแอปพลิเคชั่นสั่งและจัดส่งอาหาร เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงของกลุ่มสตาร์ทอัป และการแข่งขันกันของแอปฯดังกล่าว ดันธุรกิจ Food Delivery ของไทยยอดขายพุ่ง 35,000 ล้านบาท โดยผู้เล่นหลักในตลาดนี้ แน่นอนมาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด เช่น FOOD PANDA, GET,LINE MAN ,GRAP FOOD เป็นต้น การเข้ามาของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ ทำให้สตาร์ทอัปสัญชาติไทยที่สนใจ หรือ เคยลงมาทำตลาดก็ต้องถอนสมอ และกลับไปตั้งหลักกันก่อน


ธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุ และสินค้า

จากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่มีมูลค่าสูงถึง 3,150,232.96 ล้านบาท ในปี 2561 จากการรายงานของ ETDAและคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 22% ไปจนถึงปี 2565 ส่งผลให้ความต้องการของ E-Logistics เพิ่มขึ้นด้วย กรมการค้าระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดนี้ไม่ต่ำกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 10-20% ต่อปี โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การนำส่งธุรกิจไปยังธุรกิจ และการขนส่งจากธุรกิจไปยังผู้บริโภค ซึ่งในตลาดนี้ มีผู้เล่นสำคัญ ที่ทำให้ตลาดแข่งขันกันดุเดือด ได้แก่ ไปรษณีย์ไทย, Kerry, SCG Express, Lalamove Flash Express, DHL เป็นต้น


การกลับมา ชานมไข่มุกปี 2562

การกลับมาของชานมไข่มุก เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2561 และเพิ่มจำนวนมากขึ้น มีแบรนด์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเป็นร้อยแบรนด์ ทั้งเป็นแบรนด์สัญชาติไทย และแบรนด์ที่มาจากประเทศต้นกำเนิดอย่างไต้หวัน การขยายสาขาของแต่ละแบรนด์มีทั้งในรูปแบบของแฟรนไชส์ และการขยายสาขาเอง และแบรนด์แฟรนไชส์ชานมไข่มุก ที่มีสาขาหลักพัน มีหลายแบรนด์ อาทิ Chamichi มีมากถึง 1,400 สาขา เป็นต้น

สำหรับชานมไข่มุก วันนี้ต้องบอกว่า มีหลายระดับจริงๆวัดกันที่ราคา เพราะถ้าเป็นกลุ่มตลาดล่าง ราคาเริ่มต้นกันที่หลักสิบบาทเลยทีเดียว แต่ราคาที่ขายกันทั่วไปตอนนี้ขายกันที่ แก้วละ 24 บาท ตลาดนี้คู่แข่งมากที่สุด แต่ถ้าเป็นตลาดบน เปิดกันในย่านศูนย์การค้า ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ที่บินตรงมาจากประเทศต้นตำรับ อย่างไต้หวัน ราคาตั้งแต่ 60 บาทขึ้นไปจนถึงแก้วละ180- 200 บาท แบรนด์แพงสุด ชานมไข่มุก เสือพ่นไฟ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากแกร็บฟู้ด (Grab Food) ตลาดเครื่องดื่มชานมไข่มุกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2561 มียอดสั่งซื้อเติบโตเพิ่มขึ้น 3,000% จากแบรนด์ชานมไข่มุกกว่า 1,500 แบรนด์ ที่มีหน้าร้านจำหน่ายรวมกว่า 4,000 สาขาส่วนตลาดชานมไข่มุกในไทยมีมูลค่า 2,500-3,000 ล้านบาท เติบโตไม่น้อยกว่า 40%




ขยายสาขาคาเฟ่อเมซอน ร้านกาแฟสดมีแฟรนไชส์มากสุดในอาเซียน

คาเฟ่ อเมซอน Café Amazon ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2545 โดย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในช่วงปี 2562ที่ผ่านมา คาเฟ่อเมซอน เป็นร้านกาแฟที่ฮอตฮิต และมีการขยายสาขาจำนวนมาก ไม่ว่าหันไปทางไหนจะได้เจอแฟรนไชส์คาเฟ่อเมซอนเปิดให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน มีสาขามากถึง 2,800 สาขา โดยมีสาขาในต่างประเทศมากกว่า 200 สาขา ได้แก่ ประเทศกัมพูชา 150 สาขา ประเทศลาว 51 สาขา เมียนมา 7 สาขา ฟิลิปปินส์ 8 สาขา ประเทศญี่ปุ่น 2 สาขาและ โอมาน 1 สาขา และเตรียมขยายสาขาในต่างประเทศ และในประเทศไทยอีกหลายสาขา ทำให้คาเฟ่อเมซอน ถูกจัดอันดับว่า เป็นร้านกาแฟสดที่มีสาขามากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้ ซึ่งสาขาทั้งหมด 90% เป็นสาขาของแฟรนไชส์




เกษตรรุ่นใหม่ YOUNG SMART FARMER

สำหรับเกษตรกรรม อาชีพคนรุ่นใหม่ไม่เคยให้ความสำคัญกับอาชีพนี้ แต่พอด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปการทำเกษตรแบบคนรุ่นใหม่สร้างรายได้ ให้มากกว่าการทำงานในอาชีพอื่นๆ และการทำเกษตรแบบใช้เทคโนโลยี ไม่ได้ลำบากเหมือนในอดีต เป็นแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาทำการเกษตรกันมากขึ้น และเกิดเป็น Young Smart Farmer มีการบริหารจัดการการเกษตรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ นวัตกรรมสมัยใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ พึ่งพาตนเองได้ มีการเชื่อมโยงเครือข่าย และเป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น

ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer ปี 2557-2560 จำนวน 9,249 ราย ผ่านการประเมิน 7,598 ราย และในปี 2562 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้ความสำคัญกับการสร้าง Smart Farmer และ Young Smart Farmer ทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด ได้ใช้งบประมาณจำนวน 120 ล้านบาท พัฒนาเกษตรกรเป้าหมาย และได้เป็นSmart Farmer จำนวน 70,900 ราย และสิ่งที่ได้ตามมา คือการได้เกษตรกรที่มีศักยภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต และสร้างตลาดได้ด้วยตัวเอง ได้ผลผลิตการเกษตรปลอดภัยตอบโจทย์ความต้องการของตลาด



ผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก

จากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทำให้คนไทยหันมาตระหนักถึง เรื่องการลดใช้พลาสติก โดยเฉพาะการใช้หลอด เกิดมีหลอดทางเลือกที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ได้แก่ หลอดน้ำดื่มทำจากไม้ไผ่ หลอดทำจากกระดาษ และหลอดที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว เป็นต้น จากศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มองเห็นโอกาสในตลาดนี้ ทำให้เราได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่มาแทนหลอดพลาสติกในหลายรูปแบบ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งนี้ ไม่เฉพาะหลอด แม้แต่ภาชนะที่ใส่อาหารทดแทนโฟม เช่น กล่องอาหารจากชานอ้อย แบรนด์ GRACZ แจ้งเกิดเป็นรายแรก และในช่วงที่ความต้องการสูง ทำให้กล่องอาหารชานอ้อย ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท และในปี 2561 ได้เห็นการแข่งขันและช่วงชิงตลาดนี้ รุนแรงขึ้นในปี 2562 โดยหลายรายลงมาในตลาดนี้ อาทิ สินค้าจากประเทศจีน และ ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง โรงงานน้ำตาลที่มีวัตถุดิบเอง และเป็นโรงงานผลิตกระดาษชานอ้อย อย่าง KTIS และมี Fest by SCG

นอกจากกล่องจากชานอ้อย เราก็ยังมีสินค้าโอทอปที่มองข้ามไม่ได้ อย่างผลิตภัณฑ์จากวัสดุใบไม้ตามธรรมชาติ นำมาขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดขึ้นรูปที่พัฒนาโดยทีมอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และส่งต่อให้ชาวบ้านได้นำไปใช้งาน หลายพื้นที่ รวมถึง ภาชนะใบตองตึง แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่ฮือฮาอย่างมาก เพราะได้เป็นภาชนะที่ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟการประชุมผู้นำอาเซียนที่ผ่านมา





ผลิตภัณฑ์ความงามของ ดารานักแสดง และนักขายมือทองบนโลกออนไลน์


วันนี้ ถ้าเปิดดูรายการทีวี ไม่ว่าช่องไหน สิ่งที่เราได้เห็นตลอดคือ การเชิญดารานักแสดงมาพูดคุยในรายการ และปิดท้ายด้วยการโฆษณาสินค้าที่ดารานักแสดงคนนั้นเป็นพรีเซนเตอร์ หรือไม่ก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ เริ่มจากผลิตภัณฑ์คุ้นเคยตัวแรก คือ Dr.Jill ซึ่งไม่มีข้อมูลว่าขายได้เท่าไหร่ แต่เลือกใช้ดาราชื่อดังเป็นพรีเซนเตอร์ โดยแบรนด์นี้ มีการซื้อพื้นที่โฆษณาจำนวนมาก ซึ่งรายได้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และอีกแบรนด์หนึ่งที่ใช้พื้นที่โฆษณาบนสื่อทีวี จำนวนมาก นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ SAWA ของดาราสาวสวย อย่าง วุ้นเส้น “วิริฒิพา ภักดีประสงค์” ซึ่งดารานักแสดงรายนี้เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประสบความสำเร็จ มีอีกหลายแบรนด์ที่ดาราต่างพาเหรดกันทำออกมาจำหน่าย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และเงียบหายไป เช่น ผลิตภัณฑ์ของดีเจต้นหอม ดีเจมะตูม ที่เริ่มเห็นน้อยลงไป และที่ทำแบบเงียบก็เยอะ เช่น ดาราสาวที่มีข่าวดังช่วงที่ผ่านมา อย่างนักแสดงสาว “แมท” ภีรนีย์ คงไทย ที่ทำสบู่ออกมาขาย เป็นต้น



จากสาวบ้านนา กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านขายผลิตภัณฑ์ความงามบนโลกออนไลน์

นอกจากดารานักแสดง ก็ยังมี บุคคลธรรมดา ที่แจ้งเกิดด้วยผลิตภัณฑ์ความงามบนโลกออนไลน์ บางคนเริ่มต้นจากชีวิตที่ติดลบ จนสามารถสร้างตัวได้จากการขายผลิตภัณฑ์ความงามบนโลกออนไลน์ มีรายได้ตั้งแต่หลักสิบล้านไปจนถึงร้อยล้าน

เช่น สาวเมืองพิษณุโลก “สิราภรณ์ สงสอน” เจ้าของแบรนด์ เครื่องสำอาง SWP เธอเริ่มต้นจากศูนย์ เคยทำงานกรรมการแบกหาม วันหนึ่งคิดว่า จะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มต้นจากการขายเครื่องสำอางแบรนด์อื่น ทางออนไลน์ก่อน จนมีเงินก้อนแรก 3หมื่น จ้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ของตนเอง การทุ่มเทอย่างหนัก เพียงแค่ 1 ปี มีรายได้หลักล้าน และรายได้หลักสิบล้านบาทในปัจจุบัน

สำหรับ สาวน้อยในวัยเพียง 25 ปี “แป้ง”นางสาวขวัญชนก ทวนวิจิตร เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงานแบรนด์ Wink White ที่เกิดจากเด็กเลี้ยงวัว ฐานะทางบ้านยากจน ต่อสู้ จนได้เข้ามาสู่ธุรกิจออนไลน์ และสามารถทำรายได้หลักร้อยล้านได้ ด้วยเวลาเพียง 2-3 ปี และมีอีกหลายคนที่ชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ สร้างชีวิตร่ำรวยด้วยธุรกิจออนไลน์

โดยทั้งหมด ที่รวบรวมมาเป็นเพียงบางส่วนของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเติบโตอย่างมากในปี 2562 ซึ่งยังมีอีกหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และโดดเด่นในปีนี้ แต่ไม่ได้กล่าวถึงในครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่า กลุ่มธุรกิจดังกล่าวถึงจะยังคงเติบโต และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปี 2563


เมื่อมีธุรกิจมาแรงในปี 2562 มีธุรกิจ ที่โดนดิสรัปต์ชั่นในปี 2562 จากการเข้ามา เทคโนโลยีดิจิทัล เช่นกัน

1.แผงขายหนังสือ ร้านเช่าหนังสือ เช่าวีดีโอ จะค่อยหายไป
2.วินเตอร์ไซด์ เรียกใช้งานน้อยลง และ TAXI โดนแย่งลูกค้า จนต้องหันมาพึ่ง การเข้าร่วมกลุ่มกับ แอปพลิเคชั่นต่าง
3.ร้านเกม ปิดตัวลง เพราะคนหันมาเล่นเกมออนไลน์ ผ่านมือถือ กันมากขึ้น
4.ร้านขายของชำ จากการเปิดตัวของร้านสะดวกซื้อจำนวนมาก
5.ร้านขายของที่ระลึก นักท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า แม้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลง แต่การใช้เงินเพื่อซื้อสินค้าลดลง

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...